Latest News

2009-08-10 Patani Post Launches 10 August 2008 !

Anda pembaca Kini pelancaran patanipost sudahpun berusia setahun ,berbagai penglaman bertambah dan kelemahan2 yang telah dialami sepanjang tahun kami akan cuba mengatasi, dengan semperna setahun umur Patanipost akan kami perluaskan lagi berita tanah air kepada dua bahasa yaitu arab dan melayu dengan pakai web patanipost.net, perbezaan diantara kedua patanipost ialah satu memetik surat khabar asing dan satu lagi cari berita sendiri dan tulis berita senderi oleh kaki tangan patanipost.

Terima kasih.

OIC RESOLUTION ABOUTH THAILAND

24 May 2010

RESOLUTIONS ON MUSLIM COMMUNITIES AND MINORITIES IN NON-OIC MEMBER STATES ADOPTED BY THETHIRTY-SEVENTH SESSION OF THE COUNCIL OF FOREIGN MINISTERS

(SESSION OF SHARED VISIONOF A MORE SECURE AND PROSPEROUS ISLAMIC WORLD)

DUSHANBE — REPUBLIC OF TAJIKISTAN

patanipost.

Will Dato' Seri Najib’s visit to Thailand bring any change?

6 DECEMBER 2009 03:00

During the ASEAN conference in Hua Hin on October 26, the Prime Minister of Malaysia, Dato’ Seri Najib Tun Razak, expressed that the Thai Government should give autonomy to Southern Thailand (Patani). This declaration was received well by his Thai collegue Abhisit Vejjajiva and was supported by opposition leader General Chavalit Yongchaiyudh- making it a hot discussion topic among politicians, media and the general Thai public.

On 7-9 December Dato 'Seri Najib will be in Patani. Can he convince Abhisit to give autonomy to the people of Southern Thailand?

Original Article In Malay

Summary in English

Read More

090816 PULO and Mujahidin join forces

090816 Gabungan PULO dan Mujahidin Islam Patani

090418 Ihsanoglu urges OIC Member States to accord greater attention to Muslim minority issues

081204 OIC Resolution regarding Patani

Kerajaan Thai Meloby Negara OIC

Patanipost.net.

Today

บึ้มย่านเศรษฐกิจปัตตานี ดักระเบิดรถ ตร.ยะหาเจ็บ 5

วันพฤหัสบดีที่ 09 พฤษภาคม 2013 เวลา 18:16 น.

ปัตตานีป่วนรับอรุณ คนร้ายวางระเบิดในย่านเศรษฐกิจกลางเมือง ทั้งหน้าห้างไดอาน่า โชว์รูมรถโตโยต้าพังเสียหาย "โกเล็ก" เจ้าของร้านฝั่งตรงข้ามเปิดใจรอดตายหวุดหวิด ช่วงเช้ายังก่อเหตุบึ้มใกล้จุดตรวจตำรวจที่ยะหริ่งไร้เจ็บ จากนั้นดักระเบิดรถตำรวจยะหาเจ้าหน้าที่เจ็บ 3 นาย ชาวบ้านโดนลูกหลง 2 ราย ด้าน ศอ.บต. ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเหตุยิง 6 ศพใบปลิวเกลื่อน ขณะที่แม่ทัพภาค 4 สั่งตรวจสอบเหตุเผา อบต. 8 แห่งรวด

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียดและมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 04.40 น.วันพฤหัสบดีที่ 9 พ.ค.2556 เกิดเหตุระเบิดบริเวณกระถางต้นไม้ด้านหน้าประตูทางเข้าห้างสรรพสินค้าไดอาน่า สาขาปัตตานี เลขที่ 16 ถนนนาเกลือ ต.อาเนาะรู อ.เมือง จ.ปัตตานี แรงระเบิดแม้ไม่ได้ทำให้ใครได้รับบาดเจ็บ เพราะห้างยังไม่เปิดให้บริการ แต่ก็ทำให้ประตูด้านหน้าห้างฯและทรัพย์สินภายในได้รับความเสียหาย

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี ได้นำกลังรุดไปตรวจสอบ พบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง ประกอบในกล่องเหล็กขึ้นรูป จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร

ต่อมา เวลา 05.30 น. เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยเป็นถังแก๊สสีส้ม ถูกวางทิ้งไว้บริเวณประตูทางเข้าโชว์รูมรถยนต์โตโยต้า บริษัทพิธานพาณิชย์ปัตตานี เลขที่ 16/1 ถนนนาเกลือ ต.อาเนาะรู อ.เมืองปัตตานี ซึ่งอยู่ติดกับห้างสรรพสินค้าไดอาน่า เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีได้เข้าทำการเก็บกู้ โดยใช้เชือกตะขอเกี่ยวถังแก๊สให้ล้มลง แต่ระหว่างนั้นได้เกิดระเบิดขึ้น ทำให้กระจกหน้าโชว์รูมแตกละเอียด และอาคารสำนักงานได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบพบระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง ประกอบใส่ถังแก๊ส จุดชนวนแบบกด-เลิกกด/ดึง-เลิกดึง (ขยับหรือยกภาชนะระเบิดจะเกิดการระเบิด) เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

หลักฐานวงจรปิดจับภาพ 4 คนร้าย

เจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจจุดเกิดเหตุรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ผิดสังเกตที่เห็นถังแก๊สวางอยู่อย่างโจ่งแจ้ง เกรงว่าจะมีระเบิดลูกที่สามตามมา หากคนร้ายซ้อนแผนวางกับระเบิดลูกที่สองที่เป็นระบบขยับ เมื่อเคลื่อนย้ายถังแก๊สนิดเดียวก็จะระเบิดทันที แต่เหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิดมีความรอบคอบมากขึ้น จึงใช้วิธีเกี่ยวให้ถังแก๊สล้มลง และเกิดระเบิดขึ้น ซึ่งก็ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สำหรับระเบิดทั้ง 2 ลูก คนร้ายพุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่อีโอดี เนื่องจากเวลาและจุดที่วางระเบิดไม่มีประชาชนอยู่

ขณะที่ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสามารถจับภาพที่คนร้ายกำลังนำระเบิดไปวางหน้าห้างไดอาน่าได้ โดยคนร้ายเป็นชาย 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน 2 คัน นำระเบิดไปวางพร้อมกันทั้ง 2 จุด ก่อนขี่รถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ตำรวจอยู่แกะรอยจากหลักฐานเพื่อหาเบาะแสคนร้ายต่อไป คาดว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีมาหลายครั้ง คาดว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อแสดงศักยภาพของกลุ่มตนเอง

เจ้าของร้านทักษิณโอชาโล่งใจ-รอดหวุดหวิด

โกเล็ก เจ้าของร้านทักษิณโอชา ร้านค้าเบ็ดเตล็ดตั้งอยู่ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าไดอาน่า เล่าว่า ปกติจะออกไปวิ่งออกกำลังกายเวลาประมาณ 04.00 น.เป็นประจำ เมื่อคืนก็ลงมาจากบ้าน เตรียมตัวจะไปวิ่ง กำลังเปิดประตู แต่ช้ากว่าปกตินิดเดียว จังหวะนั้นมีเสียงระเบิดดังขึ้นพอดี

"เสียงระเบิดมันดังมาก พอเสียงเงียบผมก็เปิดออกมา เห็นแต่กลุ่มควันเต็มไปหมด สะเก็ดระเบิดกระเด็นโดนหน้าบ้านนิดหน่อย กลัวว่าจะมีลูกที่สองอีก แต่ก็ยังตัดสินใจไปวิ่ง กลับมาเจอลูกที่สองจริงๆ หน้าโชว์รูมโตโยต้าที่อยู่เยื้องไปอีกหน่อย"

โกเล็ก บอกว่า เมื่อเกิดเรื่องขึ้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่เก็บกวาดทำความสะอาด ทำมาหากินกันต่อ จะทำอย่างไรได้ ถือเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะไปทำอะไรใครไม่ได้ มันน่ากลัวแต่ก็ชินชาเสียแล้ว เรื่องของการเยียวยาถ้าหากตายไปก็ไม่คุ้มกันเลย

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดมี 1 คน คือ นางอุไร ยี่สกุล อายุ 60 ปี พักอยู่ที่ร้านเบสท์เบเกอรี่ ตั้งอยู่ตรงข้ามโชว์รูมโตโยต้า โดนสะเก็ดระเบิดที่นิ้วมือ ขา และหลัง อาการไม่หนักมากนัก โดยขณะเกิดเหตุ นางอุไร อยู่ชั้นล่างของร้าน แรงระเบิดทำให้กระจกด้านหน้าทุกชั้นของบ้านแตกหมด รวมทั้งตู้กระจกใส่ขนมชั้นล่างและประตูเหล็กด้วย

ผู้จัดการคนหนึ่งของห้างสรรพสินค้าไดอาน่า (ขอสงวนนาม) บอกว่า เจ้าของห้างไดอาน่ากับโชว์รูมโตโยต้าเป็นญาติกัน หลังเกิดเหตุยังไม่มีใครเดินทางมาดู ปกติเวลากลางวันทางโชว์รูมจะจอดรถโชว์ให้ลูกค้าเข้าชม เมื่อปิดบริการก็จะเก็บรถไว้ด้านหลัง ทำให้รถยนต์ในโชว์รูมไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนห้างไดอาน่าจะมี รปภ. (พนักงานรักษาความปลอดภัย) 2 คน คนหนึ่งดูกล้องวงจรปิด อีกคนจะเดินดูรอบๆ ห้าง ความเสียหายที่เกิดกับห้างต้องซ่อมแซมเร่งด่วนเพื่อให้เปิดทำการได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ตูมสนั่นใกล้จุดตรวจภูมี - ดักบึ้มรถตำรวจยะหาเจ็บ 5

ต่อมาเวลา 07.30 น.วันเดียวกัน เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณสามแยกริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) ใกล้กับจุดตรวจยุทธศาสตร์ภูมี บ้านภูมีน้ำพุ่ง หมู่ 2 ต.ยามู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี แม้แรงระเบิดจะไม่ได้ทำให้ผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ทำให้รถตำรวจได้รับความเสียหาย กระจกหน้าแตก 1 คัน จากการตรวจสอบพบระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง ประกอบใส่ในกล่องเหล็ก น้ำหนักประมาณ 3-5 กิโลกรัม

เวลา 10.45 น. พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผู้กำกับการ สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา รับแจ้งเหตุระเบิดบนถนนสายยะลา–ยะหา ท้องที่บ้านบาตูปูเต๊ะ หมู่ 3 ต.ลิดล อ.เมืองยะลา จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (ผบก.ภ.จว.ยะลา)

ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะตราโล่ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ หมายเลขทะเบียน ญย 9800 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของ สภ.ยะหา ถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคัน อยู่ในสภาพหงายท้องอยู่กลางถนน ห่างกันประมาณ 30 เมตรพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บม 7817 สงขลา ของ นายบือราเฮง มะลี ท้ายกระบะอยู่คาหลุมระเบิด ส่วนบริเวณริมถนนบริเวณหัวโค้งยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม 125 สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน กมก 336 ยะลา ล้มคว่ำอยู่ โดยในที่เกิดเหตุยังพบสะเก็ดระเบิด เศษซากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในป่าข้างทางยาวประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดเป็นนายตำรวจ สภ.ยะหา ที่โดยสารมากับรถกระบะคันดังกล่าวจำนวน 3 นาย คือ ร.ต.ท.มนตรี วิจิตรเวชการ อายุ 40 ปี ร.ต.ท.สมภพ เพชรมณี อายุ 42 ปี เป็นพนักงานสอบสวน สภ.ยะหา และ ร.ต.ต.วรวิทย์ จันทร์แก้ว อายุ 53 ปี เป็นรองสารวัตรปราบปราม (สวป.) ทำหน้าที่ขับรถ นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาอีก 2 ราย ทราบชื่อคือ นายซาอุดี ลาเต๊ะ และ น.ส.ฟาริด๊ะ โต๊ะอาลี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 2 ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นายได้เดินทางออกจาก สภ.ยะหา เพื่อนำสำนวนการสอบสวนไปส่งที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (บก.ภ.จว.ยะลา) แต่ขณะที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้แบตเตอรี่กดจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ในถังดับเพลิง น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม ซุกไว้ในท่อระบายน้ำใต้ผิวถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว รถกระบะของตำรวจเสียหลักพลิกคว่ำ ส่วนชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในละแวกนั้นหลังหลับจากกรีดยางพารา โดนสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วน นายบือราเฮง มะลี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/2 หมู่ 6 ต.ลำใหม่ ขับรถกระบะแล่นตามหลังมา รถถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายและเสียหลักตกลงไปในหลุมระเบิด แต่ตัวนายบือราเฮงไม่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าทั้งสองเหตุการณ์เป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ยิงหนุ่มขายวัสดุก่อสร้างขณะตระเวนส่งของที่สายบุรี

เวลา 13.25 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายวิธาน ยาชำนาญ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/1-3 ถนนชัยมงคล ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบนถนนสายชนบทบ้านกะลูแปเหนือ หมู่ 9 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบ และสอบสวนจนทราบว่า ขณะเกิดเหตุนายวิธานซึ่งเป็นลูกจ้างร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างใน จ.สงขลา กำลังขับรถกระบะบรรทุกวัสดุก่อสร้างไปส่งตามร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ ต.เตราะบอน โดยมีเพื่อนไปด้วย 1 คน แต่ระหว่างทางถูกคนร้ายประกบยิงจนเสียชีวิต แต่เพื่อนได้เปิดประตูรถวิ่งหนีเข้าป่า จึงรอดชีวิตไปได้ โดยหลังก่อเหตุคนร้ายได้ชิงรถพร้อมวัสดุก่อสร้างหลบหนีไปด้วย เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

ยิงดับสมาชิก อบต.ศรีบรรพต - เผารถที่เทพา

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพุธที่ 8 พ.ค. เวลา 06.30 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ 4 ประตู สีบรอนซ์ทองเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง นายสีวากา นิเซ็ง อายุ 46 ปี สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส อยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ 1 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร เสียชีวิตคาที่ และ นายยาลี อาลี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 2 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขณะที่ นายสีวากายืนอยู่ที่หน้าบ้านของตนเอง โดยเมื่อคนร้ายใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงถล่ม นายสีวากาได้วิ่งหนีเข้าไปในบ้าน คนร้ายตามไปยิงซ้ำจนเสียชีวิต และกระสุนพลาดไปถูก นายยาลี น้องภรรยาของนายสีวากาซึ่งพักผ่อนอยู่ภายในบ้านได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น

ส่วนที่ อ.เทพา จ.สงขลา เวลา 07.30 น. พ.ต.อ.อธิป แสงวันลอย ผู้กำกับการ สภ.เทพา รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน บธ 164 สงขลา บริเวณริมถนนบ้านคลองขุด หมู่ 6 ต.ปากบาง อ.เทพา ได้รับความเสียหายเล็กน้อย จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบเชื้อเพลิงที่คนร้ายใช้คือผ้าชุบน้ำมันแล้วจุดไฟ ถูกวางทิ้งไว้บริเวณท้ายกระบะ

พ.ต.อ.อธิป กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำเจ้าของรถแล้ว พบว่ากรณีนี้ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ แต่เป็นเรื่องปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว

นอกจากนั้น ห่างจากจุดเกิดเหตุลอบวางเพลิงรถยนต์ประมาณ 300 เมตร บริเวณริมถนนเลียบรางรถไฟ พื้นที่บ้านท่าม่วง หมู่ 1 ต.ท่าม่วง อ.เทพา ซึ่งเป็นท้องที่รับผิดชอบของ สภ.ห้วยปลิง อ.เทพา มีผู้พบซากรถจักรยานยนต์ถูกเผาเสียหายทั้งคัน จากการตรวจสอบเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ หมายเลขทะเบียน คงง 176 สงขลา

พ.ต.อ.วิเชียร ยันตรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.ห้วยปลิง กล่าวว่า เหตุเผารถจักรยานยนต์น่าจะเป็นเหตุการณ์เชื่อมโยงกับกรณีลอบวางเพลิงเผารถรถยนต์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เทพา เนื่องจากจุดเกิดเหตุทั้ง 2 จุดอยู่ห่างกันเพียง 300 เมตร โดยมีทางรถไฟคั่น เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุพยายามเบี่ยงประเด็นเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นสถานการณ์ความไม่สงบ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ถูกเผากำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาเจ้าของ

ยิงปลัดเทศบาลมายอดับกลางเมืองปัตตานี

วันอังคารที่ 7 พ.ค.เวลา 13.15 น. คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายธีรลักษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 51 ปี ปลัดเทศบาลตำบลมายอ อ.มายอ จ.ปัตตานี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 60/2 หมู่ 5 ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะที่ นายธีรลักษณ์ กำลังเดินเข้าร้านอาหารเดอนารา ถนนเจริญประดิษฐ์ บ้านรูสะมิแล หมู่ 1 ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่เรื่องการเมืองท้องถิ่น

เวลา 20.35 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลูกซองยิง นางตีบ แดงดี อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/1 บ้านปลักแตน หมู่ 4 ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี และ นายมาโนช ทองเอียด อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/3 หมู่ 3 ต.ไม่แก่น อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิดขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่หน้าบ้านของนางตีบ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง

วันจันทร์ที่ 6 พ.ค.เวลา 17.15 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดประกบยิง นายเจะยิ เจะมะ อายุ 62 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง บ้านตะโละแลแจ อยู่บ้านเลขที่ 78/1 บ้านตะโละแลแจ บ้านย่อยของบ้านลุโบะสาวอ หมู่ 2 ต.ลุโบะสาวอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้ นายเจะยิ เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในหมู่บ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

ตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงเหตุยิง 6 ศพ - เผา 8 อบต.

ด้านความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้าย 4 คนมีรถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 เอชเค และอาก้ารวม 4 กระบอก กราดยิงใส่ร้านขายของชำในพื้นที่หมู่ 5 ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 1 พ.ค.2556 จนมีประชาชนเสียชีวิต 6 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเด็กอายุ 2 ขวบเศษ และยังมีคนพิการรวมอยู่ด้วย โดยหลังเกิดเหตุมีการโปรยใบปลิวอ้างว่าเป็นการกระทำของกลุ่มบีอาร์เอ็น และเป็นการแก้แค้นเหตุวิสามัญฆาตกรรมกลุ่มผู้ต้องสงสัยติดอาวุธ 3 รายในพื้นที่รอยต่อ อ.บันนังสตา กับ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2556 จนเกิดเสียงวิจารณ์ในพื้นที่อย่างกว้างขวางนั้น

เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความรุนแรงภายหลังเปิดพื้นที่เจรจากับกลุ่มที่มีความคิดเห็นต่างจากรัฐ โดยเฉพาะกรณี 6 ศพ โดยมี นายวิสุทธิ์ สิงขจรวรกุล สมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และอดีตผู้อำนวยการ ศอ.บต.เป็นประธาน และมี นายประมุข ลมุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นรองประธาน

ส่วนเหตุการณ์คนร้ายลอบเผาที่ทำการ อบต.และอาคารส่วนราชการของ อบต. 8 แห่งเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค.นั้น พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงว่า คนร้ายมุ่งลอบวางเพลิง อบต.เป็นส่วนใหญ่ ไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เป็นยามรักษาการ นอกจากนั้นยังมีการป่วนสร้างสถานการณ์ในอีกหลายพื้นที่ เช่น การโปรยตะปูเรือใบ ตัดต้นไม้ขวางถนน เผายางรถยนต์ และลอบวางเพลิงเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเหตุการณ์ในส่วนอื่นๆ เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ และต้องการขัดขวางไม่ให้เข้าช่วยเหลือดับเพลิง อบต.ที่ถูกเพลิงไหม้

เรื่องนี้ พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอซึ่งเป็นกลไกหลักที่ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ลอบเผา อบต.มีสาเหตุมาจากเรื่องใดแน่ และขอชื่นชมผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ได้เข้าไปช่วยควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ความเสียหายมีไม่มากนัก

www.isranews.

"พัลลภ" แนะรัฐเบรกเจรจา BRN ก่อน ยิ่งคุยยิ่งเสียให้โจร ลั่นเป็นไปไม่ได้ทั้ง 5 ข้อ

30-04-13 08:57

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี แนะรัฐบาลหยุดการเจรจา BRN ไว้ก่อน เพราะเป็นไปไม่ได้ทั้ง 5 ข้อเสนอ ชี้ยิ่งคุยมีแต่เสียข้อเสนอให้โจร

วันนี้ (30 เม.ย.) พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวทีนิวส์ กรณีข้อเสนอของขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี หรือ บีอาร์เอ็นว่า เป็นไปไม่ได้ทั้ง 5 ข้อ โดยเฉพาะเรื่องการขอให้ยกคดีทั้งหมดนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ส่วนเรื่องการดึงองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี เข้ามามีส่วนร่วมนั้นก็จะทำให้รัฐบาลไทยเสียเปรียบมาก

“ เห็นด้วยกับการเจรจา แต่ตอนนี้ต้องหยุดการเจรจาไว้ก่อน ยืนยันว่า ไม่ได้ขัดขวางนะ แต่การเจรจาเราต้องเหนือกว่าในหลายด้าน ให้เขาเป็นฝ่ายเข้ามาเจรจา ถ้าจะให้ประเทศไทยสงบสุข มีทางเดียวคือต้องให้เขาเดินเข้ามาเอง ส่วนโอไอซีเป็นองค์กรมุสลิมถึง 57 ประเทศ ถ้าเราตกเป็นสมาชิกเมื่อไหร่ประเทศไทยก็ลำบาก เพราะเท่ากับว่าเรามีปัญหากับประเทศมุสลิมถึง 57 ประเทศ ” พล.อ.พัลลภกล่าว

ส่วนกรณีที่ นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็น ออกมาประกาศเงื่อนไข 5 ข้อนั้น มองว่าเป็นความต้องการสร้างราคาให้ตัวเองมากกว่า เพราะแม้ว่านายฮัสซันจะเป็นแกนนำตัวจริง แต่ก็เป็นแกนนำรุ่นเก่า ที่ไม่มีอำนาจสั่งการได้แล้ว ขณะเดียวกัน หากเรายอมรับให้มาเลเซียเป็นตัวกลางแทนที่จะเป็นแค่คนประสานงาน ก็เท่ากับว่า เรายกระดับให้กลุ่มคนเหล่านี้ ทั้งที่เป็นกบฎแบ่งแยกดินแดน

www.tnews.

วิสามัญฯ3ศพบันนังสตา "ยุทธศักดิ์" แฉ "พ่อร่วมโต๊ะเจรจา ลูกสั่งวางระเบิด"

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2013 เวลา 09:48 น.

ตำรวจยะลาปะทะเดือดกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่บันนังสตา ก่อนวิสามัญฆาตกรรม 3 ศพ เชื่อเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ต้อง

หาลอบวางระเบิดปลิดชีพรองผู้ว่าฯยะลา "ยุทธศักดิ์" บี้คณะเจรจาสันติภาพประสานข้อมูลกับหน่วยปฏิบัติ หลังพบลูกชายแกนนำบีอาร์เอ็นที่ร่วมโต๊ะพูดคุยกับ สมช.ยังสั่งการวางระเบิดป่วนเมืองยะลา ชี้หลัง 29 เม.ย.ใต้ยังไม่สงบ เตือนครูตกเป็นเป้า อ้างบีอาร์เอ็นแจ้งมา

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียด ท่ามกลางการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ซึ่งจะเป็นวาระครบรอบ 9 ปีเหตุการณ์กรือเซะในวันที่ 28 เม.ย. และนัดพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการรอบที่ 2 ระหว่างผู้แทนรัฐบาลไทยกับแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น ที่ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 29 เม.ย.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันศุกร์ที่ 26 เม.ย.2556 เจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (บก.ภ.จว.ยะลา) และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่บ้านเจาะบันตัง หมู่ 9 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งอยู่บนภูเขา และเป็นพื้นที่รอยต่อกับ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา หลังจากสืบทราบว่ามีกลุ่มผู้ต้องสงสัยเข้าไปกบดานเพื่อเตรียมก่อเหตุรุนแรง

อย่างไรก็ดี ระหว่างเข้าทำการปิดล้อม ปรากฏว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 30 นาที เมื่อเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่และพบศพผู้ต้องสงสัย 1 ราย นอกจากนั้นยังมีรอยเลือดเป็นทางยาวเข้าไปในป่า คาดว่าผู้ต้องสงสัยซึ่งมีอาวุธติดตัวน่าจะได้รับบาดเจ็บ จึงจัดกำลังออกติดตาม จนเกิดการยิงปะทะกันอีกครั้ง ฝ่ายผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย และยึดอาวุธปืนได้ 4 กระบอก เป็นปืนอาก้า 2 กระบอก เอ็ม 16 รุ่นเอ 2 จำนวน 2 กระบอก และอาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ขนาด .22 อีก 1 กระบอก รวมทั้งสัมภาระและอุปกรณ์ดำรงชีพในป่า

ต่อมา พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่ทหาร รวมทั้งฝ่ายปกครอง ได้รุดไปตรวจสอบเหตุปะทะ พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บนเทือกเขาตะโละเว หมู่ 9 ต.ปะแต อ.ยะหา รอยต่อระหว่างบ้านเจาะบันตัง อ.บันนังสตา กับบ้านตะโละเว อ.ยะหา ต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร

สำหรับสาเหตุที่มีการจัดกำลังผสมเข้าพิสูจน์ทราบและปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมี พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน บก.ภ.จว.ยะลา เป็นหัวหน้าชุดนั้น เนื่องจากได้รับแจ้งเบาะแสว่า นายอับดุลเลาะ ตาเปาะโอ๊ะ ซึ่งถูกออกหมายจับในคดีลอบวางระเบิดรถยนต์ของ นายอิศรา ทองธวัช รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ นายอิศรา และ นายเชาวลิตร ไชยฤกษ์ ป้องกันจังหวัดยะลา เสียชีวิต ได้เข้าไปหลบซ่อนตัวในหมู่บ้านดังกล่าว

อย่างไรก็ดี จากการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากการปะทะไม่มี นายอับดุลเลาะ ตาเปาะโอ๊ะ ตามที่เป็นข่าว โดย พ.ต.อ.เจริญ ธรรมขันธ์ ผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา เปิดเผยล่าสุดเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 27 เม.ย.ว่า ผู้ที่เจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม 3 คน คือ

1.นายบุญยา ดาเล็ง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 1 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา

2.นายบูดีมัน มะยิ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 203 หมู่ 4 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา

3.นายอับดุลตอเล๊ะ สะฮะ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ 3 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา

ส่วน นายอับดุลเลาะ ตาเปาะโอ๊ะ คาดว่าน่าจะอยู่ในกลุ่มที่ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไปได้

สำหรับ นายอับดุลเลาะ ตาเปาะโอ๊ะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 9 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา พนักงานสอบสวน สภ.บันนังสตา ได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ในข้อหาร่วมกันก่อการร้าย ฆ่าเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมทั้งมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยมิชอบ ในคดีลอบวางระเบิดรถของรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา โดยเจ้าหน้าที่ได้หลักฐานสำคัญจากดีเอ็นเอที่เก็บได้จากจดหมายเขียนข้อความเย้ยหยันที่คนร้ายทิ้งไว้บริเวณจุดเกิดเหตุ

แฉลูกบีอาร์เอ็นที่ร่วมวงเจรจาสั่งบึ้มยะลา

วันเดียวกัน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุแห่งหนึ่ง ถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ในวันจันทร์ที่ 29 เม.ย.ที่จะมีการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น ทางกองทัพได้ให้ฝ่ายข่าวของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ติดตามดูว่ามีการสร้างสถานการณ์เพื่อต่อรองการพูดคุยหรือไม่

ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมาได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อสอบสวนแล้วทราบว่าผู้ที่ปฏิบัติการวางระเบิดได้รับการสั่งการจากลูกชายของ นายอับดุลเลาะห์ มะสามะ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นที่ร่วมพูดคุยและลงนามในข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

"ขณะนี้เรารู้ข้อมูลแล้วและจะต้องมีการติดตามดูสายงานของลูกชาย นายอับดุลเลาะห์ มะสามะ ต่อไปด้วย" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ระบุ

สำหรับ นายอับดุลเลาะห์ มะสามะ ที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ พูดถึง ปรากฏชื่อในเอกสารที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊คของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. ว่าเป็นหนึ่งใน 4 คนที่เป็นตัวแทนร่วมกับ นายฮัสซัน ตอยิบ ที่อ้างตัวว่าเป็นแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น ลงนามในข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับเลขาธิการ สมช. เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2556 โดยในเอกสารเผยแพร่ดังกล่าวระบุเฉพาะชื่อว่า "นายอับดุลเลาะห์" ไม่มีนามสกุล แต่อธิบายเพิ่มเติมว่าเป็นหัวหน้าอูลามา จ.นราธิวาส

รับ พ.ค.ป่วนอีก-บีอาร์เอ็นเตือนถล่มครู

พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ได้แจ้งเตือนประชาชนว่า เมื่อผ่านวันที่ 29 เม.ย.ไปแล้ว อย่าคิดว่าสถานการณ์ความรุนแรงจะหมดไป เพราะในเดือน พ.ค.เป็นช่วงเปิดภาคการศึกษาใหม่ อาจจะมีการเปลี่ยนเป้าหมายการก่อเหตุรุนแรงไปยังครูหรือบุคลากรทางการศึกษาได้ ซึ่งทางบีอาร์เอ็นก็ได้ระบุแล้วว่าจะมีการก่อเหตุต่อกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวด้วย

"อยากให้ผู้ที่เข้าไปเจรจาขอข้อมูลจากหน่วยปฏิบัติด้วย จึงต้องให้นายกรัฐมนตรีลงมาควบคุมด้วยตนเอง เพื่อให้ 2 หน่วยงานหลักคือ กอ.รมน.และ ศอ.บต.(ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) แลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อนำไปใช้ในการพูดคุย เพราะถ้าต่างคนต่างอยู่แล้วเก็บความลับไว้ในหน่วยของตนเองก็จะเป็นการทำงานคนละทีสองที ซึ่งขณะนี้นายกฯเห็นว่าเป็นอย่างนั้น จึงอยากให้ทำงานในลักษณะบูรณาการ” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าว

ยิงรายวันยังเพียบ-หญิงวัย 40 ยังไม่เว้น

สำหรับเหตุรุนแรงอื่นๆ ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่ผ่านมามีดังนี้ วันศุกร์ที่ 26 เม.ย.เวลา 16.40 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดประกบยิง นางฟาตีเมาะ เจ๊ะรอฮะ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115/3 บ้านปะกาลือสง หมู่ 6 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะที่นางฟาตีเมาะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในหมู่บ้านปะกาลือสง เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เวลา 21.20 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายอับดุลรอนิง มีนา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 1 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านดาฮง-บ้านบีโล๊ะ หมู่ 4 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ขณะที่นายอับดุลรอนิงกำลังขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านไปหาภรรยาที่ อ.ศรีสาคร เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันพุธที่ 24 เม.ย.เวลา 21.20 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายมะรอมลี เจ๊ะมะแซ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 3 ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เสียชีวิตคาที่ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนสายบ้านปาหนัน-กำปงแง หมู่ 3 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารเช่นกัน

วันอังคารที่ 23 เม.ย.เวลา 22.25 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายดอเล๊าะ อูมา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74/6 บ้านสะเตเซ็ง หมู่ 3 ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา กระสุนถูกบริเวณลำตัวเสียชีวิต เหตุเกิดขณะที่นายดอเล๊าะกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านเลขที่ 66/4 บ้านพะปูเงาะ หมู่ 4 ต.เกะรอ อ.รามัน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง

www.isranews.

เชื่อไม่มีต่อวงจรซ้อนลวงบึ้ม ฉก.นราฯ32 - ป้ายผ้าต้านเจรจานับได้ 119 ผืน

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2013 เวลา 21:50 น.

เหตุระเบิดภายในฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลาประมาณ 13.15 น.ของวันจันทร์ที่ 22 เม.ย.2556 จนทำให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) ต้องสังเวยชีวิตพร้อมกำลังพลรวม 3 นายนั้น ถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายว่าเป็นเหตุการณ์สุดวิสัยในลักษณะอุบัติเหตุระหว่างการตรวจสอบวัตถุระเบิดที่เก็บกู้มาได้ หรือเป็นแผนของคนร้ายที่ต่อ "วงจรซ้อน" ลวงเอาไว้

ก่อนอื่นต้องย้อนลำดับเหตุการณ์เพื่อให้เข้าใจที่มาที่ไปเสียก่อน เหตุระเบิดดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มบุคคลนำป้ายผ้าเขียนข้อความไม่ยอมรับกระบวนการเจรจาสันติภาพไปติดกระจายนับร้อยจุดทั่วสามจังหวัดตั้งแต่ช่วงเช้า โดยจุดหนึ่งในนั้นคือที่ต้นไม้ริมถนนในท้องที่บ้านจำปากอ หมู่ 1 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ กองทัพเรือ (ฉก.นย.ภาคใต้ ทร.) เข้าไปตรวจสอบและปลดป้าย ก็พบระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม (มีรายงานบางกระแสระบุว่าน้ำหนักดินระเบิดอาจสูงถึง 20 กิโลกรัม) จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร โดยคนร้ายนำไปวางดักไว้ใต้ต้นไม้ใกล้กับป้ายผ้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีนำโดย เรือโทชัยสิทธิ์ เตชะสว่างวงศ์ ได้เข้าเก็บกู้ไว้ได้สำเร็จ และรวบรวมวัตถุพยานกลับไปยังกองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีประปาแหล่งน้ำผิวดิน บ้านสะแต อ.บาเจาะ

ต่อมาเวลา 13.15 น. ขณะที่ เรือโทชัยสิทธิ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อีโอดี และกำลังพลภายในฐานกำลังตรวจสอบวัตถุพยานอยู่นั้น ได้เกิดระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 7 นาย ประกอบด้วย

1) เรือโทชัยสิทธิ์ เตชะสว่างวงศ์ เจ้าหน้าที่อีโอดี เสียชีวิต

2) พ.จ.อ.เรวัตร คงนาค เจ้าหน้าที่อีโอดี เสียชีวิต

3) พ.จ.อ.ทัศนัย ชมพูทวีป เสียชีวิต

4) พ.จ.อ.สมเพชร กาญปัญญา เสียชีวิต

5) จ.อ.ธีรวัฒน์ สุขรอดรู้ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

6) จ.อ.สายัณห์ ชินบุตร ได้รับบาดเจ็บสาหัส

7) จ.อ.ธงชัย สุยวงค์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

8) จ.อ.องอาจ ศักดา ได้รับบาดเจ็บสาหัส

9) จ.อ.สราวุฒิ ตาละนานนท์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

10) พลทหารสมชาย มะมัย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

11) พลทหารมังกร สาระบุญ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

หลังเกิดเหตุสลด มีข่าวเบื้องต้นออกมาว่าสาเหตุของการระเบิดน่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือความผิดพลาดในการตรวจสอบวัตถุพยานที่เก็บกู้มาได้ แต่ต่อมาก็มีข่าวใหม่ตามมาว่า น่าจะเป็นแผนของคนร้ายที่ต่อวงจรระเบิดซ้อน 2 ระบบเอาไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่ถอดชนวนระบบหนึ่งได้ แต่ไม่ทราบว่ามีอีกชนวนหนึ่งซ่อนอยู่ จึงเกิดระเบิดขึ้นในภายหลัง

ข้อมูลดังกล่าวเมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับการที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 เป็นหน่วยบังคับบัญชาของฐานปฏิบัติการบ้านยือลอ ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธนำโดย นายมะรอโซ จันทรวดี บุกเข้าโจมตีฐานเมื่อวันที่ 13 ก.พ.2556 แต่เจ้าหน้าที่ภายในฐานตอบโต้จนฝ่ายผู้บุกรุกเสียชีวิตถึง 16 ราย รวมทั้งนายมะรอโซด้วย จึงทำให้หลายฝ่ายให้น้ำหนักกับข้อมูลนี้ เพราะอาจเป็นไปได้ว่ากลุ่มก่อความไม่สงบวางแผนมาเพื่อแก้แค้นเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 (ก่อนหน้ามีการอุ้มฆ่าพลทหารที่เคยปฏิบัติการที่ฐานบ้านยือลอไปแล้ว 1 นาย)

สันนิษฐานไม่มีต่อ "วงจรซ้อน"

อย่างไรก็ดี จากการสอบถามความเห็นจากเจ้าหน้าที่อีโอดีที่มีประสบการณ์และทำงานสนามในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มานานหลายปี กลับได้รับการยืนยันว่า การต่อวงจรซ้อนในกรณีของระเบิดถังแก๊ส มีความเป็นไปได้น้อยมาก

"ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากการแกะหรือนำระเบิดมาถอดแล้วเกิดความร้อนจากการเสียดสีของวัสดุที่ทำเป็นภาชนะ กระทั่งเกิดประกายไฟและทำปฏิกิริยากับน้ำมันจนทำให้ระเบิดขึ้นมากกว่า เพราะระเบิดที่พบเป็นระเบิดแอนโฟ (แอมโมเนียมไนเตรทผสมน้ำมัน หรือ ammonium nitrate fuel oil) วงจรที่คนร้ายต่อคือจุดระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้สามารถตัดวงจรนี้ได้แล้ว จากนั้นก็นำกลับฐาน เข้าใจว่าน่าจะมีการผ่าถังเพื่อเอาดินระเบิดข้างในถังแก๊สออกมาจนเกิดระเบิด"

ส่วนข่าวที่ว่าอาจมีการต่อวงจรซ้อนในรูปแบบ "หัวล้านชนกัน" เพื่อลวงเจ้าหน้าที่อีโอดีนั้น แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญรายนี้ บอกว่า การต่อวงจรแบบหัวล้านชนกัน คือการต่อสายไฟ 2 เส้นไว้กับแบตเตอรี่ 9 โวลต์ แล้วผูกปมที่ปลายสายไฟแต่ละเส้นเอาไว้เพื่อไม่ให้ทองแดงของสายไฟสัมผัสกัน เมื่อมีการยก ตะแคง หรือเคลื่อนย้ายภาชนะระเบิด (หลังจากตัดวงจรจุดระเบิดอื่นแล้ว) การเคลื่อนของภาชนะจะทำให้ปมที่ผูกไว้หลุดออก ก็จะกลายเป็นเหมือนสวิทช์ปิด-เปิดไฟ เมื่อทองแดงสัมผัสกันครบวงจรก็ทำให้เกิดระเบิดขึ้นได้ ซึ่งวิธีการนี้โดยมากต้องต่อวงจรไว้ด้านนอกภาชนะ โดยเฉพาะระเบิดที่ประกอบในถังแก๊ส การต่อวงจรแบบหัวล้านชนกันไว้ด้านในเป็นเรื่องยากมาก เพราะไม่สามารถกำหนดทิศทางการเคลื่อนของภาชนะได้ โอกาสที่จะเกิดระเบิดทำร้ายตัวเองขณะต่อวงจรก็มีสูง

ทัศนะของเจ้าหน้าที่อีโอดีรายนี้ สอดรับกับข้อมูลของเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวอีกรายหนึ่งที่บอกว่า แม้จะยังสรุปไม่ได้ว่าวัตถุระเบิดดังกล่าวมีการต่อวงจรซ้อนเอาไว้หรือไม่ แต่ก็เห็นว่าการต่อวงจรซ้อนในระเบิดถังแก๊สเป็นไปได้ยาก เพราะต้องต่อไว้ด้านนอก ซึ่งเมื่อต่อไว้ด้านนอก เจ้าหน้าที่อีโอดีที่เข้าเก็บกู้ชุดแรกก็ต้องมองเห็น น่าจะตัดวงจรได้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นระเบิดก็ถูกเคลื่อนย้ายจากจุดเกิดเหตุกลับไปยังฐานปฏิบัติการ หากมีการต่อวงจรแบบหัวล้านชนกัน หรือวงจรที่จะทำงานเมื่อเคลื่อนย้ายระเบิด ก็น่าจะเกิดระเบิดตั้งแต่ตอนเคลื่อนย้ายแล้ว

ดักบึ้มทหารพราน "ปาดี-ระแงะ" เจ็บระนาว

สำหรับเหตุรุนแรงอื่นๆ ตลอดวันจันทร์ที่ 22 เม.ย.ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ เริ่มจากเมื่อเวลา 08.20 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4801 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 (ร้อย ทพ.4801 ฉก.ทพ.48) ขณะเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายสร้างสถานการณ์ก่อกวนในพื้นที่ บริเวณบ้านโต๊ะเด็ง หมู่ 1 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้ ร.ท.ไกรศักดิ์ รอดไกรทุกข์ ผู้บังคับกองร้อย ทพ.4801 ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณต้นขาขวาได้รับบาดเจ็บ

เวลา 10.15 น. คนร้ายลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 1104 (ร้อย ทพ.1104) ขณะเข้าตรวจสอบป้ายผ้าต่อต้านการเจรจาและวัตถุต้องสงสัย ท้องที่หมู่ 5 บ้านลูโบะกาเยาะ ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้ อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) สราวุธ โพชะกะ ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นสะเก็ดระเบิดยังไปโดนรถกระบะของชาวบ้านที่แล่นผ่านมาพอดี ทำให้ ด.ญ.ชนัฐฎา สามารถพัฒนกิจ และ ด.ช.อซุรวาร ตอเละ อายุ 9 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ

ยิงสาวใหญ่สองพี่น้องเจ็บอีก 2 ที่โคกโพธิ์

เวลา 10.50 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นางนพารัตน์ สะนิ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/1/ บ้านม่วงถ้ำ หมู่ 3 ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา และ นางวันเพ็ญ อินทองแก้ว อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 บ้านลูตง หมู่ 6 ต.แม่ลาน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ซึ่งทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงเรียนป่าไร่ หมู่ 2 ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ขณะที่ทั้งสองคนนั่งรถจักรยานยนต์กลับจากซื้อของที่ตลาดนัดบ้านป่าไร่ กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านในท้องที่ อ.แม่ลาน เบื้้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง

ป้ายต้านเจรจาพรึ่บ 119 ผืนทั่วชายแดนใต้

สำหรับเหตุการณ์กลุ่มบุคคลกระจายกันติดป้ายผ้าภาษามลายู เขียนด้วยตัวอักษรรูมี ข้อความไม่ยอมรับกระบวนการพูดคุยสันติภาพนั้น ปรากฏว่าจากการตรวจสอบของฝ่ายความมั่นคงสรุปว่า มีการติดป้ายผ้าทั้งสิ้น 119 ผืน แยกเป็น

จ.นราธิวาส 52 ผืน ในพื้นที่ 9 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.แว้ง อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ อ.ยี่งอ อ.จะแนะ อ.ศรีสาคร อ.สุไหงปาดี และ อ.สุคิริน

จ.ยะลา 26 ผืน ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ยะหา อ.รามัน อ.บันนังสตา อ.ธารโต อ.กรงปินัง อ.เมืองยะลา และ อ.กาบัง

จ.ปัตตานี 33 ผืน ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.หนองจิก อ.ยะรัง อ.สายบุรี อ.กะพ้อ อ.ยะหริ่ง และ อ.โคกโพธิ์

จ.สงขลา 8 ผืน ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เทพา กับ อ.สะบ้าย้อย อำเภอละ 4 ผืน

นอกจากนั้นในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ยังมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ถูกคนร้ายทำลาย 6 ตัวด้วย

"ภราดร"รับใต้ป่วนไม่หยุดส่งผลเจรจาสะดุดระยะยาว

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการขึ้นป้ายต่อต้านการเจรจาและความรุนแรงที่ยังคงเกิดต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจมองได้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มที่มีแนวคิดสุดโต่งคัดค้านการเจรจา หรือกลุ่มที่ส่งสัญญาณบอกว่ารัฐเจรจาผิดกลุ่ม รวมถึงภัยแทรกซ้อนต่างๆ ซึ่งทางหน่วยงานรัฐกำลังสืบสภาพว่าเป็นกลุ่มใดบ้าง มั่นใจว่ามีเพียงส่วนน้อยประมาณ 20% และจะไม่กระทบกับการพูดคุยสันติภาพที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 เม.ย.นี้ที่ประเทศมาเลเซีย

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าหากความรุนแรงยังมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพูดคุยอาจต้องถูกเว้นระยะออกไป ไม่เป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้เดิม ทั้งนี้เพื่อให้เวลาทั้งสองฝ่ายได้ไปแก้ปัญหาในพื้นที่กันก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการพูดคุยที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จใช่หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า คงบอกแบบนั้นไม่ได้ เพราะขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสภาพเพื่อให้ทราบว่าฝ่ายขบวนการมีกี่กลุ่มและมีแนวทางการต่อสู้อย่างไร โดยในวันที่ 29 เม.ย.ที่จะพูดคุยกันฝ่ายรัฐบาลไทยก็จะถามถึงความรุนแรงในพื้นที่ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด ทำไมถึงยังก่อเหตุ เพื่อย้ำว่าการลดความรุนแรงในพื้นที่เป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดในการพูดคุย

www.isranews.

จยย.บอมบ์ทุุ่งยางแดง"ร้อยโท"ดับ-เจ็บ5

ซุกระเบิด 3 กก. บึ้มหาดตะโละกาโปร์ ปัตตานี ชรบ.เคราะห์ร้ายขาขาด

18 เมษายน 2556 15:58 น.

ปัตตานี - เชื่อคนร้ายซุกระเบิดแสวงเครื่องหนัก 3 กก. บึ้มหาดตะโละกาโปร์ หวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ ชรบ.เคราะห์ร้ายอาการสาหัส ขาขาดแล้ว 1 ข้าง รถยนต์ชาวบ้านถูกสะเก็ดระเบิดเสียหายอีก 4 คัน

เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้ (18 เม.ย.) พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นภายในหาดตะโละกาโปร์ ตั้งอยู่ ม.1 ต.ตะโละกาโปร์ ห่างจากป้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลนักท่องเที่ยว และอาคารศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวหาดตะโละกาโปร์ ประมาณ 20 เมตร จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก. ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด

พบว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณกองขยะใต้ต้นมะพร้าว มีหลุมระเบิดกว้าง 40 ซม. และมีชิ้นส่วนระเบิด รวมทั้งชิ้นเนื้อมนุษย์ และเลือดกระจายไปทั่วบริเวณ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีได้นำส่งโรงพยาบาลยะหริ่งไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อคือ นายมะยาซิง สาแม อายุ 42 ปี เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อยู่บ้านเลขที่ 136/4 ม.1 ต.ตะโละกาโปร์ ถูกแรงระเบิดทำให้ขาซ้ายขาด ส่วนขาขวาเละเกือบขาด อาการสาหัส แพทย์ได้ทำการรักษาเบื้องต้น จากนั้นจึงนำส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี

จากการสอบสวนทราบว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นจุดท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.ปัตตานี ก่อนเกิดเหตุ นายมะยาซิง ได้เฝ้าดูแลความเรียบร้อยบริเวณหาด และยังทำหน้าที่ดูแลความสะอาด ขณะที่เดินไปทิ้งขยะยังจุดเกิดเหตุ ได้มีชาวบ้านเตือนแล้วว่ามีกล่องต้องสงสัยวางอยู่ให้ระวังตัว ปรากฏว่า เมื่อทิ้งขยะเสร็จจึงได้รีบหันกลับ คนร้ายซึ่งคาดว่าอยู่บริเวณที่เกิดเหตุได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 3 กก. จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้ นายมะยาซิง กระเด็น และขาขาดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว นอกจากนี้ แรงระเบิดยังทำให้รถยนต์ของชาวบ้านที่จอดไว้ใกล้เคียงกันถูกสะเก็ดระเบิดเสียหาย 4 คัน

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบกภ.จ.ปัตตานี สั่งปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุรอบๆ หาดทันที พร้อมทั้งให้ตรวจสอบภาพวงจรปิดจากร้านค้า และของหน่วยงานต่างๆ ที่ติดตั้งไว้บริเวณที่เกิดเหตุ เชื่อว่าน่าจะเห็นตัวคนร้ายกลุ่มที่ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม คนร้ายน่าจะหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์ไม่สงบ

www.manager.

จยย.บอมบ์ทุุ่งยางแดง"ร้อยโท"ดับ-เจ็บ5

วันอังคารที่ 16 เมษายน 2013 เวลา 15:36 น.

ใต้ป่วนส่งท้ายหยุดยาวสงกรานต์ คนร้ายจุดชนวนระเบิด "มอเตอร์ไซค์บอมบ์" ที่ทุ่งยางแดง ปัตตานี โจมตี

ทหารชุดทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข "ร้อยโท" หัวหน้าชุดพลีชีพ ขณะที่ลูกน้องเจ็บระนาว 5 นาย ส่วนคืนก่อนหน้านั้นประกบยิงทหารชุดมวลชนสัมพันธ์ดับอีก 1 รัวกระสุนใส่โชเฟอร์รถสองแถวสังเวยอีกราย

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงปลายวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 12.00 น. วันอังคารที่ 16 เม.ย.2556 คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดทหารชุดทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข บริเวณบ้านปากู หมู่ 5 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้กำลังพลเสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 นาย

รายชื่อกำลังพลที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย

1) ร.ท.บุญเพ็ง บุตรโยธี หัวหน้าชุดทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข เสียชีวิต

2) ร.ท.บุญมี แตงอ่อน ได้รับบาดเจ็บสาหัส

3) จ.ส.อ.อุดม บุตรสุวรรณ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

4) จ.ส.อ.มนูญ ชมชื่น ได้รับบาดเจ็บสาหัส

5) จ.ส.อ.รังสรรค์ จันทรุสรณ์ ได้รับบาดเจ็บ

6) จ.ส.อ.รวงทอง เตารัตน์ ได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร รวมทั้งฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า ขณะที่กำลังพลชุดปฏิบัติการทักษิณสัมพันธ์ เดินทางด้วยรถยนต์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน กลับจากร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนปอเนาะนิติวิทย์ ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง มุ่งหน้ากลับฐานปฏิบัติการนั้น เมื่อถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้จุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ข้างทาง แรงระเบิดทำให้กำลังพลเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ประกบยิงจ่าทหารชุดมวลชนสัมพันธ์ดับอีก

ก่อนหน้านั้น เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 15 เม.ย.เวลาประมาณ 20.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนอาก้าและปืนพกขนาด 9 มม.ประกบยิง จ.ส.อ.พงศกร กล่อมขุนทด อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่ชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 9 ต.หูทำนบ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบนถนนสายกอลำ-บ้านต้นมะขาม หมู่ 4 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า จ.ส.อ.พงศกร ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานด้านมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง อ.มายอ และ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี โดยเฉพาะโครงการวัด มัสยิด สานใจต้านภัยยาเสพติด จึงได้เดินทางด้วยรถยนต์เก๋งยี่ห้อไดฮัทสุ รุ่นมีร่า สีเทา หมายเลขทะเบียน น 6166 ยะลา ไปประสานกับมวลชนเพื่ออบรมโครงการญาลันนันบารูจูเนียร์ ในพื้นที่ อ.มายอ หลังจากเสร็จภารกิจได้เดินทางกลับเพียงลำพัง ระหว่างทางถูกคนร้ายประกบยิงจนเสียชีวิตคารถ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

รัวกระสุนดับโชเฟอร์สองแถว

ต่อมาเวลา 20.40 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดประกบยิง นายมะรอพี มะ อายุ 46 ปี อาชีพขับรถสองแถวโดยสารสายยะลา-สายบุรี-ต้นไทร อยู่บ้านเลขที่ 19/2 บ้านมะนังยง หมู่ 4 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง เสียชีวิต เหตุเกิดบนทางหลวงหมายเลข 4092 (มายอ-ทุ่งยางแดง) ท้องที่บ้านเจาะบาแน หมู่ 6 ต.ลุโบะยิไร อ.มายอ จ.ปัตตานี ขณะที่นายมะรอพีกำลังขับรถกลับบ้าน หลังไปส่งลูกสาวเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี

ทั้งนี้ หลังนายมะรอพีถูกยิง รถได้เสียหลักพุ่งตกลงไปข้างทางจนได้รับความเสียหาย และนายมะรอพีได้รับบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลทุ่งยางแดง แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาล เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

www.isranews.

สรุปป่วนปัตตานี 9 อำเภอ 36 จุด ทหารพรานพลีชีพ 2 เจ็บ 6

11 เมษายน 2556 10:56 น.

ปัตตานี - สรุปเหตุป่วนจังหวัดปัตตานี ในพื้นที่ 9 อำเภอ ทั้งเผา ลอบวางระเบิด และเกิดการปะทะ ร่วม 36 จุด มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต จำนวน 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย

จากกรณีกลุ่มก่อความไม่สงบได้ออกมาสร้างสถานการณ์โดยการลอบวางระเบิด และเผาหลายจุดใน 9 อำเภอ จ.ปัตตานี โดยเฉพาะเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 44 ขณะเดินทางเข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ อส.ปะนาเระ ซึ่งถูกโจมตี และปะทะกับคนร้ายที่ศูนย์นิคมอาหารฮาลาล ที่ ม.4 บ้านท่าสู ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ทหารพรานเสียชีวิตทันที 2 นาย บาดเจ็บ 6 นาย เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำ วันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา

สำหรับความคืบหน้า เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (11 เม.ย.) พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และชุดวิทยาการ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดทหารพราน บริเวณถนนทางเข้าศูนย์นิคมอาหารฮาลาล ม.4 ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ ซึ่งเมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ถึงกับตกใจ เนื่องจากพบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ที่มีความลึกกว่า 4 เมตร กว้างเกือบ 6 เมตร

นอกจากนี้ ห่างกันประมาณ 30 เมตร ยังพบรถยนต์หุ้มเกราะวีว่าของทหาร สภาพพลิกคว่ำถูกแรงระเบิดจนพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถ และระเบิดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ และพบสายไฟที่คนร้ายใช้เป็นตัวจุดชนวนระเบิด จึงเก็บไว้ตรวจสอบดีเอ็นเอขยายผลในการสืบสวนสอบสวนถึงตัวคนร้าย

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 50 กก. ฝังไว้ใต้พื้นถนน ซึ่งเป็นดินลูกรังลึก 4 เมตร และจุดชนวนด้วยสายไฟ โดยคนร้ายได้ทำสัญลักษณ์ด้วยทางมะพร้าวปักไว้ริมถนน เพื่อเป็นจุดนำสายตาในการกดชนวนระเบิด ทำให้ระเบิดทำงานสมบูรณ์ และตรงเป้าหมาย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าคนร้ายน่าจะลวงเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปที่เกิดเหตุโจมตี อส. เพื่อหวังสังหารหมู่ทหารพรานซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุ

สรุปเหตุความรุนแรงในช่วงเวลา 20.00 น. ถึง 22.00 น. ของคืนวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวน 9 อำเภอ รวม 36 จุด ประกอบด้วย

อ.เมือง เหตุลอบวางระเบิดเรือประมงเสียหาย จำนวน 2 จุด

อ.โคกโพธิ์ เหตุลอบเผายางรถยนต์ 1 จุด เผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ 2 จุด

อ.ปะนาเระ โจมตีฐาน อส.ที่นิคมอาหารฮาลาล 1 จุด ระเบิดทหารพราน ร้อย ทพ.4412 เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 6 นาย 1 จุด ระเบิดเผาตู้โทรศัพท์สาธารณะ 2 จุด

อ.กะพ้อ จำนวน 5 จุด คือ โจมตีฐาน อส.หน้าโรงเรียนบ้านกะรุบี 1 จุด ลอบวางเพลิงฐานเก่า 2 จุด วางเพลิงร้านสะดวกซื้อ 1 จุด เผาเสาสัญญาณโทรศัพท์ 1 จุด

อ.ยะรัง เผายางรถยนต์ จำนวน 9 จุด

อ.สายบุรี จำนวน 7 จุด คือ ขว้างระเบิดขวดใส่บ้านเรือนประชาชน 1 จุด ขว้างระเบิดใส่เรือประมง 1 จุด เผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ 2 จุด วางเพลิงศูนย์การอาชีพ 1 จุด ขว้างระเบิดเพลิงใส่ป้อมทางหลวงกลาพอ 1 จุด และวางตะปูเรือใบ 1 จุด

อ.มายอ ลอบวางเพลิงรถการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเสียหาย จำนวน 2 คัน จำนวน 1 จุด

อ.ทุ่งยางแดง เผายางรถยนต์ 1 จุด

อ.ไม้แก่น จำนวน 4 จุด คือ เผาสหกรณ์การเกษตรไทรทอง 1 จุด เผากล้อง CCTV จำนวน 2 จุด เผายางรถยนต์ 1 จุด

www.manager.

ปัตตานีเดือด!! โจรใต้ป่วน! ระเบิด ถล่มจุดตรวจ เผา รวม 7 อำเภอทหารดับ 2 เจ็บ 6

10 เมษายน 2556 23:16 น.

ปัตตานี - ปัตตานีเดือด! ป่วน 7 อำเภอ ทั้งระเบิดเรือประมง เหตุปะทะ ระเบิดตู้โทรศัพท์ เผายางรถยนต์ เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิตแล้ว 2 นาย บาดเจ็บอีก 6

โจรใต้ป่วนหนักปัตตานี ทั้งระเบิดและยิงถล่มจุดตรวจ จุดแรก เมื่อเวลา 20.00 น.วันนี้(10 เม.ย.) พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้น จำนวน 2 จุด โดยจุดแรกที่ท่าเรือโรงน้ำแข็งบ้านติง เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ถ.ปากน้ำ ต.สะบารัง อ.เมืองปัตตานี นำกำลังไปตรวจสอบพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ไปถึงพบว่าจุดที่เกิดระเบิดเป็นเรือประมงชื่อ โชคสุรศักดิ์มนตรี รหัส KNF สภาพถูกแรงระเบิดจนได้รับความเสียหายบริเวณท้ายเรือทำให้เรือจม นอกจากนี้ สะเก็ดระเบิดทำให้กระจกของเรือทั้งลำแตกละเอียด

แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย ซึ่งเรือดังกล่าวพึ่งลงจากคานเพื่อซ่อมแซม ส่วนอีกจุดห่างกันประมาณ 3 นาที เกิดระเบิดขึ้นที่เรือประมงเช่นเดียวกัน ชื่อเรือพรสวรรค์ 25 ซึ่งเป็นเรือปั้นไฟ จอดเทียบท่าอยู่ท่าเรือพรสวรรค์ ม.11 ต.บานา สภาพถูกระเบิดจมอยู่ในแม่น้ำ

สอบสวนพยานซึ่งเป็นลูกเรือประมงโชคสุรศักดิ์มนตรี ให้การว่า ขณะกำลังนอนอยู่ในเรือสังเกตเห็นคนร้ายพายเรือมาด้านหลังแต่ไม่ได้เอะใจ จนกระทั่งเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น จนเรือโยกเยกเหมือนจะพลิก ตนจึงรีบหนีขึ้นไปบนฝัง ผ่านไปเพียง 3 นาทีก็ได้ยินเสียงระเบิดขึ้นอีก 1 ครั้ง

ต่อมาเวลา 20.30 น. พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุปะทะกันขึ้นที่จุดตรวจร่วม อส.และ ชรบ. ตั้งอยู่ริมถนนสายสายบุรี - กะพ้อ หน้าโรงเรียนบ้านกะรุบี ม.1 ต.กะรุบี จึงรีบนำกำลังเข้าเสริม ปรากฏว่าเมื่อไปถึงสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จากการตรวจสอบไม่มีใครได้รับอันตราย

จากนั้นเวลาไล่เลี่ยกัน พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายจุด โดยจุดแรกคนร้ายระเบิดตู้โทรศัพท์สาธารณะ เขตเทศบาลปะนาเระ จุดที่ 2 เหตุระเบิดตู้โทรศัพท์หน้าที่ทำการไปรษณีย์ จุดที่ 3 คนร้ายยิงถล่มใส่ฐาน อส.ตั้งอยู่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล ม.3 ต.น้ำบ่อ จนเกิดการปะทะกันขึ้น เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 44 จำนวน 10 นาย ใช้รถหุ้มเกราะวีว้า เข้าไปสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ ปรากฏว่ามาถึงที่ ม.4 ต.บ้านน้ำบ่อ คนร้ายได้กดฉนวนระเบิด เป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 6 นาย

ขณะที่ อ.สายบุรี คนร้ายบุกเข้าไปเผาศูนย์การอาชีพกาปาตีมอ ได้รับความเสียหาย ที่ อ.มายอ คนร้ายเผารถไฟฟ้า เสียหาย 2 คัน ส่วน อ.ยะรัง คนร้ายเผายางรถยนต์ 9 จุด ส่วนที่ อ.โคกโพธิ์ คนร้ายเผายางรถยนต์และกล้องวงจรปิดเสียหาย

รายชื่อทหารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บเหตุระเบิดที่ จ.ปัตตานี

ผู้เสียชีวิต

1.ร.ท.เริ่งฤทธิ์ โพธิ์สา อายุ 53 ปี ผบ.ร้อย ทพ.4412

2.จ.ส.อ.สัญชัย โสภาวัง

ผู้บาดเจ็บ

1.จ.ส.อ.สำราญ คงกุล

2.ส.ท.ทัศพงษ์ ดาวดึงส์

3.อส.ทพ.พรศักดิ์ เงินเก่า

4.อส.ทพ.กฤษดา ริสา

5. อส.ทพ.พีรวัส ทิพย์นัส

www.manager.

บึ้มรถตำรวจปัตตานีที่ อ.บาเจาะ ตำรวจ 3 นายโชคดีรอดตายหวุดหวิด

9 เมษายน 2556 11:10 น.

นราธิวาส - บึ้มรถตำรวจปัตตานีขณะเดินทางผ่านถนนใน อ.บาเจาะ โชคดีรัศมีของระเบิดหักเหเข้าไปทางป่ารกริมทาง รอง สวป.สภ.กะพ้อ และพวกรวม 3 นาย จึงรอดตายหวุดหวิด

เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (9 เม.ย.) พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภ.จ.นราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.ต.ทิวา วรรณโกสิต พนักงานสอบสวน สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เสากันไหล่ทาง ริมถนนสายต้นไทร-ตะโล๊ะดือรามัน ช่วงบริเวณบ้านตะโล๊ะตา ม.3 ต.ปะลุกาสาเมาะ

ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลอบวางระเบิด ร.ต.ท.วรณ์ แดงเงิน รอง สวป.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี และพวกรวม 3 นาย ซึ่งนั่งรถยนต์สายตรวจ 191 กลับจากสนับสนุนกำลังที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ปัตตานี เหตุเกิดในช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายแต่เจ้าหน้าที่ปลอดภัย โดยในช่วงคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงดักยิงถล่มซ้ำ

ในที่เกิดเหตุ พบเสากันไหล่ทางถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคหนัก 25 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ร.ต.ท.วรณ์ แดงเงิน รอง สวป.สภ.กะพ้อ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองพร้อมลูกน้องรวม 3 นาย กำลังเดินทางกลับจาก จ.ปัตตานี หลังเสร็จจากภารกิจการสนับสนุนที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ปัตตานี โดยใช้เส้นทางสายต้นไทร-ตะโล๊ะดือรอมัน เพราะคิดว่าปลอดภัยกว่าสายหลัก โดยตนเองนั่งคู่กับพลขับ และลูกน้องอีก 1 นาย นั่งด้านหลัง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ริมทางใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้บริเวณเสากันไหล่ทาง

จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในขณะที่รถยนต์สายตรวจแล่นผ่าน แต่โชคดีรัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่า ทำให้ตน และลูกน้องรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด มีเพียงรถยนต์สายตรวจได้รับความเสียหายที่บริเวณตัวถังด้านขวา ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบเพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

www.manager.

ระเบิดป่วนกลางเมืองยะลา 4 จุด ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

7 เมษายน 2556 21:09 น.

ยะลา - เกิดเหตุป่วน ระเบิดกลางเมืองยะลา 4 จุด จุดแรกเป็น จยย.บอมบ์ในที่จอดรถโรงแรมโคล่า จุดที่ 2 ปาระเบิดหน้าหอพัก จุดที่ 3 วางไว้ในตู้โทรศัพท์หน้าโรงแรมแกรนด์พาเลซ และจุดที่ 4 ใส่ในถุงดำทิ้งไว้หน้าโรงแรมเทพวิมาน ทั้งหมดมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย

เวลาประมาณ 19.00 น.ที่ผ่านมา (7 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลาว่า ได้เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในเขตเทศบาลนครยะลา เบื้องต้นทราบว่ามีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย ได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลา

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และชุดเคลื่อนที่เร็ว ประสานกับจุดตรวจรอบตัวเมือง ให้เพิ่มมาตรการเข้มในการป้องกันเฝ้าระวัง จากนั้นจึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ได้รับแจ้ง ซึ่งมีจำนวน 4 จุด

โดยจุดที่ 1 บริเวณที่จอดรถใต้โรงแรมโคล่า ถนนรวมมิตร ซึ่งคนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดแสวงเครื่อง เข้าไปจอดปะปนไว้กับรถจักรยานยนต์ของลูกค้าและพนักงาน ก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดขึ้น ซึ่งจุดนี้มีผู้บาดเจ็บจำนวน 1 ราย ทราบชื่อคือ นายอาเก๋า แซ่ตั้ง อายุ 55 ปี

จุดที่ 2 หน้าหอพักเซเว่นอิน ถนนพุทธภูมิ คนร้ายขับขี่จักรยานยนต์ผ่าน ก่อนจะปาระเบิดเข้าไปที่ม้านั่งหินอ่อนหน้าหอพัก ทำให้ได้รับความเสียหาย ไม่มีผู้บาดเจ็บ

จุดที่ 3 ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้าโรงแรมแกรนด์ พาเลซ จุดนี้คนร้ายนำระเบิดวางไว้ใกล้ตู้โทรศัพท์ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ นายวินัน สินกิจเจริญชัย อายุ 65 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

และจุดที่ 4 หน้าโรงแรมเทพวิมาน ถนนศรีบำรุง คนร้ายนำถุงดำมาทิ้งไว้ริมถนน หน้าโรงแรมก่อนจะเกิดเหตุระเบิดขึ้น จุดนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บ

ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้ด่านตรวจทุกจุด เพิ่มมาตรการเข้ม และตรวจสอบบุคคล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ต้องสงสัย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ที่ต้องสงสัยให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด ขณะที่หลังเกิดเหตุบรรยากาศในเขตเทศบาลนครยะลา ก็เงียบลงทันที ประชาชนที่ทราบเหตุการณ์ต่างก็รีบกลับเข้าบ้าน เพื่อความปลอดภัย

www.manager.

โจรใต้วางระเบิดทหารพรานเจ็บ 2 นาย ที่ อ.รือเสาะ

7 เมษายน 2556 19:31 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดลาดตระเวนสังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4607 เขตรอยต่อบ้านบาโงมือบา-บ้านมือและ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

เมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (7 เม.ย.) ร.ต.ท.รัชสิทธิ์ ลือลั่น ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดลาดตระเวนสังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4607 กรมทหารพรานที่ 46 ริมถนนในเขตรอยต่อบ้านบาโงมือบา-บ้านมือและ ม.1 ต.สาวอ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.รือเสาะ ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง หัวหน้าชุดเก็บกู้ และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบที่บริเวณตาข่ายสีดำริมถนนที่ใช้ขึงเป็นรั้วกำแพงชั่วคราว มีหลุมลึก 3 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 10 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพงหญ้ารกทึบริมทาง พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขา ลำตัว ทราบชื่อคือ 1.อส.ทพ.รัตนา สวากัน อายุ 30 ปี และ อส.ทพ.ศักดา สุวรรณศรี อายุ 22 ปี เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว แต่เนื่องจากอาการสาหัสแพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

จากการสอบสวน ส.อ.วินัย รสจิน หัวหน้าชุด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ระดมกำลัง รวม 8 นาย เดินลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิด ที่นำไปวางไว้บริเวณตาข่ายสีดำริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นาย แล้วคนร้ายได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

www.manager.

นราฯ บึ้ม! ลูกที่ 2 โจรใต้วางระเบิดแล้วยิงซ้ำทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย ก่อนฉกปืนหนี

7 เมษายน 2556 16:08 น.

นราธิวาส - ระเบิดลูกที่ 2 ของวันใน จ.นราธิวาส ขณะที่ อส.ทพ.ขับรถจักรยานยนต์ออกไปซื้อเสบียง คนร้ายกดชนวนระเบิดก่อนที่จะยิงถล่มซ้ำ เป็นเหตุให้ อส.ทพ. 2 นาย เสียชีวิตทันที คนร้ายฉกปืนหนีไปอีก 2 กระบอก เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านบองอ อ.ระแงะ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ (7 เม.ย.) ร.ต.ท.สมบูรณ์ สาคร พนักงานสอบสวน สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิด และยิงซ้ำทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านบองอ หมู่ 4 ต.บองอ อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรเดช พระสว่าง ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภ.จ.นราธิวาส พ.ท.ชุติเดช ชวณิชย์ รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบศพเจ้าหน้าที่ทหารนอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน ขจย 817 นราธิวาส ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิด และกระสุนปืนพรุนไปทั้งร่าง ทราบชื่อคือ 1.อส.ทพ.โสภณ เหมาะสม สังกัด ร้อย ทพ.4513 กรมทหารพรานที่ 45 และ 2.อส.ทพ.ก้องเกียรติ แก่นดี สังกัด ร้อย ทพ.1108 กรมทหารพรานที่ 11 และห่างไปประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดข้างจอมปลวกริมถนนลึก 2 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโม หนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารตกกระจายเกลื่อนพื้น และพงหญ้ารกทึบ และนอกจากนี้ ยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้า และเอ็ม 16 กว่า 20 ปลอก ตกอยู่บนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.อ.เฉลิม เนียมช่วย ผบ.กรมทหารพรานที่ 11 ได้นำกำลังจำนวนหนึ่งเปิดยุทธการในหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อกดดันกลุ่มคนร้ายไม่ให้แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้าน โดยให้ อส.ทพ.ก้องเกียรติ ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปซื้อเสบียงที่ตลาด และมี อส.ทพ.โสภณ สังกัด ร้อย ทพ.4513 ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมเดินทางไปด้วยรวม 2 คน ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายที่ดักซุ่มอยู่ข้างทางใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปตั้งไว้ข้างจอมปลวกริมถนน จนทั้ง 2 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดล้มคว่ำลง จากนั้นคนร้ายได้วิ่งออกมาจากป่าข้างทางใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า และเอ็ม 16 ยิงถล่มใส่ อส.ทพ.ทั้ง 2 นาย จนมั่นใจว่าเสียชีวิต ก่อนที่คนร้ายจะขโมยอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า ของเจ้าหน้าที่อย่างละ 1 กระบอก หลบหนีหายไป

www.manager.

โจรใต้วางบึ้มชุดเก็บกู้ฯ รถพัง เจ็บเล็กน้อย 4 นาย ที่นราธิวาส

7 เมษายน 2556 16:13 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดริมถนนจารุเสถียร สายบ้านยานิง-มะรือโบ เป็นเหตุให้รถตัดสัญญาณของชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส ได้รับความเสียหาย และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (7 เม.ย.) ร.ต.ต.สมพร สุขอนันต์ พนักงานสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดริมถนนจารุเสถียร สายบ้านยานิง-มะรือโบ หมู่ 1 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะตราโล่ ทะเบียน 93172 ซึ่งเป็นรถตัดสัญญาณของชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส จอดเสียหลักอยู่กลางถนน ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดเสียหายเป็นรูพรุนบริเวณตัวถังด้านซ้าย ห่างไป 50 เมตร พบหลุมระเบิดใต้โคนต้นไม้ใหญ่ริมถนนลึก 4 ฟุต กว้าง 6 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคหนัก 25 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ซึ่งมีอาการหูอื้อ และแน่นหน้าอก ประกอบด้วย 1.ด.ต.สมพร เรืองน้อย 2.ส.ต.อ.ธนาพิทักษ์ สมใจ 3.ส.ต.อ.ธีรศักดิ์ กองคำ และ 4.ส.ต.ท.มนตรี แก้วประสิทธิ์ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเจาะไอร้อง

จากการสอบสวน ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นำลูกน้องรวม 7 นาย นั่งรถยนต์กระบะ 2 คัน เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดภายในเขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.20 น. ของวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม เสร็จแล้วได้เดินทางกลับโดยรถของตนขับนำหน้า ถึงที่เกิดเหตุคนร้ายที่ซุ่มอยู่ข้างทางได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้ใต้โคนต้นไม้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นทำให้รถตัดสัญญาณที่ขับตามหลังมาถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย และลูกน้องได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 4 นาย

www.manager.

โจรใต้ลอบบึ้มชุด อส.ที่นราฯ หลังส่งรองเลขา ศอ.บต.กลับจากเปิดงานตาดีกา

6 เมษายน 2556 17:33 น.

นราธิวาส - โจรใต้วางระเบิดชุด อส.ศรีสาคร หลังเสร็จภารกิจส่งรองเลขาธิการ ศอ.บต.กลับจากเปิดกิจกรรมตาดีกา โชคดีมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแค่ 1 นาย

วันที่ (6 เม.ย.) ร.ต.ต.ปรีชา ราชโยธา ร้อยเวร สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งเมื่อเวลา 11.40 น. มีเหตุระเบิดในพื้นที่ ม.2 บ.ดุซงมาแจ ต.ซากอ อ.ศรีสาคร

ทำให้เจ้าหน้าที่ อส.ประจำที่ว่าการอำเภอศรีสาครได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย จึงเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบรถกระบะหุ้มเกราะของที่ว่าการอำเภอศรีสาครจอดเสียหลักอยู่ริมถนนสายดุซงมาแจ-เชิงคีรี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลศรีสาครไปก่อนนี้ ทราบชื่อคือ หมู่ใหญ่วิโรจน์ โทบุรี อายุ 35 ปี ซึ่งเป็น อส.ประจำที่ว่าการอำเภอศรีสาคร

โดยถูกแรงอัดของระเบิดทำให้มีอาการแน่นหน้าอก และหูอื้อ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบเศษซากของระเบิดแสวงเครื่องหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ที่ประกอบไว้ในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

หมู่ใหญ่วิโรจน์ ผู้บาดเจ็บให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองพร้อมเพื่อนๆ อส.รวม 6 นาย นั่งรถกระบะหุ้มเกราะของที่ว่าการอำเภอศรีสาคร กลับจากส่งคณะของนายปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการ ศอ.บต.

ซึ่งมาเป็นประธานเปิดงานตาดีกาสัมพันธ์ที่ ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาครในช่วงเช้า โดยส่งที่ด่านคลองหงส์ เขตรอยต่อ อ.ศรีสาคร และ อ.รือเสาะ แล้วเสร็จ และในระหว่างที่กำลังเดินทางเพื่อจะกลับที่ว่าการอำเภอศรีสาคร โดยตนเองนั่งกระบะท้าย เมื่อใกล้ถึงที่เกิดเหตุ 10 เมตร คนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบข้างทางได้จุดชนวนระเบิด

จนทำให้รถเสียหลักแฉลบไปทางขวามือ โดยพลขับตัดสินใจขับรถลงไปจอดห่างจุดเกิดเหตุ 30 เมตร ก่อนใช้ปืนประจำกายยิงเข้าไปในบริเวณป่ารกทึบ เพื่อสกัดกั้นการเข้าโจมตีของกลุ่มคนร้าย และเมื่อเสียงปืนสงบลง คนร้ายหลบหนีไปได้ โดยเพื่อน อส.ได้ช่วยกันนำตนเองส่งโรงพยาบาลศรีสาคร ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของผู้ไม่หวังดีในพื้นที่ที่ต้องการสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ

www.manager.

ประมวลภาพบึ้ม! “รองผู้ว่าฯ ยะลา” เสียชีวิต ปลัดป้องกันจังหวัดดับคาที่

5 เมษายน 2556 14:47 น.

ยะลา - ประมวลภาพเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถยนต์รองผู้ว่าราชการ จ.ยะลา ขณะเดินทางลงพื้นที่ อ.เบตง นายอิสรา ทองธวัช รองผู้ว่าฯ ยะลา เสียชีวิตที่รพ. ขณะที่ปลัดป้องกันจังหวัดเสียชีวิตคาที่ อส.เจ็บอีก 1

เมื่อเวลา 12.30 น. วันนี้ (5 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวจาก จ.ยะลา รายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถยนต์ของ นายอิสรา ทองธวัช รองผู้ว่าราชการ จ.ยะลา ขณะกำลังเดินทางเข้าพื้นที่ อ.เบตง เหตุเกิดบนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง พื้นที่ ม.5 บ้านกาโสด เขตรอยต่อ อ.บันนังสตา กับ อ.ธารโต เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ คือ

1.นายเชาวลิต ไชยฤกษ์ ปลัดป้องกันจังหวัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

2.นายอิศรา ทองธวัช รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

3.นายสะตอปา เจะเลาะ อส.จ.ยะลา บาดเจ็บสาหัส

www.manager.

ลอบบึ้มรถทหาร ขณะกลับจากภารกิจ ตรวจคัดเลือกเกณฑ์ทหาร อ.บันนังสตา เสียชีวิตแล้ว 1 นาย บาดเจ็บนับสิบ

3 เมษายน 2556 23:41 น.

ยะลา - คนร้ายกดบึ้ม รถบัส จนท.ทหาร กลับจากคัดเลือกเกณฑ์ทหาร อ.บันนังสตา ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ล่าสุด จ.ส.อ.บุญเลี้ยง ไชยชนะเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว

วันนี้ ( 3 เม.ย.) เมื่อเวลา เวลา 20.23 น.ศูนย์วิทยุ สภ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดบนถนนสาย 410 ยะลา - เบตง บริเวณ บ้านลือมุ ม.7 ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่ สภ.กรงปินัง และทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 13 นำกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ไดรับบาดเจ็บ และนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเป็นการด่วนแล้วกว่า 15 นาย เจ็บสาหัส 3 นาย

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานที่ 10 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ที่ประสบเหตุครั้งนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ทหารชุด กพ.ร.152 พัน.1 ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่คัดเลือกทหารเกณฑ์ ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยระหว่างเดินทางกลับ รถบัส ได้ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดระหว่างทาง และถูกคนร้ายซุ่มยิง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งล่าสุดทราบว่า มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บทั้งหมดจำนวน 15 นาย ในจำนวนนี้ สาหัส 2 นาย และเสียชีวิตที่ รพ.ยะลาแล้ว 1 นาย ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.บุญเลี้ยง ไชยชนะ อายุ 50 ปี

ในเบื้องต้น พบว่า เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าว สังกัด งานกิจการพลเรือน ค่ายสมด็จพระสุริโยทัย ร.152 พัน.1 ได้เดินทางโดยรถบัส มุ่งหน้ากลับค่าย ผ่านอำเภอกรงปินัง ระหว่างทางได้ถูกคนร้ายซึ่งฝังระเบิดไว้ใต้ผิวถนนที่บริเวณ บ้านลือมุ ม.7 ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง กดชนวนระเบิด ทำให้รถบัสถูกแรงระเบิดเสียหลัก พุ่งลงไปข้างทาง ก่อนที่ คนร้ายอีกชุด จะใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่ และเกิดการยิงต่อสู้กัน จนคนร้ายล่าถอยไป

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ได้สนธิกำลังเข้าช่วยเหลือ และลำเลียงผู้บาดเจ็บ ส่ง รพ.ยะลา ส่วนทีเกิดเหตุ พบหลุมระเบิดกว้างกว่า 1 เมตร ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทางสาย 410 ยะลา- เบตง เป็นการชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าทีได้ทำการตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด

www.manager.

แขวนระเบิดบนต้นไม้ในเมืองปัตตานี กดบึ้มขณะทหารลาดตระเวนผ่าน เจ็บ 2

3 เมษายน 2556 10:32 น.

ปัตตานี - คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องแขวนไว้บนต้นไม้ริมถนน อ.เมืองปัตตานี แล้วกดชนวนระเบิดขณะที่ทหาร ฉก.ปัตตานี 23 ลาดตระเวน แรงระเบิดทำให้ทหารบาดเจ็บ 2 นาย เชื่อฝีมือแนวร่วมสร้างสถานการณ์ไม่สงบ

เมื่อเวลา 22.30 น. วานนี้ (2 เม.ย.) พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดบนถนนเลียบคลองชลประทาน ม.3 ต.รูสะมิแล จึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ พบทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ทราบชื่อคือ พลทหารสุกรี สุหลง อายุ 22 ปี อาการสาหัสจากถูกสะเก็ดระเบิดตามใบหน้า และลำตัวหลายแห่ง และพลทหารพันธ์ศักดิ์ เชื้อสม อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัว ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบว่า ต้นไม้ที่อยู่ริมถนนถูกแรงระเบิดกระจัดกระจาย มีชิ้นส่วนกล้องเหล็ก และชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ

จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าว สังกัด ร้อย ร.1524 ฉก.ปัตตานี 23 ก่อนเกิดเหตุขณะเดินลาดตระเวนเส้นทางรับผิดชอบ จำนวน 6 นาย ปรากฏว่า เมื่อเดินมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่มืด คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่บรรจุในกล่องเหล็ก และแขวนไว้บนต้นไม้จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ทำให้มีทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ขณะที่กำลังทหารอีก 4 นาย กระโดดหลบหาที่กำบัง และใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อป้องกันการซุ่มโจมตี

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้นำกำลังเข้าที่เกิดเหตุพร้อมสั่งการให้ปิดล้อมตรวจค้นทันที คาดเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์ไม่สงบ

www.manager.

จยย.บอมบ์ ตชด.เจ็บ 2 ขณะกำลังรับส่งครูที่ปัตตานี

2 เมษายน 2556 10:52 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จยย.บอมบ์ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ ตชด.ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่รับส่งครูโรงเรียนบ้านบาซาเอ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (2 เม.ย.) พ.ต.อ.วสันต์ พวงน้อย ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดบนถนนภายในหมู่บ้าน พื้นที่ ม.3 ต.ปิตูมุดี จึงรายงานให้ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก. และประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ปิดเส้นทางบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน และเข้าตรวจสอบ

พบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สภาพถูกแรงระเบิดจนพังยับ และมีชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ห่างกัน 3 เมตร พบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ล้มอยู่ข้างทาง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลยะรัง จำนวน 2 นาย ทราบชื่อ ด.ต.นิเวศ ลือเรือง อายุ 41 ปี และ ด.ต.พรเทพ สายวงศ์เตีย อายุ 41 ปี ทั้ง 2 ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแขน และลำตัว แพทย์ได้ทำการรักษาจนปลอดภัยแล้ว

สอบสวนทราบว่า ทั้ง 2 นาย สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 จ.เชียงใหม่ ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ทั้ง 2 นาย เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ไปรับครูเพื่อไปส่งที่โรงเรียนบ้านบาซาเอ โดยมีกำลังอีก 6 นายใช้รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ปิดท้ายขับตามหลังกันมา ปรากฏว่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กก. ที่ซุกไว้ในรถจักรยานยนต์นำมาจอดไว้ข้างทาง แรงระเบิดทำให้ทั้ง 2 นายที่ขับรถจักรยานยนต์อยู่คันหน้าได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก. พ.อ.บุญสิน ภาคกลาง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 22 สั่งสนธิกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันที เชื่อคนร้ายน่าจะเป็นแนวร่วมในพื้นที่หวังสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์

ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ที่คนร้ายซุกระเบิดหมายสังหารตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 จ.เชียงใหม่ บาดเจ็บ 2 นาย ปรากฏว่า จากการตรวจสอบพบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวถูกแจ้งหายไว้ที่ สภ.เมืองปัตตานี เมื่อปี 2554 เป็นของ นางอรพิน อภินันทบุตร โดยมีหมายเลขทะเบียน กพฉ 579 ปัตตานี ส่วนป้ายทะเบียนที่คนร้ายนำมาติดไว้เพื่อก่อเหตุนั้น ทะเบียน กลง 137 ปัตตานี เป็นของ นายธนาทิพย์ แววภักดี แต่ไม่มีการแจ้งหายแต่อย่างใด

www.manager.

เจ็บ 4 เสียชีวิต 2 อส.ทพ.หลังคนร้าย จอด จยย.รอบึ้ม ขณะขับผ่าน

30 มีนาคม 2556 18:03 น.

ปัตตานี - เหตุระเบิดทหารพรานที่เกาะจันมายอ เสียชีวิต 2 บาดเจ็บอีก 4 นาย ระหว่างกลับจากงานทำบุญครบเจ็ดวันและนำเงินไปบริจาคช่วยเพื่อนทหารพราน

วันนี้ ( 30 มี.ค.) เมื่อเวลา 14.25 น. พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.มายอ ได้รับแจ้งเหตุระเบิดขึ้นบนถนนทางหลวงชนบทสายบ้านลาเกาะ-ตันหยง บริเวณ ม.1 ต.เกาะจัน อ.มายอ แรงระเบิดทำให้มีทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 6 นาย มีอาการสาหัส 2 นาย

ทั้งหมดได้ลำเลียงส่งโรงพยาบาลมายอ และได้เสียชีวิต 2 นาย ขณะนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ทนพิษบาดแผลไม่ไหวทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ อส.ทพ.นิธิ ชะโนวรรณ อายุ 22 ปี อส.ทพ.มะรอมหลี หามะ อายุ 30 ปี ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย ประกอบด้วย อส.ทพ.เกรียงศักดิ์ ศรีเกศ อายุ 37 ปี อส.ทพ.ฐานันดร แก้วขาว อายุ 27 ปี อส.ทพ.มะหามะ ดารุวี อายุ 28 ปี ส่วน อส.ทพ.จรูญ กาพิทักษ์ พลขับนั้นปลอดภัยพบมีเพียงอาการหูอื้อ ทั้งหมดแพทย์ได้มีการย้ายมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุทหารชุดดังกล่าวได้มาร่วมงานบุญครบ 7 วัน ของเพื่อนทหารพรานในหมู่บ้านดังกล่าวที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เพื่อมอบเงินจากผู้บังคับบัญชาในการช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียดังกล่าว โดยมากันจำนวน 2 คันรถยนต์กระบะ โดยแบ่งกันนั่งคันละ 7 นาย เมื่อเสร็จจากงานบุญ อส.ทพ.ทั้งหมดก็ได้นั่งรถเพื่อกลับไปยังฐานปฏิบัติการณ์ที่บ้านใหญ่ ต.ไม้แก่น อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี

ซึ่งคันที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์กระบะตอนครึ่งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนด์เงิน หมายเลขทะเบียน ผก 3961 สงขลา ในระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ถูกคนร้ายกดชนวนระเบิดที่ซุกไว้ในรถจักรยานยนต์พ่วงข้างสามล้อ ที่รอไว้ริมถนนด้านซ้ายมือก่อนแล้ว แรงระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนเป็นเหตุเครื่อยนต์แตกไม่สามารถไปต่อได้ พลขับจึงต้องนำรถมาจอดริมถนนชิดซ้ายเพื่อรอรถอีกคันนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งไปที่โรงพยาบาล

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ( EOD ) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี เข้าตรวจสอบพบเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่คนร้ายนำมาซุกไว้ในรถจักรยานยนต์พ่วงข้างสามล้อนำมาจอดริมถนนดังกล่าวเพื่อหมายสังหารเจ้าหน้าที่ เมื่อมีรถของ อส.ทพ.ผ่านกลับไปยังฐานปฏิบัติการณ์ที่บ้านใหญ่ ต.ไม้แก่น อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี คนร้ายจึงได้กดชนวนระเบิดทันที แรงระเบิดทำให้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างสามล้อกลายเป็นเศษเหล็กกระเด็นทั่วพื้นถนน และทำให้รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่เสียหายทั้งคันโดยเฉพาะด้านซ้ายถูกแรงอัดของระเบิดและถูกสะเก็ดของระเบิดเสียหายทั้งแถบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อส.ทพ.ชุดดังกล่าวเพิ่งจะมาสับเปลี่ยนกำลังใหม่ โดยกำหนดการจะเริ่มทำงานวันแรกในวันพรุ่งนี้เป็นวันแรก แต่ต้องมาเกิดเหตุเสียก่อน

www.manager.

นราฯ เดือด! บึ้มลูกที่ 2 ของวันปลิดชีพทหาร 1 นาย เจ็บอีก 14

29 มีนาคม 2556 21:27 น.

นราธิวาส - นราฯ เดือด! กดบึ้มดักสังหารเจ้าหน้าที่เป็นลูกที่ 2 ของวัน ปลิดชีพ ร.อ.ศิวิช ศรีอุปโย ขณะนำทหารออกพิสูจน์ทราบวัตถุต้องสงสัยใน ต.สาวอ อ.รือเสาะ รถถูกแรงระเบิดแสวงเครื่อง 25 กก.ลอยขึ้นฟ้าก่อนตกกระแทกถนน ทหารบาดเจ็บอีก 14 นาย

เมื่อเวลา 16.40 น. วันนี้ (29 มี.ค.) ร.ต.ต.มนตรี วันฟ้าเมือง ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.15123 ฉก.นราธิวาส 30 บนถนนสายปูโป-บือเจาะบองอ ม.7 ต.สาวอ อ.รือเสาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วย พล.ต.สิทธิ สิทธิสาร ผบ.ฉก.นราธิวาส พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบหลุมระเบิดบริเวณกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 1.5 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 25 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ลากสายไฟฟ้ายาวเข้าไปในป่ารกทึบ และห่างไปประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บต 7830 ปัตตานี ซึ่งอยู่ในสภาพแรงระเบิดได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนภายในรถมีรอยคราบเลือดเป็นจำนวนมากติดอยู่ และบริเวณผิวถนนยังตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ตกอยู่เกลื่อน จำนวนกว่า 80 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาจึงได้เดินทางไปดูศพผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล โดยผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ ร.อ.ศิวิช ศรีอุปโย ผบ.ร้อย ร.15123 ฉก.นราธิวาส 30 ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 14 นาย คือ

1.จ.ส.อ.ณรงค์ ขวางพร 2.ส.อ.อนุชิต กิตบุตร 3.ส.อ.ชาญชัย พรมสุวรรณ์ 4.ส.ท.ปริญญา กาญจนเพชร 5.ส.ท.มะไซดี ดือนะ

6.ส.อ.มุสรีมาน ระเด่นมนตรี 7.ส.ท.ศิริพัฒน์ เริงศักดิ์ 8.พลฯ รมากร กมลยะบุตร 9.พลฯ พีระศักดิ์ เต็มโคตร 10. ส.อ.อุดมลาพิงค์

11. ส.อ.อนุชา กาญจนเพ็ญ 12. ส.อ.ชาติชาญ ใจสมบูรณ์ 13.ส.อ.อนุวัฒน์ ชาญณรงค์ 14. พลฯนรินทร์ ศิลป์สุวรรณ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้มีชาวบ้านในหมู่บ้านบือเจาะบองอ โทรศัพท์ไปหา ร.อ.ศิวิช ผบ.ร้อย 15123 ฉก.นราธิวาส 30 ว่ามีวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดวางไว้บนถนนในหมู่บ้าน เมื่อรับแจ้ง ร.อ.ศิวิช ได้ระดมกำลัง รวม 15 นาย ขึ้นรถยนต์กระบะหุ้มเกราะเข้าพิสูจน์ทราบที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง และใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในขณะที่รถยนต์ของ ร.อ.ศิวิช วิ่งผ่าน ทำให้รถยนต์ลอยกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า และตกลงมากองกับพื้นห่างจากห่างระเบิดประมาณ 5 เมตร ส่วนทหารที่นั่งกระบะหลังต่างกระเด็นตกจากรถคนละทิศคนละทาง ส่วน ร.อ.ศิวิช ซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าตรงข้ามคนขับเสียชีวิตคาที่

หลังจากนั้นกลุ่มคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทางได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มซ้ำใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นเวลานาน 10 นาที เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าสนับสนุน กลุ่มคนร้ายจึงอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

www.manager.

บึ้มรับวันเจรจาสันติภาพ! ทหารตาย 3 เจ็บ 5 ที่นราฯ

28 มีนาคม 2556 11:06 น.

นราธิวาส - บึ้มวันเจรจาสันติภาพ! ทหารตาย 3 เจ็บ 5 ที่ อ.เจาะไอร้อง บ้าน “มะแซ อุเซ็ง” แกนนำขาใหญ่คดีปล้นปืนปี 47 ค่าหัวนำจับ 5 ล้านบาท คาดเป็นการตอบโต้ที่ จนท.วิสามัญ “อับดุลรอแม็ง ดือเลาะ” เสียชีวิตเมื่อวานนี้

เมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ (28 มี.ค.) ร.ต.ต.สมพร สุขอนันต์ ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพราน เหตุเกิดบนถนนเลียบทางรถไฟสายเจาะไอร้อง-บูกิต ช่วงบริเวณบ้านเจาะเกราะ ม.1 ต.บูกิต ซึ่งห่างจาก สภ.เจาะไอร้อง ประมาณ 900 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 3 นาย ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาติ สะอิ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.ท.อิศรา จันทะกระยอม รอง ผบ.กรมทหารพรานที่ 48 พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม นักวิทยาศาสตร์ (สบ 3) กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเสาไฟฟ้าริมถนนหักโค่นขวางถนน และมีศพเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 2 นาย นอนจมกองเลือดอยู่ โดยศพแรกคือ อส.ทพ.ธีระฉัตร สีน้ำเงิน สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4810 กรมทหารพรานที่ 48 ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดพรุนไปทั้งร่าง ส่วนศพที่ 2 ซึ่งนอนมจมกองเลือดอยู่ห่างกันประมาณ 4 เมตร

โดยศีรษะฟาดอยู่กับริมถนน ทราบชื่อคือ อส.ทพ.พรชัย โพธิ์เงิน สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4903 กรมทหารพรานที่ 49 ซึ่งมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดจนศีรษะเปิด มันสมองกระจาย ส่วนในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 25 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารตกกระจายเกลื่อนบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 นายนั้น เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลเจาะไอร้องไปก่อนหน้าแล้ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ซึ่งเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย คือ อส.ทพ.สังคม เมืองฮุง สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4903 กรมทหารพรานที่ 49 ซึ่งมีแผลฉกรรจ์ที่บริเวณลำตัว แขน และขา อาการสาหัส เสียเลือดมาก และได้เสียชีวิตขณะนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 นายนั้น สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4810 กรมทหารพรานที่ 48 ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนและขาสาหัส 2 นาย ประกอบด้วย

1.อส.ทพ.สุนันต์ ศรีสุข

2.อส.ทพ.กิตติ โกมาลย์

3.อส.ทพ.บูรพา เนินทราย

4.อส.ทพ.บุง วงศ์ใหญ่

5.ส.ท.ธวัชชัย ขำเหนียว หัวหน้าชุด

ซึ่งทั้ง 5 นาย เมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลแล้วเสร็จได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

จากการสอบสวน ส.ท.ธวัชชัย ขำเหนียว หัวหน้าชุดทราบว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงคืนที่ผ่านมา ได้นำกำลังกองร้อยทหารพรานที่ 4810 สนธิกำลังกับกองร้อยทหารพรานที่ 4903 จำนวน 12 นาย ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดเจาะไอร้อง เพื่อปฏิบัติภารกิจในการคุ้มครองหมู่บ้านพื้นที่รับผิดชอบ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นหมู่บ้านภูมิลำเนาเกิดของนายมะแซ อุเซ็ง แกนนำสำคัญที่หลบหนีคดีบุกปล้นปืนกองพันพัฒนา 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 ปรากฏว่า ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่บนเนินดินภายในป่าสวนยางพาราที่รกทึบ ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคที่นำไปวางไว้ใต้โคนเสาไฟฟ้าริมทาง จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 นายเดินผ่าน และสะเก็ดระเบิดได้กระเด็นไปถูกเจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังเดินเท้าบนถนนจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการตอบโต้ที่เจ้าหน้าที่ทหารได้วิสามัญนายอับดุลรอแม็ง ดือเลาะ เสียชีวิตที่บ้านกูแบปูยู อ.เจาะไอร้อง เมื่อวานที่ผ่านมา และมีนัยสำคัญที่กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุในพื้นที่บ้านเกิดของนายมะแซ อุเซ็ง ค่าหัว 5 ล้านบาท ที่อาจจะบ่งบอกเชิงสัญลักษณ์ถึงการเจราจาของตัวแทนรัฐบาลไทย กับแกนนำคนสำคัญของกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบสังกัดต่างๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอาจจะไม่เห็นด้วยกับการเจรจาในครั้งนี้ก็อาจจะเป็นได้

www.manager.

ชี้ลอบบึ้ม อส.เจ็บ 6 ที่ยะลาเป็นปฏิบัติการตอบโต้เจรจาสันติภาพที่มาเลย์พรุ่งนี้

27 มีนาคม 2556 19:31 น.

ยะลา - โจรใต้ยังลอบกัด จนท.รัฐด้วยการวฝังระเบิดแสวงเครื่องในท้องถนน เมื่อรถกระบะชุดลาดตะเวน อส.ขับผ่านก็จุดบึ้มทันที โชคดีทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 6 ราย เชื่อเป็นการตอบโต้กระขบวนการพูดคุยสันติภาพของตัวแทนรัฐไทยกับบีอาร์เอ็นฯ ในวันพรุ่งนี้ (28) ที่มาเลเซีย

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิด แล้วตามด้วยการยิงถล่มชุดเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) อ.กรงปินัง จ.ยะลา ว่าเหตุการณ์ฯเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันนี้ (27 มี.ค.) โดยจุดเกิดเหตุอยู่บนบนถนนบริเวณ ม.4 บ้านลูโบะกาโลร์ ต.ปูโรง อ.กรงปินัง มีเจ้าหน้าที่ อส.ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดจำนวน 2 นาย

จากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุของ พ.ต.อ.สุชาติ คล้ายจันทร์พงศ์ ผกก.สภ.กรงปินัง พ.ท.กฤษณ์ แสงม่วง ผบ.ฉก.ยะลา 13 นายสวาท รามสินธ์ ปลัดอาวุโส อ.กรงปินัง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อส. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา พบรถยนต์กระบะ ของเจ้าหน้าที่ อส.ถูกแรงระเบิดพลิกคว่ำอยู่ข้างทาง มีเจ้าหน้าที่ อส.ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 6 นาย เป็นผลจากแรงอัดของวัตถุระเบิด ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกรงปินัง ประกอบด้วย

1. อส.มะดาโอ๊ะ กอตอ

2. อส.มะซาบรี กอและ

3. อส.อับดุลเลาะ ดือราแม

4. อส.อับดุลเลาะ กลูแป

5. อส.มุกตา ตาเฮ และ

6. อส.อุสมาน ดาเล็ง

จากการสอบสอบทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ อส.ทั้ง 6 นายขับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน กณ 5670 กทม. ออกลาดตระเวนตามเส้นทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดระเบิดชนิดแสวงเครื่องซุกไว้ใต้ผิวถนน จุดระเบิดด้วยสายโยงจากจุดชดที่หลบซ่อน จนทำให้ชุดลาดตระเวนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่ม “อุสตาสโซ๊ะ” หรือ นายอิสมาแอ ระยะหลง แกนนำอาร์เคเคระดับสังการที่เคยก่อเหตุรุนแรงมาแล้วหลายครั้ง โดยต้องการสร้างสถานการณ์และตอบโต้การพูดคุยสันติภาพระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยแลแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (28 มี.ค.) ที่ประเทศมาเลเซีย

www.manager.

สุดแสบ! ยัดระเบิด 15 กก.ใส่ถังแก๊สวางบน จยย.หวังสังหารหมู่ทหารเจ็บ 7 นาย

24 มีนาคม 2556 16:09 น.

ปัตตานี - คนร้ายลอบนำระเบิดใส่ถังแก๊สหนัก 15 กก. บรรจุในกล่องโฟมวางบนรถจักรยานยนต์ กดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสารหวังสังหารหมู่เจ้าหน้าที่ทหารพราน ขณะเดินทางกลับจากซื้อเสบียงที่ตลาดสายบุรี เป็นเหตุให้ จนท. สาหัส 2 บาดเจ็บเล็กน้อยอีก 5 นาย

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (24 มี.ค.) พ.ต.อ.จีรเศรษฐ ดาวเงินตระกูล ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายปะแสยาวอ-ปะนาเระ ม.2 บ้านบน ต.ปะแสยาวอ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก. ทราบพร้อมรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ไปถึงพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ผก 3956 สงขลา จอดข้างทางสภาพถูกสะเก็ดระเบิดจนได้รับความเสียหาย ภายในรถพบเลือดจำนวนมาก ส่วนคนเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน ถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จำนวน 7 นาย

ทราบชื่อ อส.ทพ.สุรัช กรุงแก้ว เป็นพลขับ มีบาดแผลที่ต้นคอ และใบหน้า อส.ทพ.เจริญวุฒิ พินสุวรรณ ถูกสะเก็ดที่ใบหน้า ทั้ง 2 อาการสาหัสถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ส่วน ส.อ.ดำรง ดาวรุ่ง อส.ทพ.คำรณ รักดี อส.ทพ.นุกุล กิยอุย อส.ทพ.ขันสิริผล หนองตะไกล และ อส.ทพ.จิรวัฒน์ อุบล ถูกสะเก็ดระเบิด และแรงอัดบาดเจ็บเล็กน้อย

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ติดป้ายทะเบียนปลอม กว 451 ยะลา สภาพพังยับเยิน และพบชิ้นส่วนถังแก๊ส และชิ้นส่วนระเบิด สะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวสังกัดร้อย ทพ.4203 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ทั้ง 7 นาย กำลังเดินทางกลับมาจากซื้อเสบียงอาหารที่ตลาดในตัวเมืองอำเภอสายบุรี และกำลังเดินทางกลับฐาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องซุกในถังแก๊สน้ำหนัก 15 กก. ใส่ไว้ในกล่องโฟม แล้วมาวางไว้บนเบาะรถจักรยานยนต์เพื่ออำพราง แล้วกดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสารจนเกิดเสียงดังสนั่น ทำให้รถยนต์เจ้าหน้าที่ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่ยังแข็งใจกระโดดลงจากรถกระจายกำลังป้องกันการซุ่มโจมตี ก่อนจะแจ้งวิทยุขอความช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ

พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ปัตตานี สั่งระดมกำลังไล่ล่าคนร้ายปิดเส้นทางเข้าออก และปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันที โดยเชื่อเป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่หมายจะสังหารหมู่เพื่อสร้างสถานการณ์ และจากการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุนั้นพบว่า เป็นป้ายทะเบียน กนข 545 ปัตตานี เป็นรถที่ถูกแจ้งหายไว้เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2554 ที่ สภ.สายบุรี

www.manager.

นราฯ บึ้มอีก! ทหารฉก.นราธิวาส 35 บาดเจ็บ 5 นาย

23 มีนาคม 2556 20:18 น

นราธิวาส - นราฯ บึ้มอีก! คนร้ายกดชนวนระเบิดบรรจุแก๊สหุงต้มหนัก 20 กก. ทหารชุดลาดตระเวน ฉก.นราธิวาส 35 บาดเจ็บ 5 นาย ซ้ำโปรยตะปูเรือใบและวางวัตถุต้องสงสัยขวางเส้นทางเพื่อถ่วงเวลาไม่ให้ จนท.เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

เมื่อเวลา 14.50 น. วันนี้ (23 มี.ค.) ร.ต.ต.บุรินทร์ อัตนันต์เสนา ร้อยเวร สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเส้นทาง สังกัด ร้อย ร. 1213 ฉก.นราธิวาส 35 บนถนนสายกูวา-ตือมายอ ม.5 ต.แว้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 5 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ภูสาโรจ นาคพิน รอง ผกก.ป.สภ.แว้ง และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447 รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส จำนวนหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 1 เมตร โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้มต้มหนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ มีสายไฟฟ้าลากยาวเข้าไปในป่ารกทึบริมทาง ส่วนไหล่ทางพบรถยนต์หุ้มเกราะฮัมวี่ชนต้นไม้จอดเสียหลักอยู่ โดยบริเวณประตูด้านซ้ายหลุด ส่วนตัวถังมีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิด พร้อมกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ในห้องโดยสาร เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 นาย เพื่อนทหารได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลแว้งไปก่อนหน้าแล้ว ประกอบด้วย

1. จ.ส.อ.บรรพรต โสภาเวช หัวหน้าชุด

2. จ.ส.ต.ทวิชาติ วิชิต

3. ส.อ.กฤษฎา อภิชัย

4. พลทหารสมพงษ์ นาตุ่น

5. พลทหารวัฒนพงษ์ ภู่วงไกล

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.บรรพรต หัวหน้าชุด ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ รวม 9 นาย นั่งรถยนต์ฮัมวี่ 5 นาย และขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน จำนวน 4 นาย ออกลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง และจุดชนวนระเบิดขณะที่รถยนต์หุ้มเกราะฮัมวี่ของเจ้าหน้าที่ทหารผ่าน จนทำให้รถยนต์ฮัมวี่เสียหลักชนต้นไม้ตกไหล่ทาง เพื่อนทหารที่ขี่รถจักรยานยนต์ ตามหลังมา 2 คัน ได้ช่วยกันใช้อาวุธปืนประจำกายกราดยิงใส่กลุ่มคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในป่า เพื่อป้องกันการยิงซ้ำใส่เจ้าหน้าที่ จากนั้นกลุ่มคนร้ายอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวันของกลุ่มผู้ไม่หวังดี โดยสำหรับการก่อเหตุของคนร้ายในครั้งนี้ หลังจากจุดชนวนระเบิดเจ้าหน้าที่แล้ว คนร้ายอีกชุดหนึ่งได้แฝงตัวแอบโปรยตะปูเรือใบไว้บนถนน และวางวัตถุต้องสงสัย เพื่อถ่วงเวลาเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บล่าช้า

www.manager.

บึ้มหน้าสหกรณ์ตำรวจปัตตานี เด็กดับคาที่ 1 เจ็บรวม 19

21 มีนาคม 2556 16:31 น.

ปัตตานี - บึ้มกลางเมืองหน้าสหกรณ์ตำรวจปัตตานี เด็กชายยืนซื้อไอศกรีมหน้าร้านถูกแรงระเบิดดับคาที่ ตร.-ชาวบ้าน เจ็บอีก 19 ราย ไฟลุกไหม้รถยนต์ และ จยย.เสียหายรวม 6 คัน จนท.เชื่อแนวร่วมกลุ่ม “มะซอเร ดือรามะ” ก่อเหตุ

เมื่อเวลา 13.45 น. วันนี้ (21 มี.ค.) พ.ต.อ.ต่วยเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิด และเพลิงไหม้บริเวณถนนสุวรรณมงคล ต.อาเนาะรู เขตเทศบาลเมืองปัตตานี จึงประสานรถดับเพลิง และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปที่เกิดเหตุ

โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทางบริเวณจุดเกิดเหตุขณะที่รถดับเพลิงได้เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ซึ่งใช้เวลา 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรีบลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลปัตตานี ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุที่หน้าร้านเบอร์เกอรี่ 1 ราย สภาพถูกแรงระเบิดจนเสื้อผ้าขาด และตามลำตัวมีสะเก็ดระเบิด ทราบชื่อคือ ด.ช.นิโซเฟียน นิสะนิ อายุ 9 ปี

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 18 ราย ได้แก่

1.ร.ต.ต.สุชาติ สมเอียด 2.นายสุภลักษณ์ กาลเมฆ 3.นางแวรอกีเยาะ เหมาะสมาน 4.นางรอฮานิง เหมาะสมาน 5.นายฉัตรชัย กัมลา

6.นายซัมซูดิง ตาเยะ 7.นาย อันวา เจ๊ะลี 8.นางแวลีเมาะ เจะเราะ 9.นายอาฮามะ เวาะเยะ 10.นายอดิศร แวอีซอ

11.นายอนันต์ เยี่ยมคำนวณ 12.นายนิแซ นิสะนิ 13.นางฐิติรัตน์ ศรีษะน้อย 14.น.ส.สุไรดา มูนะ 15.นางวัลภา พรหมแก้ว

16.นางอุบล สุขสมบูรณ์ 17.นางศิริพร เครือแปรง 18.นางยุพดี บุญสนอง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า เป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น ปลูกติดกัน 20 ห้อง ซึ่งตึกทั้งหมดเป็นที่ตั้งของสหกรณ์ตำรวจปัตตานี สำนักงานคุมประพฤติปัตตานี ร้านค้าต่างๆ และบ้านพักของประชาชน โดยจุดเกิดเหตุนั้นอยู่หน้าสหกรณ์ตำรวจปัตตานี แรงระเบิดทำให้กระจก ฝ้าเพดาน และผนังตึกแตกได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ แรงระเบิดยังทำให้เกิดเพลิงไหม้รถยนต์ จำนวน 2 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 4 คัน ได้รับความเสียหายไปด้วย และพบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซึ่งเป็นรถที่คนร้ายซุกระเบิด สภาพถูกแรงระเบิดจนเหลือแต่ซากเศษเหล็ก

จากการสอบสวนทราบว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นตลาดเปิดท้ายของขาย แต่วันนี้มีร้านจำหน่ายสินค้าไม่มาก ก่อนเกิดเหตุขณะที่พ่อค้า และประชาชนกำลังเดินซื้อของ ส่วนผู้ตาย และพ่อแม่กำลังยืนสั่งไอศกรีมอยู่หน้าร้าน ห่างจากรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดประมาณ 2 เมตร ปรากฏว่า คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกไว้ในรถจักรยานยนต์ น้ำหนักประมาณ 3 กก. จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบของ นายมะซอเร ดือรามะ ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

www.manager.

บึ้มรือเสาะ "รองผกก.ดีเด่น" พลีชีพ "พล.ท.สกล" เบียดขึ้นแม่ทัพ 4

วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2013 เวลา 19:07 น.

ใต้ตึงเครียด คนร้ายวางระเบิดน้ำหนักกว่า 50 กิโลฯบริเวณคอสะพานรือเสาะ นราธิวาส ก่อนกดบึ้มถล่มรถตำรวจกระเด็นตกน้ำพังยับ รองผู้กำกับฯพร้อมลูกน้องพลีชีพ 3 นาย ก่อนหน้านั้น 1 วันซุกบึ้ม 10 กิโลฯที่จุดรับซื้อน้ำยางในสะบ้าย้อย สงขลา โชคดีกู้ทัน เผากล้องวงจรปิดโผล่ที่ธารโต เปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค 4 มีพลิก "พล.ท.สกล ชื่นตระกูล" เพื่อน "บิ๊กเมา" เบียด "พล.ต.กิตติ อินทสร"

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียด แม้อยู่ในช่วงที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าเรื่องพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ และไปลงนามในข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดคุยกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น

โดยเมื่อเวลา 10.20 น. วันศุกร์ที่ 15 มี.ค.2556 คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการของตำรวจ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส บริเวณคอสะพานบ้านรือเสาะ หมู่ 4 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ แรงระเบิดทำให้กำลังพลเสียชีวิต 3 นาย ทราบชื่อคือ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รองผู้กำกับการงานป้องกันและปราบปราม (รองผกก.ป.) สภ.รือเสาะ ส.ต.อ.สุเวทย์ จันทรังษี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สภ.รือเสาะ และ ส.ต.อ.ปิยะ ภูพันธ์เลิศ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.รือเสาะ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และสอบสวนจนทราบว่า พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ พร้อมพวกได้เดินทางโดยรถกระบะของทางราชการ (รถ 191) เพื่อไปร่วมกิจกรรมบัณฑิตน้อยที่โรงเรียนบ้านรือเสาะ หลังจากเสร็จภารกิจแล้ว ได้เดินทางกลับ สภ.รือเสาะ แต่เมื่อถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นคอสะพาน คนร้ายได้ใช้แบตเตอรี่ซึ่งลากสายไฟยาว 200 เมตรเข้าไปในป่ารกทึบข้างทาง กดจุดชนวนระเบิดที่คาดว่าวางไว้ในท่อลอดใต้สะพาน น้ำหนักระเบิดไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัม จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดอัดเข้าใส่รถกระบะแบบเต็มๆ ทำให้รถกระเด็นตกน้ำพังยับเยิน กำลังพลที่นั่งมากับรถคันดังกล่าวเสียชีวิต 3 นาย รวมทั้ง พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ ด้วย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

สำหรับ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ เป็นนายตำรวจที่อาสาลงไปปฏิบัติหน้าที่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยดำรงตำแหน่งสารวัตรปราบปราม (สวป.) สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ก่อนจะย้ายมาดำรงตำแหน่งรองผกก.ที่ สภ.รือเสาะ ถือเป็นนายตำรวจที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้้นที่อย่างกว้างขวาง และเคยได้รับรางวัลตำรวจดีเด่นจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย

กู้ระทึกระเบิดแสวงเครื่อง 10 กิโลฯที่สะบ้าย้อย

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มี.ค.เวลาประมาณ 07.00 น. ตำรวจ สภ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด บริเวณจุดรับซื้อน้ำยาง ริมถนนสายเปียน-สะบ้าย้อย ท้องที่บ้านบ่อทอง หมู่ 4 ต.สะบ้าย้อย จึงประสานส่งกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

ทั้งนี้ จุดที่พบวัตถุต้องสงสัยอยู่ใกล้กับจุดตรวจของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่เป็นความรับผิดชอบของ นายเจริญ แสนสุด กำนัน ต.สะบ้าย้อย โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ซุกไว้ในแกลลอนสีเขียวชนิดเดียวกับที่ชาวสวนยางพาราใช้ใส่น้ำยาง โดยคนร้ายนำไปวางปะปนกับแกลลอนน้ำยางบริเวณจุดรับซื้อน้ำยาง จึงเก็บกู้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย

ช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายมะยะโก๊ะ ซาแม อายุ 46 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) บ้านลูโบ๊ะกาเยาะ หมู่ 5 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส กระสุนเจาะเข้าที่ศีรษะและลำตัว ได้รับบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลระแงะ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ เหตุเกิดขณะ นายมะยะโก๊ะ กำลังเตรียมของเพื่อขายโรตีไก่ทอดที่หน้าบ้านเลขที่ 261/1 บ้านลูโบ๊ะกาเยาะ หมู่ 5 ซึ่งเป็นบ้านของตนเอง เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

เวลา 20.10 น. คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นางวรรณดี แก้วทอง อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 บ้านนาม่วง หมู่ 4 ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ขณะกำลังรดน้ำผักอยู่หน้าบ้าน กระสุนเจาะเข้าที่บริเวณศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง

เผากล้องวงจรปิดธารโตวอด 3 ตัว

เมื่อกลางดึกคืนวันพุธที่ 13 มี.ค.ต่อเนื่องวันพฤหัสบดีที่ 14 มี.ค. คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงเผาทำลายกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ที่ติดตั้งบนเสาไฟฟ้าหน้าป้อมรักษาการณ์ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ท้องที่บ้านหน้าเกษตร หมู่ 2 ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 (ยะลา-เบตง) ทำให้กล้องได้รับความเสียหาย 3 ตัว เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

มีรายงานว่า เมื่อกลางดึกคืนวันศุกร์ที่ 8 มี.ค. คนร้ายได้ก่อเหตุเผากล้องโทรทัศน์วงจรปิดบนเสาไฟฟ้าหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ธารโต มาแล้ว ทำให้กล้องได้รับความเสียหาย 2 ตัว โดยวิธีการที่คนร้ายใช้คล้ายคลึงกัน คือนำเศษผ้าขี้ริ้วชุบน้ำมันเบนซินจุดไฟ แล้วนำผ้าไปแขวนไว้ที่ตัวกล้อง คาดว่าทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นฝีมือคนร้ายกลุ่มเดียวกัน

รัวเอ็ม 16 ดับ ชรบ.สายบุรี ต่อหน้าลูก

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพุธที่ 13 มี.ค.เวลา 17.40 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง นายมูฮัมหมัด สะอะ อายุ 31 ปี ชรบ.หมู่ 10 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 81 บ้านลูโบะซูลง หมู่ 10 ต.เตราะบอน เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะที่ นายมูฮัมหมัด กำลังนั่งเฝ้าปั๊มน้ำมันที่กำลังก่อสร้างใหม่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ท้องที่บ้านลูโบะซูลง ทำให้ นายมูฮัมหมัด เสียชีวิต โดยคนร้ายขับรถกระบะมาจอดริมถนนแล้วใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ต่อหน้าต่อตาลูกสาววัย 3 ขวบของนายมูฮัมหมัด เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

เวลา 19.30 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถกระบะสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง นางนารี อินสุข อายุ 50 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่หมู่ 7 ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เสียชีวิตคาที่ และ ด.ต.นิยม ขลิบเงิน อายุ 49 ปี ผู้บังคับหมู่งานจราจร (ผบ.หมู่ จร.) สภ.เทพา จ.สงขลา ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะที่ ด.ต.นิยม ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน ป้ายทะเบียนแดง อยู่บนทางหลวงหมายเลข 4113 ท้องที่บ้านดังหมูเหนือ หมู่ 2 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

คาด "พล.ท.สกล ชื่นตระกูล" เบียดขึ้นแม่ทัพ 4

ด้านความคืบหน้าการพิจารณาบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร วาระกลางปี 2556 มีรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในบัญชีรายชื่อ และนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว

ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับกองทัพภาคที่ 4 ที่รับผิดชอบปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรากฏว่า พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ขยับขึ้นครองยศ "พลเอก" ก่อนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.ปีนี้ ส่วนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 แทน ได้แก่ พล.ท.สกล ชื่นตระกูล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าผู้ที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ คือ พล.ต.กิตติ อินทสร รองแม่ทัพอาวุโสอันดับ 1 นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 14 (ตท.14) แต่ล่าสุดมีข่าวยืนยันค่อนข้างชัดเจนว่า พล.ท.สกล ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 13 (ตท.13) รุ่นเดียวกับ พล.ท.อุดมชัย จะได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาค 4 คนต่อไป ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอายุราชการที่เหลืออีกเพียง 1 ปีครึ่ง

www.isranews.

โจรใต้กดบึ้ม รถ ตร.รือเสาะ รอง ผกก.ลูกน้องดับ 3 สาหัส 3 นาย

15 มีนาคม 2556 12:23 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายกดระเบิดรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะออกลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย เป็นเหตุให้ รอง ผกก. พร้อมลูกน้องอีก 3 นาย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 นาย

วันนี้ (15 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังใต้ผิวถนน ทำให้รถยนต์กระบะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พลิกคว่ำพังยับเยินขณะลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย โดยที่เกิดเหตุบริเวณหัวสะพานบ้านนาดา ม.4 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

จากเหตุดังกล่าวเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 3 นาย ทราบชื่อเบื้องต้น 1.พ.ต.ท.จักกฤช วงศ์พรหมเมฆ รอง ผกก.ฝ่ายปราปราม สภ.รือเสาะ 2.ส.ต.อ.สุเวทย์ จันทรังสี 3.ส.ต.อ.ปิยะ พือพันลือ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 นาย ได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลรือเสาะ

www.manager.

"แนวร่วมรุ่นใหม่"ยันเดินหน้าป่วนต่อ - บึ้มปริศนารถทหารพราน

วันอังคารที่ 12 มีนาคม 2013 เวลา 21:17 น. เขียนโดย ทีมข่าวอิศรา หมวด ข่าว, ข่าวทั่วไป, เรื่องเด่น-ภาคใต้

บรรยากาศที่ชายแดนใต้ยังตึงเครียดหลังรัฐเปิดเกมดึงผู้อาวุโสบีอาร์เอ็นลงนามข้อตกลงพูดคุยสันติภาพ "แนวร่วมรุ่นใหม่" กร้าวไม่สน ไม่รู้จัก ลั่นเดินหน้าก่อเหตุรุนแรงต่อเนื่อง เหตุเป้าหมายชัดเจนต้องแยกดินแดน ญาติผู้สูญเสียตำหนิขบวนการปลุกระดมทำไฟใต้ร้าวลึก แนะรัฐเร่งเปิดเวทีรากหญ้า ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ยังระอุ บึ้มปริศนาในรถทหารพราน ดับ 1 สาหัส 2 ยังไม่สรุปเจอซุกระเบิดหรืออุบัติเหตุ

ภายหลังเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ลงนามในเอกสารแสดงเจตจำนงเข้าสู่กระบวนการพูดคุยสันติภาพกับ นายฮัสซัน ตอยิบ ที่อ้างตัวว่าเป็นแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.พ.2556 เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายฝ่ายได้ตั้งข้อสงสัยว่า นายฮัสซัน เป็นแกนนำบีอาร์เอ็นตัวจริงหรือไม่ มีศักยภาพในการสั่งการกลุ่มติดอาวุธที่สร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ได้แค่ไหน และบรรดา "แนวร่วมรุ่นใหม่" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นกลุุ่มวัยรุ่นและชายฉกรรจ์ในพื้นที่คิดอย่างไรกับกระบวนการสันติภาพดังกล่าว

จากการที่ "ทีมข่าวอิศรา" ประสานขอพูดคุยเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากบรรดา "แนวร่วมรุ่นใหม่" หลายกลุ่ม ปรากฏว่าเมื่อถามคำถามต่างๆ ดังกล่าว ก็ได้รับคำตอบคล้ายๆ กันว่า ไม่รู้ว่ารัฐไปคุยกับใคร ไม่รู้จัก ไม่รู้เรื่อง และไม่สนใจกระบวนการพูดคุยสันติภาพ

"พวกเรายืนยันว่าจะก่อเหตุต่อไปเรื่อยๆ เพราะว่าธงของเราคือแผ่นดิน ไม่มีอย่างอื่น เหตุการณ์หลังจากเปิดเวทีพูดคุยสันติภาพ เช้าของอีกวันก็เกิดเหตุรุนแรง จึงเป็นเรื่องชัดเจนอยู่แล้วว่าเสียงเหล่านั้นเป็นเสียงที่ไม่ตอบรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในมาเลเซีย" แกนนำแนวร่วมรุ่นใหม่รายหนึ่ง ระบุ

แหล่งข่าวซึ่งเป็นญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์รุนแรงที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ กล่าวว่า ช่วงหลายปีมานี้มีกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นที่เป็นคนในครอบครัวผู้สูญเสียเข้าไปร่วมกับขบวนการเยอะ เท่าที่ได้คุยกับเด็กกลุ่มนี้ไม่มีใครยอมรับกระบวนการพูดคุยสันติภาพ เพราะเป้าหมายของกลุ่มพวกเขาคือเอกราช ไม่ใช่เขตปกครองพิเศษ หรือการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ

"ฉันว่าแนวคิดพวกนี้แก้ยาก และจะเกิดปัญหาตามมาอีกมาก ต้องถามว่าตอนที่พวกแกนนำรุ่นใหญ่ปลุกระดมเยาวชนเอาไว้ มักจะพูดเรื่องเอกราชและศาสนาซึ่งเป็นเรื่องของอุดมการณ์ พอมาวันนี้คุณอยากจะจับมือกับรัฐ จะให้คนที่ถูกปลุกระดมยอมรับง่ายๆ หรือเปลี่ยนความคิดง่ายๆ ได้อย่างไร ฉะนั้นฉันจึงเชื่อว่าเหตุรุนแรงในพื้นที่จะยังคงมีต่อไป" แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้หญิงและสูญเสียบิดาจากเหตุการณ์ความรุนแรง กล่าว และว่าอยากให้รัฐเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่อย่างแท้จริงและกว้างขวางที่สุด เพื่อระดมกันหาทางออกที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ไม่ใช่ไปฟังหรือจับมือกับแค่ผู้อาวุโสกลุ่มเดียว

บึ้มปริศนาจากในรถทหารพราน ดับ 1 สาหัส 2

ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ตลอดหลายวันที่ผ่านมายังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปราย โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 11 มี.ค.2556 เวลาประมาณ 10.35 น. พ.ต.ท.ต่อพันธุ์ ปุสันเที๊ยะ สารวัตรใหญ่ สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สภ.ท่าธง ว่าเกิดเหตุระเบิดจากรถของเจ้าหน้าที่ทหารพราน ทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เหตุเกิดบนถนนสายโกตาบารู-ทุ่งยางแดง ท้องที่บ้านตะโละมางาแบ หมู่ 2 ต.วังพญา อ.รามัน จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (ผบก.ภ.จว.ยะลา)

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กข 8691 พัทลุง จอดอยู่ในสภาพเสียหลักเกือบตกข้างทาง กระจกด้านหน้าและด้านข้างแตกทั้งหมด พบรอยเลือดเปรอะอยู่ภายในรถ และยังมีสลักนิรภัยของระเบิดขว้างแบบเอ็ม 26 ตกอยู่ด้วย จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บทราบว่าเป็นทหารพราน 3 นายสังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4108 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ค่ายวังพญา อ.รามัน ประกอบด้วย อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ฉัตรมงคล ทองธรรมชาติ อายุ 32 ปี อส.ทพ.มนัส สัตย์ซื่อ อายุ 28 ปี และ อส.ทพ.วิชิต จอมวิเชียร อายุ 32 ปี ทั้งหมดอาการสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ต่อมามีรายงานว่า อส.ทพ.มนัส ซึ่งเป็นชาว อ.วังสะพุง จ.เลย ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นใจที่โรงพยาบาล

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังพลทั้ง 3 นายได้นำรถกระบะคันที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นรถส่วนตัว ไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและตรวจสภาพรถที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งใน อ.เมืองยะลา เสร็จแล้วได้ขับรถไปจอดไว้บริเวณถนนอาคารสงเคราะห์ 1 เพื่อรับประทานอาหาร ก่อนขับมุ่งหน้ากลับกรมทหารพรานที่ 41 แต่ระหว่างทางได้เกิดระเบิดขึ้นจากข้างในรถ ทำให้กำลังพลเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นการลอบวางระเบิดของคนร้าย หรือเจ้าหน้าที่ทำระเบิดหล่นในรถเอง

ยิงรายวันชาวบ้านสังเวยอีก 2 ศพ

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มี.ค.เวลา 10.35 น. ขณะที่ นายมะฟอซี อาแว อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192/1 บ้านตันหยงเปาว์ หมู่ 4 ต.ท่ากาชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี กำลังขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 318 ไอ สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 663 ปัตตานี อยู่บนถนนสายชนบท หมู่ 6 ต.บางเขา อ.หนองจิก เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านนั้น ระหว่างทางมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนอาก้าและเอ็ม 16 ยิงใส่ ทำให้นายมะฟอซีเสียชีวิตคารถ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

เวลา 10.40 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกตามประกบยิง น.ส.นิภา พรหมเพชร อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ท้องที่บ้านราวอ หมู่ 4 ต.กระหวะ อ.มายอ จ.ปัตตานี กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านหลังเสร็จจากซื้อของที่ตลาดปาลัส ทำให้ น.ส.นิภา เสียชีวิตคาที่ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารเช่นกัน

เผาโรงเรียนที่บันนังสตา-ยิงผู้ใหญ่บ้านสายบุรี

วันเสาร์ที่ 9 มี.ค.เวลา 04.30 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงเผาอาคารเรียนของโรงเรียนตาเนาะปูเต๊ะ หมู่ 9 บ้านตาเนาะปูเต๊ะใน ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทำให้ทรัพย์สินในอาคารเสียหายเล็กน้อย แต่เพลิงไม่ลุกลาม เนื่องจากภารโรงและชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันดับเพลิงเอาไว้ได้ และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เวลา 18.40 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามยิง นายมาฮะมะลาเย็ง แวะดาแม อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.กะนุดง อยู่บ้านเลขที่ 94/1 บ้านปายอนอก หมู่ 8 ต.กะนุดง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จนเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้าน ขณะที่นายมาฮะมะลาเย็งกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปละหมาดที่มัสยิด โดยหลังก่อเหตุคนร้ายได้ชิงอาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

เวลา 03.30 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลูกซองยิง นายอับดุลกอเดร์ หะยีสาและ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 209/1 บ้านจาบังโต๊ะกู หมู่ 5 ต.ตันหยงดาลอ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านของตนเอง ขณะที่นายอับดุลกอเดร์กำลังเดินขึ้นบ้าน หลังจอดรถยนต์ที่ใต้ถุนบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

กราดเอ็ม 16 ถล่มวัยรุ่นคาสนามบาสสุไหงปาดี

วันศุกร์ที่ 8 มี.ค.เวลา 19.20 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นขณะเล่นกีฬาอยู่บริเวณสนามบาสเกตบอลหน้าสำนักงานป่าไม้ ในเขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เยาวชนอายุ 15 ปีรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เวลา 22.00 น. เกิดระเบิดบริเวณสามแยกบ้านยานิง หมู่ 2 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นแผนลวงก่อเหตุเพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจจุดเกิดเหตุแล้วกดระเบิดลูกที่ 2 ซ้ำ

ส่วนความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดประทุษร้ายทหารนาวิกโยธินชุดรักษาความปลอดภัยครู (รปภ.ครู) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 33 เมื่อเช้าวันที่ 30 ม.ค.2556 บริเวณสามแยกบ้านโคกแมแน หมู่ 3 ต.มะนังตายอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ทำให้ พ.จ.อ.สุเทพ โมกคะมูล หัวหน้าชุดเสียชีวิต และลูกน้องได้รับบาดเจ็บอีก 4 นายนั้น

ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนขยายผลผู้ต้องหา 2 รายที่จับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2556 นำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 4 ราย ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 19-21 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่ อ.เมืองนราธิวาส และไม่มีหมายจับหรือเคยถูกดำเนินคดี

ผู้ต้องสงสัยบึ้มโอเกะมอบตัว - รวบยกแก๊งบึ้มร้านทองยะลา

ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นายซูปรี อาแว อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 7 ต.ตันหยงลิมอ ซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัยตามหมาย ฉฉ (ออกตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ลงวันที่ 24 ส.ค.2549 ในคดีลอบวางระเบิดในร้านคาราโอเกะในเขต อ.เมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2549 ได้เข้ารายงานตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจตามโครงการสานใจสู่สันติ โดยพร้อมจะเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อปรับทัศนคติต่อไป

ส่วนความคืบหน้ากรณีคนร้าย 2 คนนำประทัดยักษ์บรรจุในท่อพีวีซีไปวางบนตู้กระจกโชว์ทองรูปพรรณ ของห้างทองซังเต้ง 2 ตั้งอยู่เลขที่ 4 ถนนรถไฟ ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา และเมื่อประทัดยักษ์ระเบิดก็เข้าไปกวาดทองรูปพรรณในตู้น้ำหนักประมาณ 20 บาทหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายบาฮารง หะมะ อายุ 21 ปี และเยาวชนอีก 1 รายได้ที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี โดยนายบาฮารงเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีแดง หมายเลขทะเบียน ขงว 692 นราธิวาส คันที่ใช้ก่อเหตุและกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ ขณะที่ นายมะอัสมีน อาแว อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118/15 หมู่ 4 ต.ปะโด อ.มายอ ได้ยอมเข้ามอบตัวในเวลาต่อมา โดยเขาเป็นคนที่นำประทัดยักษ์เข้าไปวางบนตู้โชว์ทองรูปพรรณ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดทราบว่า การปล้นร้านทองเป็นการกระทำเพื่อหาเงินไปเที่ยวเตร่และเสพยาเสพติด แต่อาศัยสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เป็นตัวเบี่ยงเบนประเด็น โดยประทัดยักษ์ที่ใช้ก็ทำขึ้นเอง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาทั้ง 3 คนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

www.isranews.

สังเวยเหตุบึ้มรถทหารพรานยะลาแล้ว 1 ศพ จนท.ตั้งปม “ถูกซุกระเบิด-ทำหล่นเอง”

11 มีนาคม 2556 13:00 น.

ยะลา - ทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในรถยนต์ของหน่วย ฉก.ทพ.41 ยะลา ขณะนำรถกลับจากอู่ซ่อม ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตแล้ว 1 ราย ยังเจ็บอีก 2 จนท.เร่งหาหลักฐาน ตั้ง 2 ประเด็นหลัก “คนร้ายซุกระเบิด-ทำหล่นเอง”

วันนี้ (11 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.20 น. ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ บนถนนสายโต๊ะปาเก๊ะ-ทุ่งยางแดง หมู่ 2 บ้านโต๊ะปาเก๊ะ ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา จึงได้แจ้งศูนย์วิทยุ สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ประสาน ร.ต.อ.สมจิตร ศิริแสวง ร้อยเวร สภ.ท่าธง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เดินทางไปตรวจสอบทันที

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กข 8691 พัทลุง จอดอยู่ริมถนน ในสภาพถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายบริเวณห้องโดยสาร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลา จำนวน 3 ราย ทราบชื่อคือ อส.ทพ.มนัส สัตย์ซื่อ อายุ 27 ปี อส.ทพ.วิชิต จอมวิเชียร อายุ 28ปี และ อส.ทพ.ฉัตรมงคล ทองธรรมชาติ อายุ 27 ปี ทั้งหมดสังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41

ส่วนที่ตัวรถ เจ้าหน้าที่พบหลุมยุบจากแรงระเบิดที่บริเวณใต้เบาะที่นั่งคนขับ พบเศษสะเก็ดระเบิดของระเบิดชนิดเอ็ม 26 กระจายไปทั่ว ทั้งนี้ เชื่อว่าระเบิดดังกล่าวถูกวาง และเกิดระเบิดขึ้นอยู่บริเวณใต้เบาะนั่งของคนขับ โดยแรงระเบิดทำให้ภายในห้องโดยสารรถได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

จากการสอบสวนทราบว่า รถคันดังกล่าวเพิ่งนำไปซ่อม และกำลังขับกลับจากอู่เพื่อเดินทางกลับไปยังหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากหน่วย ฉก.ทพ.41 ประมาณ 1 กม. ได้เกิดระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และรถยนต์เสียหายดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายอาจจะแอบซุกระเบิดเอาไว้ใต้เบาะคนขับในช่วงที่นำรถไปซ่อมแซม แล้วเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่ขับรถเดินทางกลับ แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ตัดประเด็นอุบัติเหตุทำระเบิดหล่นเอง ซึ่งจะต้องตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

นอกจากนี้ มีรายงานจากโรงพยาบาลยะลาว่า เมื่อเวลา 11.40 น. อส.ทพ.มนัส สัตย์ซื่อ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

www.manager.

ข่าวกรอง-ศรภ.ห่วงไฟใต้ไม่ดับหลังลงนามสันติภาพ

วันศุกร์ที่ 08 มีนาคม 2013 เวลา 19:17 น.

กลไกรัฐสภาเดินหน้าตรวจสอบ "ลงนามสันติภาพดับไฟใต้" ผอ.สำนักข่าวกรองฯ ประสานเสียงรอง ผอ.ศรภ.ห่วงไฟใต้ไม่คลี่คลายหลังรัฐบาลริเริ่มพูดคุยกับบีอาร์เอ็น เหตุในพื้นที่มีหลายกลุ่ม แถมแนวร่วมรุ่นใหม่ไม่สนใจ กอ.รมน.ย้ำสถานการณ์ยังเสี่ยง อย่าเพิ่งลดการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ "เฉลิม" ไปอีกทางเตรียมลุยมาตรา 21 อบรม 15 วันปล่อยตัว ยอมรับเตรียมย้าย "นักโทษชรา" ไปคุมขังเรือนจำบ้านเกิด ยะลาระทึก ตรวจสอบรถต้องสงสัยหวั่นเป็นมอเตอร์ไซค์บอมบ์ ลูกจ้างแขวงการทางยะลาสารภาพร่วมวงป่วนเมือง

หลายฝ่ายได้ขับเคลื่อนตรวจสอบการลงนามในข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดสันติภาพ ระหว่าง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กับ นายฮัสซัน ตอยิบ ที่อ้างตัวเป็นแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.พ.2556 ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

การประชุมคณะกรรมาธิการการทหาร (กมธ.ทหาร) สภาผู้แทนราษฎร เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 7 มี.ค.2556 พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ประธาน กมธ.ทหาร ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงกรณีดังกล่าว ซึ่งยังคงเป็นที่วิเคราะห์วิจารณ์ของหลายฝ่ายอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้มีผู้บริหารหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วมชี้แจงอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ท.ภราดร นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) พล.ต นักรบ บุญบัวทอง รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 (ศปป.5) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เป็นต้น

ข่าวกรองฯห่วงลงนามแล้วเหตุรุนแรงไม่ยุติ

นายสุวพันธุ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงนามเป็นขั้นตอนหนึ่งของโรดแมพ (แผนที่เดินทาง) ที่จะนำไปสู่สันติภาพ ซึ่งการพบปะอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 วันที่ 28 มี.ค.ถือเป็นการเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนที่ 2 ในการทำความเข้าใจหลักการให้ตรงกันเพื่อให้เกิดความไว้วางใจ แต่ฝ่ายไทยต้องรักษาอำนาจการต่อรองเอาไว้ และประสานงานกับรัฐบาลมาเลเซียด้วย สำหรับภาพรวมทั่วไปนั้นเห็นว่าการลงนามเป็นการปรับแนวการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นแนวทางสันติวิธี

"เรื่องนี้ได้รับการคาดหวังจากประชาชนและนักวิชาการว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกกังวลว่าหลังการลงนามแล้วจะยุติเหตุความรุนแรงได้หรือไม่ เพราะปัญหานี้เกิดขึ้นมายาวนาน ส่วนการดึงประเทศมาเลยเซียให้เข้ามาร่วมในฐานะผู้อำนวยความสะดวกให้เกิดการพูดคุยอย่างเป็นทางการ จะทำให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบทำได้ยากขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันมาเลเซียเองก็ต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ด้วย เพราะมิฉะนั้นก็เสี่ยงที่จะเกิดความล้มเหลวในอนาคตเช่นกัน"

"การลงนามเป็นเรื่องดีที่ ทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบออกจากที่ลับมาอยู่ในที่แจ้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่มีการแสดงตัว ผมเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีกลุ่มอื่นๆ ทยอยออกมาพูดคุยมากขึ้น แต่ในพื้นที่ยังมีปัญหาเรื่องของความไม่เป็นเอกภาพ เนื่องจากบีอาร์เอ็นมีหลายกลุ่ม ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมถึงกลุ่มผลประโยชน์และยาเสพติดแอบแฝงอยู่ เชื่อว่าความรุนแรงในพื้นที่ยังไม่ยุติ การต่อสู้ก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าในอนาคตสามารถดึงกลุ่มอื่นมาพูดคุยได้ก็เชื่อว่าปัญหาต่างๆ น่าจะดีขึ้น" ผู้อำนวยการ สขช.ระบุ และว่า อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ใช้ความเข้มงวดในการดูแลสถานการณ์และใช้กฎหมายที่เข้มข้นต่อไป เพราะการพูดคุยต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะสำเร็จ การลงนามเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

ศรภ.ชี้แนวร่วมรุ่นใหม่ไม่สนใจสันติภาพ

พล.ต.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม รองผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กล่าวว่า การลงนามในข้อตกลงฯเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหา แต่ระยะสั้นยังบอกไม่ได้ว่าการก่อเหตุรุนแรงจะลดลง เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้วางแผนมาล่วงหน้า ที่สำคัญเด็กรุ่นใหม่ที่ลงมือก่อเหตุไม่ได้สนใจกับการหารือเพื่อนำไปสู่สันติภาพ ขณะเดียวกันยังไม่มีความชัดเจนว่าแกนนำอาวุโสที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่มานานจะพูดคุยกับแนวร่วมรุ่นใหม่ได้หรือไม่

อย่างไรก็ดี จากการสอบถามความเห็นของประชาชนในพื้นที่ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกระบวนการสันติภาพ แม้จะมีข้อห่วงใยว่าอาจไม่ได้ผลก็ตาม จึงขอให้รัฐบาลยึดหลักเอกภาพ และพยายามสื่อสารความคืบหน้าเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง

กอ.รมน.บอกยังมีความเสี่ยง-ขวางเลิก พ.ร.ก

พล.อ.เอกชัย จากสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า แนวทางการเจรจาถือเป็นแนวทางที่ดี แต่ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจมีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อีกทั้งในระยะหลังที่เห็นว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลดลงนั้น อาจเป็นเพราะมีการรวมกลุ่มกัน แต่เป็นการรวมที่ไม่เป็นเอกภาพ กลุ่มที่ไทยไปพูดคุยเจรจาเป็นเพียงหนึ่งในหลายกลุ่ม

ขณะที่ตัวแทนจาก กอ.รมน. กล่าวว่า ฝ่ายทหารอยากให้มีการพูดคุยกับผู้นำฝ่ายกองกำลังของกลุ่มผู้ก่อการด้วย และสถานการณ์ช่วงนี้ยังมีความเสี่ยง จึงไม่อยากให้ลดอำนาจการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ลง

เตือนมาเลย์อาจไม่อยากให้ใต้สงบจริง

พล.อ.สมชาย ในฐานะประธาน กมธ.ทหาร กล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่สงบนั้น ถ้าคนที่อยู่เบื้องหลังไม่อยากให้ประเทศไทยสงบสุข มีแต่ความทุกข์ยาก มีแต่ความตายและความเดือดร้อน การพูดคุยก็จะไม่สัมฤทธิ์ผล ถึงจะแก้บางส่วนได้ แต่คนที่เสียผลประโยชน์ในเรื่องอื่น เช่น ยาเสพติด น้ำมันเถื่อน ก็คงไม่ต้องการให้จบ

"ประเด็นของผมคือเราไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ที่สำคัญที่สุดคือถ้าคนที่ร่วมทำให้เกิดการเจรจาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเสียเองจะทำอย่างไร ผมคิดว่าเราเหมือนคลำถูกทางบางส่วน แต่เมื่อคลำๆ ไปคล้ายกับว่าอันตรายกำลังอยู่ใกล้ตัวเราหรือเปล่า แล้วเราจะอยู่อย่างไร" พล.อ.สมชาย ตั้งข้อสังเกต

พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า อย่าคิดว่ามาเลเซียจะมีความจริงใจกับเรา 100% ฉะนั้นต้องยอมรับความจริง ประเด็นสำคัญคือรัฐไทยต้องเข้าไปยึดครองหัวใจคนในพื้นที่ให้ได้

"เฉลิม"อ้างลุยใช้ ม.21 อบรม 15 วันปล่อย

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศปก.กปต.) ได้ตอบกระทู้ถามสดของ นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถามถึงการทำข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น โดยยืนยันว่า ข้อตกลงฯที่ไปลงนามไม่ใช่สนธิสัญญา เพราะคนที่ไปคุยด้วยเป็นคนไทย ไม่ใช่คนประเทศอื่น จึงไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ในพื้นที่ไม่ได้รุนแรงเพิ่มขึ้นหลังลงนามข้อตกลงสันติภาพ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า ได้เดินหน้านำมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ) มาใช้แก้ปัญหาภาคใต้ โดยได้เชิญ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาพบ ในฐานะพนักงานสอบสวนคดีความมั่นคง 20 คดี ถือว่ามีประสบการณ์ และได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ศาล และอธิบดีศาลยุติธรรมภาค 9

"ง่ายๆ ผู้มีหมายจับคดีความมั่นคงมาพบแม่ทัพภาคที่ 4 แล้วแม่ทัพจะมาพบผม จะเชิญนายธาริตมาคุย หากตกลงก็จะถอนหมายจับ จากนั้นจะนำเข้าไปอบรม 15 วันผมก็จะปล่อย ไม่ต้องถึง 6 เดือน ผมรับผิดชอบ ไม่มีความรุนแรง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

แจง กมธ.วิฯภาคใต้ มาเลย์จัดฮัสซันมาให้เซ็น

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพุธที่ 6 มี.ค.2556 คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟูการพัฒนาตามวิถีวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ วุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สายสรรหา เป็นประธาน ได้เชิญ ร.ต.อ.เฉลิม และ พล.ท.ภราดร เข้าชี้แจงประเด็นการลงนามพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น

พล.อ.เกษมศักดิ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงว่า การพูดคุยยังไม่ได้มีการกำหนดกรอบหรือรายละเอียด รวมถึงเป้าหมายของการเจรจาสันติภาพ เพียงแต่เป็นการเปิดช่องให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ที่มี 5- 6 กลุ่มเห็นว่ารัฐบาลไทยมีความปรารถนาที่จะเปิดช่องทางการเจรจา จากเดิมที่รัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมาประกาศว่าจะไม่เจรจา

"รองนายกฯ บอกว่าคนที่มาลงนามไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายหรือผู้ก่อความไม่สงบ แต่เป็นเพียงผู้ที่มีปัญหาอยู่ในพื้นที่ โดยยังไม่เคยถูกออกหมายจับ จึงลงนามสันติภาพเพื่อปูทางไปสู่การพูดคุยกับกลุ่มอื่นๆ เบื้องต้นรัฐบาลจะยึดการพูดคุยตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญของประเทศไทย" พล.อ.เกษมศักดิ์ กล่าว

นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล ส.ว.สรรหา ในฐานะโฆษก กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า ประเด็นที่ กมธ.ติดใจซักถามคือประวัติของนายฮัสซัน ตอยิบ แต่ ร.ต.อ.เฉลิม ก็ไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง เพียงอธิบายว่าเป็นบุคคลที่ทางรัฐบาลมาเลเซียให้การรับรองและเป็นผู้ที่เลือกมาให้ลงนาม ดังนั้นเมื่อรัฐบาลประเทศมาเลเซียลงมาเป็นคนกลางเจรจา เท่ากับว่ารัฐบาลประเทศมาเลเซียให้การค้ำประกัน

"ความเห็นส่วนตัวผมขอให้รัฐบาลไทยระวังที่จะนำประเด็นการเจรจาไปเป็นประเด็นทางการเมืองในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอยากให้รัฐบาลไทยรับฟังความเห็นของประชาชนในพื้นที่ด้วย" นายอนุศาสน์ กล่าว

"เฉลิม"ยอมรับย้ายนักโทษชรากลับคุกบ้านเกิด

ที่ทำเนียบรัฐบาล มีคณะหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารท้องถิ่นในโครงการศึกษาดูงานตามโครงการสี่ประสานประจำปีงบประมาณ 2556 จาก อ.เมือง จ.ปัตตานี จำนวน 100 คน เข้าเยี่ยมคารวะ ร.ต.อ.เฉลิม โดยเจ้าตัวกล่าวตอนหนึ่งว่า ในวันที่ 28 มี.ค. จะเดินทางไปพบ นายมหาธีร์ มูฮำหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่เกาะลังกาวี เพราะนายมหาธีร์อนุญาตให้เข้าพบแล้ว

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า กำลังประสานอธิบดีกรมราชทัณฑ์ว่าคนที่ถูกคุมขัง โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากๆ จะสามารถผ่อนปรนอย่างไรได้หรือไม่ หรือให้ย้ายที่คุมขังไปอยู่ในพื้นที่ (จังหวัดชายแดนภาคใต้) เพื่อให้พี่น้องครอบครัวสามารถเยี่ยมได้ง่ายๆ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ารัฐบาลเตรียมหาช่องทางให้นักโทษเด็ดขาดที่เป็นอดีตแกนนำองค์กรพูโล 4 คน ซึ่งถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตและจำคุก 50 ปี ย้ายกลับไปคุมขังยังเรือนจำในภูมิลำเนาบ้านเกิด เช่น เรือนจำจังหวัดปัตตานี เรือนจำจังหวัดยะลา เป็นต้น

ปชป.หวั่นรัฐแบไต๋-ไร้ข้อผูกมัดบีอาร์เอ็น

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณี สมช.ลงนามในข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็นว่า ภารกิจหลักของรัฐบาลในตอนนี้คือต้องไปดึงกลุ่มอื่นเข้ามาร่วมกระบวนการพูดคุย เพราะคนที่มาลงนามก็ชัดเจนว่าไม่สามารถสั่งการในพื้นที่ได้ และเมื่อรัฐบาลตัดสินใจที่จะพูดคุยอย่างเปิดเผย ก็ต้องดูว่าอะไรคือขอบเขตของการพูดคุย เพราะประชาชนก็อยากรู้และมีความเป็นห่วง

"เอกสารที่รัฐบาลไปลงนาม หากอ่านตามตัวอักษรจะเป็นการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวของรัฐบาลไทย ไม่มีอะไรผูกมัดผู้มาลงนามด้วย รัฐบาลไทยแสดงเจตนาฝ่ายเดียวว่ามอบหมายให้ สมช.เป็นตัวแทน และแสดงเจตนาฝ่ายเดียวว่าพร้อมที่จะให้กลุ่มบีอาร์เอ็นเข้ามาพูดคุยสันติภาพ โดยให้รัฐบาลมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกและคุ้มครองปลอดภัยคนที่เข้ามาพูดคุย แต่กลับไม่มีประโยคใดเลยที่ผูกมัดผู้ก่อความไม่สงบ นอกจากนั้นรัฐบาลต้องไปนิยามว่า 'คุ้มครองความปลอดภัย' หมายความว่าอะไร ซึ่งต้องให้ชัดเจน เพราะจะไปเกี่ยวกับทางมาเลเซียด้วย ซึ่งหากเป็นคนที่มีคดีติดตัว มาเลเซียต้องมีแนวทางปฏิบัติ" นายอภิสิทธิ์ ระบุ

ยิงถล่มสายข่าวปัตตานี-กู้บึ้มรือเสาะ

ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ วันพฤหัสบดีที่ 7 มี.ค.2556 คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่บริเวณคอสะพานบ้านปูโป หมู่ 1 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยใช้วิธีจุดชนวนด้วยการต่อสายเชื้อปะทุพ่วงกับขดยากันยุงที่จุดไฟเอาไว้ โชคดีเจ้าหน้าที่พบก่อน จึงประสานให้หน่วยเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าเก็บกู้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 22.30 น.วันพุธที่ 6 มี.ค. ขณะที่ นายสะรี เจ๊ะอาลี อายุ 42 ปี สายข่าวของหน่วยงานความมั่นคงหลายหน่วยกำลังขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่ สีเทา หมายเลขทะเบียน กข 4530 นราธิวาส เลี้ยวเข้าบ้านของตนเอง เลขที่ 128/4 หมู่ 8 บ้านแหลมแป้ง ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มจนนายสะรีเสียชีวิตคารถ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เวลา 19.50 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ยิง นายสุกรี ดาหะแมง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/2 บ้านลูโป๊ะดีแย หมู่ 6 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขณะที่นายสุกรีกำลังยืนอยู่หน้าบ้านของตนเอง เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง

ระทึกกลางยะลา-เคลียร์รถจักรยานยนต์ต้องสงสัย

เวลา 18.40 น.วันพฤหัสบดีที่ 7 มี.ค. พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผู้กำกับการ สภ.เมืองยะลา พร้อมด้วยชุดอีโอดี ได้เข้าตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่ชาวบ้านแจ้งว่ามีชายต้องสงสัยท่าทางมีพิรุธ นำไปจอดทิ้งไว้บริเวณหน้าร้านข้าวต้มคนจน เลขที่ 6 ถนนรวมมิตร ในเขตเทศบาลนครยะลา เพราะเกรงว่าจะมีระเบิดซุกซ่อนอยู่

จากการตรวจสอบพบเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 เอส สีน้ำเงินคาดดำ หมายเลขทะเบียน กมย 910 ยะลา โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศหาเจ้าของแต่ไม่มีผู้แสดงตัว จึงตัดสินใจดำเนินกรรมวิธีตรวจค้น แต่ไม่พบระเบิด ต่อมา นายวันตูรอฮิง หะยีบือราเฮง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 หมู่ 6 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา ได้แสดงตัวเป็นเจ้าของ ท่ามกลางความโล่งใจของประชาชนในละแวกดังกล่าว

ลูกจ้างแขวงการทางยะลาสารภาพร่วมป่วนเมือง

ด้านความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ นำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักหมายเลข 541/97 ของอาคารที่พักในแขวงการทางยะลา สำนักงานทางหลวงที่ 15 ซึ่งเป็นห้องที่ นายมะเสาพี คอแม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 2 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ตำแหน่งพนักงานไฟฟ้าและสื่อสาร กลุ่มงานเทคนิค ของแขวงการทางยะลา ใช้เป็นที่พักอาศัย กระทั่งพบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ จำนวนมาก จึงได้เชิญตัวไปสอบปากคำ เพราะสงสัยว่าน่าจะเกี่ยวพันกับการก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ จ.ยะลา และต่อมาได้ขยายผลเชิญตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายอัสมาน กาเจ อายุ 23 ปี และ นายอาซูอัล กาเจ อายุ 24 ปี สองพี่น้องจาก ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวของแขวงการทางยะลานั้น

ล่าสุด นายอัสมาน ได้ให้การรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผากล้องโทรทัศน์วงจรปิดในเขต อ.เมืองยะลา โดยมี นายมะเสาพี เป็นผู้สั่งการ ทั้งนี้ ปฏิบัติการเผากล้องครั้งล่าสุดคือเมื่อ 19 ม.ค.2556 ที่หลังโรงเรียนเทศบาล 5 (บ้านตลาดเก่า) ริมถนนเลี่ยงเมือง และที่บริเวณปากทางเข้าโรงเรียนอิสลาฮียะห์ ดารุลอิสลาฮ์ หมู่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว

www.isranews.

ป่วนยะลา 7 อำเภอกว่า 50 จุด รือเสาะ 4 จุด - เผาบ้านร้าง

วันอังคารที่ 05 มีนาคม 2013 เวลา 08:51 น.

ป่วนยะลา 56 จุดพร้อมกันใน 7 อำเภอ ทั้งเผายางรถยนต์ หม้อแปลง ถอดน็อตเสาไฟฟ้า และตัดต้นไม้ขวางถนน รือเสาะโดนหางเลขอีก 4 จุด ยิงดับ ชรบ.บาเจาะ ปะทะเดือดที่เจาะไอร้อง ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 1 ราย

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียด โดยมีความพยายามก่อเหตุป่วนเมืองหลายจุดเมื่อช่วงค่ำของวันจันทร์ที่ 4 มี.ค.2556 โดยในพื้นที่ จ.ยะลา เวลาประมาณ 19.30 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนออกปฏิบัติการก่อกวนเผายางรถยนต์ ยางรถจักรยานยนต์ หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้ชุมสายโทรศัพท์ ถอดน็อตเสาไฟฟ้า และตัดต้นไม้ขวางถนน แยกเป็น

- พื้นที่ อ.เมือง จำนวน 8 จุด ใน ต.ท่าสาป ต.ยุโป ต.พร่อน และ ต.ลิดล เช่น บริเวณเชิงสะพานต่างระดับเฉลิมพระเกียรติ หมู่ 4 ต.ท่าสาป (แยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 418 หรือยะลา-ปัตตานีสายใหม่) เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นการเผายางรถยนต์และรถจักรยานยนต์

- พื้นที่ อ.บันนังสตา 8 จุด ใน ต.บันนังสตา ต.บาเจาะ ต.ตะเนาะปูเต๊ะ ทั้งหมดเป็นเหตุเผายางรถยนต์ โดยมี 1 จุดเป็นการเผาตู้ชุมสายโทรศัพท์ ที่บ้านดือริแยฮะยี หมู่ 7 ต.บันนังสตา

- พื้นที่ อ.ธารโต 5 จุด ใน ต.ธารโต ต.คีรีเขต ต.บ้านแหร และ ต.แม่หวาด โดยเป็นเหตุเผายางรถยนต์และตัดต้นไม้ขวางถนน

- พื้นที่ อ.กาบัง 3 จุด ที่บ้านบันนังดามา บ้านเจาะกือแย ต.กาบัง ทั้งหมดเป็นเหตุเผายางรถยนต์

- พื้นที่ อ.รามัน 19 จุด เป็นการเผายางรถยนต์จำนวน 14 จุด เผาสายโทรศัพท์ 1 จุด และเผาหม้อแปลงไฟฟ้า 4 จุด ในพื้นที่ ต.อาซ่อง ต.กายูบอเกาะ ต.บาลอ ต.บือมัง ต.โกตาบารู ต.กาลูปัง ต.ยะต๊ะ และ ต.ท่าธง

- พื้นที่ อ.กรงปินัง 3 จุด เป็นเหตุเผายางรถยนต์ 2 จุดใน ต.กรงปินัง ทั้งบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 และถนนบ้านบาแง ส่วนอีกจุดหนึ่ง คนร้าย 3-4 คนแต่งกายด้วยชุดสีขาว มีอาวุธสงครามครบมือ ถอดน็อตเสาไฟส่องสว่างเพื่อให้เสาไฟฟ้าล้มบริเวณหน้ามัสยิดกะดูโคะ และหน้ามัสยิดสะเอะ

- พื้นที่ อ.ยะหา 10 จุด เป็นการเผายางรถยนต์ 9 จุดในพื้นที่ ต.บาโร๊ะ กับ ต.ละแอ และพ่นสีสเปรย์ 1 จุดที่ ต.บาโงยสิแน

ทั้งนี้ รวมจุดเกิดเหตุทั้งสิ้น 56 จุดในพื้นที่ 7 อำเภอจาก 8 อำเภอของ จ.ยะลา

ส่วนที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เวลาประมาณ 19.40 น. มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงเผาบ้านร้าง 1 หลัง ในท้องที่บ้านตือโละ หมู่ 7 ต.เรียง อ.รือเสาะ จากนั้นได้ก่อเหตุเผายางรถยนต์อีก 4 จุดในท้องที่ ต.เรียง ต.บาตง และ ต.โคกสะตอ

เวลาประมาณ 03.00 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธปืนพกยิงใส่ นายมะรอซี ยานิง อายุ 37 ปี ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านปะลุกาแปเราะ ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนทางเข้าหมู่บ้านยือลาแป หมู่ 3 ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ทำให้นายมะรอซีเสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มี.ค.เวลา 23.00 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ได้จัดกำลัง 4 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดนราธิวาส เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัยในหมู่บ้านลูโบ๊ะเย๊าะ ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หลังได้รับเบาะแสว่ามีผู้ต้องสงสัยเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบเข้าไปพักพิงในพื้นที่

ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านดังกล่าว ปรากฏว่าได้มีผู้ต้องสงสัย 3-4 รายวิ่งหลบหนีออกทางประตูหลังบ้าน แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดประมาณ 5 นาที หลังเสียงปืนสงบลง พบศพ นายมะซาเอ๊ะ หะยีดีเย๊าะดีย๊ะ อายุ 31 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ 3 บ้านกูตง ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส สภาพศพนอนคว่ำหน้า ใส่เสื้อยืดคอกลมสีส้ม และกางเกงวอร์มขายาวสีดำคาดเทา ใกล้ๆ กันพบอาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 กระบอก นอกจากนั้นยังได้ตรวจค้นเป้ คาดว่าเป็นของผู้ตาย พบซองกระสุนปืนและเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง

www.isranews.

หน่วยข่าวชี้ฝีมือกลุ่มเยาวชน “เปอร์มูดอ บารู” ป่วนยะลา เผาล้อยางกว่า 20 จุด

4 มีนาคม 2556 21:51 น.

ยะลา - ป่วนยะลา แนวร่วมวางเพลิง เผาล้อยางป่วน 6 อำเภอ ของยะลา กว่า 20 จุด หน่วยข่าวเชื่อ เป็นฝีมือกลุ่มเยาวชน “เปอร์มูดอ บารู” เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการลงนามพูดคุยของรัฐบาลกับขบวนการบีอาร์เอ็น

เมื่อวันนี้ (4 มี.ค.) เมื่อเวลา 19.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลาว่า ได้มีกลุ่มคนร้าย เดินสายเผาล้อยางรถยนต์ บนถนนหลายจุดในพื้นที่จังหวัดยะลา ในพื้นที่ อ.เมือง จำนวน 4 จุด คือที่บริเวณหัวสะพานท่าสาป 2 จุด บนถนน 418 จำนวน 1 จุด บนถนนสายบ้านบ่อเจ็ดลูก จำนวน 1 จุด ที่ ต.พร่อน รอยต่อระหว่าง ม.3และ ม.4 บนถนนจำนวน 1 จุด

ส่วนที่ อ.รามัน จำนวน 6 จุดคือ บริเวณสะพานมาแฮ ต.บือมัง 1 จุด ใกล้ๆ ร.ร.นาเตย ต.โกตาบารู 1 จุด หน้าเทศบาลโกตา ต.โกตาบารู 1 จุด สามแยกสะพานก่อนถึงปั๊ม ต.โกตาบารู 1 จุด สะพานคู่ ต.กาลูปัง 1 จุด รอยต่อ บ.ตีบุ ต.ยะตะ กับ บ.ตะโละมีแย ต.กาลอ 1 จุด

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า คนร้ายเดินสายเผายางรถยนต์พื้นที่ อ.กาบัง บริเวณหัวสะพานบ้านบันนังดามา 1 จุด และที่ อ.กรงปินัง บนถนนใกล้ปั้มน้ำมัน ปตท.1 จุด โดยพื้นที่ อ.กรงปินัง มีรายงานว่าพบกลุ่มคนร้ายจำนวน 7-8 คน พร้อมอาวุธปืนสงคราม

ส่วน อ.ยะหา 3 จุด บนถนนสายยะหา - ปะแต 1 จุด และริมถนนบ้านปาแดรู ต.ยะหา จำนวน 1 จุด บนถนนบ้านบาโร๊ะ ต.บาโร๊ะ จำนวน 1 จุด ส่วนที่ อ.บันนังสตา อีกจำนวน 7 จุด ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ด้วยความระมัดระวัง ส่วนที่ อ.ธารโต มีรายงานว่า คนร้ายได้ตัดต้นไม้ขวางถนน บนเส้นทางสาย 410 บันนังสตา-ธารโต จำนวน 1 จุด

หน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่ เผยว่า ในเบื้องต้นการก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเยาวชนเปอร์มูดอ บารู (PERMUDAN BARU) ที่ลงมือก่อเหตุพร้อมกัน เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการลงนามพูดคุยของรัฐบาลกับขบวนการบีอาร์เอ็น

www.manager.

เปิดใจลูกชายพูโลประเมินสันติภาพชายแดนใต้

03 มีนาคม 2556 เวลา 22:01 น.

การลงนามเพื่อพูดคุยสันติภาพกับขบวนการบีอาร์เอ็น เพื่อหาทางออกสถานการณ์ความรุนแรงชายแดนภาคใต้ เป็นความหวังว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนสถานการณ์ ช่วงที่ผ่านมา 9 ปีกระบวนการพบปะระหว่างตัวแทนรัฐไทยกับขบวนการต่อสู้เพื่อปัตตานี ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอุปสรรคปัญหามากมาย

ช่วงเวลาเดียวกับการลงนามข้อตกลงพูดคุยเพื่อสันติภาพกับบีอาร์เอ็นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สมาชิกรัฐสภา นักวิชาการ และเอ็นจีโอด้านสันติวิธีจากสวีเดนกลุ่มหนึ่ง เดินทางมาประเทศไทยและลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยการประสานงานระหว่างรัฐบาลสวีเดนกับสถาบันพระปกเกล้า

ที่น่าสนใจ คือ หนึ่งในคณะจากสวีเดน คือ “ยาสรี คาน” วัย 27 ปี ซึ่งทำงานด้านสันติวิธี ในโครงการพระราชดำริของกษัตริย์แห่งสวีเดน เขาเป็นลูกชายของ “ซัมซูดิง คาน” รองประธานองค์กรปลดปล่อยสหปัตตานี หรือพูโล ซึ่งอยู่ที่ประเทศสวีเดน

ซัมซูดิง ถือเป็นแกนนำก่อตั้งพูโล เขาเป็นแคนดิเดตสำคัญที่จะขึ้นเป็นประธานพูโลคนต่อไป ช่วงหลายปีที่ผ่านมาซัมซูดิงได้รับเชิญหลายครั้งจากหลายหน่วยงานทั้งของไทยและนานาชาติ เข้าพูดคุยในเวทีการสร้างสันติภาพชายแดนภาคใต้ของไทย ร่วมกับ ดร.วัน กาเดร์ เจ๊ะมัน อดีตประธานแนวร่วมเพื่อเอกราชปัตตานี หรือเบอร์ซาตู และตัวแทนกลุ่มต่อสู้เพื่อปัตตานีกลุ่มอื่นๆ

สำหรับ ยาสรี คาน บุตรชายของซัมซูดิง ทำงานในองค์กร Muslim for Justice and Peace เป็นองค์กรของกลุ่มปัตตานีพลัดถิ่นในสวีเดน ทำงานเชื่อมต่อกับกลุ่มนักต่อสู้ (ยูแว) และรัฐบาลสวีเดน เพื่อแนวทางสันติภาพ

ผู้ประสานงานของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งนำคณะจากสวีเดนลงพื้นที่ บอกว่า ยาสรีมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลสวีเดน และข้อเสนอของเขาเป็นสิ่งที่รัฐมนตรีของสวีเดนให้ความสนใจรับฟัง

การเดินทางเข้ามาประเทศไทยครั้งนี้ เนื่องจากในเร็วๆ นี้ตัวแทนรัฐบาลไทยจะเดินทางไปสวีเดนเพื่อเปิดกระบวนการสันติภาพกับขบวนการต่อสู้กับอีกกลุ่มหนึ่ง การเข้ามาพูดคุยกับคนปัตตานีครั้งนี้ เพื่อนำข้อมูลจากฝ่ายต่างๆ กลับไปเสนอต่อรัฐบาลสวีเดน เพื่อเชื่อมต่อไปยังองค์กรที่มีบทบาทต่อปัญหาชายแดนภาคใต้ ทั้งสหภาพยุโรปและองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC)

ยาสรี ออกตัวว่า สิ่งที่เขาจะบอกกล่าวหลังจากนี้ เป็นความคิดเห็นจากประสบการณ์ของเขา ซึ่งไม่เกี่ยวกับ ซัมซูดิง คาน ผู้เป็นพ่อแต่อย่างใด

แต่เมื่อถามถึงการเป็นนักต่อสู้ของพ่อ กับบทบาทของเขาซึ่งเป็นนักรณรงค์เพื่อสันติภาพ มีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างไร ยาสรี บอกว่า พ่อของเขาต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเห็นว่าจะต่อสู้ด้วยความรุนแรงไม่ได้ ซึ่งคนปัตตานีที่มาอยู่สวีเดนพยายามหาทางเลือกอื่นที่จะต่อสู้โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง ซึ่งอาจต่างกับนักต่อสู้ที่อยู่ในพื้นที่ แม้ว่าจะสังกัดองค์กรเดียวกัน แต่มีเงื่อนไขให้ใช้วิธีการต่อสู้ที่แตกต่างกัน

“บทบาทของบางคนในสวีเดนไม่ใช่ผู้สั่งให้เริ่มใช้ความรุนแรง แต่ก็มีอำนาจสั่งให้หยุดใช้ความรุนแรงได้ต่อเมื่อมีการตกลงกันกับรัฐไทย เหตุผลที่สั่งได้ คือ ความไว้วางใจ จะต้องมีเหตุผล มีข้อตกลงกันอย่างชัดเจน เพราะหากสั่งให้หยุดโดยที่ฝ่ายรัฐยังไม่มีการแก้ปัญหา สั่งอย่างไรก็ไม่หยุด และจะไม่มีใครวางใจเชื่อฟังคำสั่งอีกต่อไป การจะสั่งได้จึงต้องมีการตกลงกันให้แน่ชัดก่อน”

ในฐานะประธานชมรมมุสลิมแห่งสวีเดน และการทำงานเป็นเอ็นจีโอด้านสันติภาพ ทำให้เขาได้มีโอกาสพูดคุยกับกลุ่มต่อสู้ต่างๆ ไม่เฉพาะกลุ่มปัตตานี แต่รวมถึงขบวนการต่อสู้ในบังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และ อาเจะห์ อินโดนีเซีย ขณะเดียวกันในฐานะลูกชายของ|แกนนำนักต่อสู้เพื่อปัตตานี เขาติดตามข่าวสารสถานการณ์ปัตตานีอย่างสม่ำเสมอ ผ่านทุกสื่อและทุกช่องทาง

ยาสรี มองว่า การต่อสู้ที่ผ่านมาทำให้ปัตตานีขาดการพัฒนาทั้งเศรษฐกิจและสังคม แต่การแก้ปัญหาต้องรู้ถึงความคาดหวังของคนในพื้นที่ ที่ผ่านมารัฐไทยต้องการให้ผสมกลมกลืน โดยไม่เคารพต่อความคาดหวังของคนในพื้นที่

เขามองว่า คนในพื้นที่คาดหวังว่ารัฐไทยต้องยอมรับภาษา วัฒนธรรม สิทธิในการกำหนดอนาคตตัวเอง ดังนั้นเรื่องเอกราช การปกครองรูปแบบพิเศษ เป็นเพียงกระบวนการโดยพื้นฐานเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกที่ว่านี้ แต่จะได้หรือไม่ ต้องสู่จุดที่มีเป้าหมาย อย่ามองแค่กระบวนการ การแก้ปัญหานั้นทุกฝ่ายจะต้องมองเห็นตรงกัน คือ ความต้องการที่แท้จริงที่ว่านี้

“เรา (คนปัตตานี ซึ่งหมายถึงประชาชนและนักต่อสู้) สามารถเชื่อมั่นต่อรัฐไทยได้แค่ไหน ทั้งๆ ที่ไม่เคยให้เกียรติเรา ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปี 2523”

ปี 2523 ที่ยาสรีกล่าวถึง คือ แนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในชาติ ทั้งจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และขบวนการแบ่งแยกดินแดนภาคใต้ ด้วยนโยบายการเมืองนำการทหาร ซึ่งสามารถยุติความขัดแย้ง มีผู้เห็นต่างซึ่งต่อสู้กับรัฐจำนวนมากที่ยอมรับและวางอาวุธ กลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย แต่สิ่งที่ยาสรีกังวล คือ หลังการเข้ามอบตัวของขบวนการในอดีต เพียง 2-3 ปีต่อมารัฐไทยก็ไม่รักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับสมาชิกขบวนการ

“ความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นการต่อสู้หลากหลายรูปแบบที่ปรากฏขึ้น จึงเป็นเป้าหมายเพื่อที่จะได้พูดกับรัฐไทยให้ชัดขึ้น ผู้ต่อต้านรัฐมีกองกำลัง รัฐก็มี แม้หลังจากนั้น (2523) มีโครงการมอบตัวแต่มันก็ไม่ได้แก้ปัญหาพื้นฐานต่างๆ ที่ได้ตกลงไว้ ทำให้คิดว่ารัฐไทยไม่จริงใจ จึงเป็นความรู้สึกที่รับไม่ได้”

ยาสรี ประเมินว่า การประเมินความจริงใจที่รัฐไทยจะรับฟังความคาดหวังของคนในพื้นที่ผ่านมาแล้ว 30 ปี นับตั้งแต่ปี 2523 และจากปัญหาที่ปะทุขึ้นมาใหม่ ซึ่งดำเนินเรื่อยมาจนถึงขณะนี้ หากจะให้พิสูจน์ความจริงใจจากรัฐไทย กลุ่มนักต่อสู้เห็นว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 20 ปี

ยาสรี บอกว่า เหตุที่ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 20 ปี ในการประเมินความจริงใจของรัฐไทย เพราะการต่อสู้ที่ดำเนินอยู่นี้คงไม่หยุดง่ายๆ บรรดาขบวนการที่ต่อสู้อยู่ในขณะนี้หวาดกลัวที่จะต้องเผชิญกับสิ่งที่รัฐไทยเคยทำมาก่อน นั่นคือ เมื่อความรุนแรงยุติลง รัฐไทยก็ไม่ทำตามสัญญาอีก ดังนั้นการต่อสู้ยังคงต้องดำเนินไปพร้อมๆ กับแนวทางสันติวิธี จนกว่าจะเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน

“ถ้าลงนามกันแล้วรัฐบาลไทยไม่จริงใจอีกก็ต้องรบกันอีก นี่คือสิ่งที่นักต่อสู้ทั้งหลายกังวล”

สำหรับการลงนามข้อตกลงพูดคุยสันติภาพ ระหว่างสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กับ ฮัสซัน ตอยิบ เลขาธิการขบวนการบีอาร์เอ็น นั้น ยาสรี มองว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แสดงให้เห็นถึงการยอมรับว่าอีกฝ่าย (ขบวนการ) มีตัวตนที่สามารถพูดคุยกันได้ อย่างน้อยก็สร้างแนวทางว่าหาคนที่จะมาหารือเพื่อยุติปัญหาได้ และรัฐไทยไม่ได้แสวงหาสันติภาพเพียงฝ่ายเดียว แต่มีคนมาร่วมทำงานแสวงหาสันติภาพด้วยกัน

“ถ้าคน 2 คนต่อสู้กัน ก็ต้องให้ทั้งสองคนนั่นแหละมาร่วมกันแสวงหาแนวทางสันติภาพ”

แต่ข้อสงสัยของฝ่ายต่างๆ ทั้งสังคมไทยและภายในกลุ่มต่างๆ ในขบวนการ ถึงเบื้องหลังของการลงนามพูดคุยครั้งนี้ ก็ทำให้ยาสรีในฐานะผู้ดำเนินการกระบวนการสันติภาพกังวลว่า เป็นไปโดยสมัครใจหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีมีข่าวว่าฝ่ายขบวนการถูกกดดันและบีบบังคับให้ลงนาม

“หากผลออกมาว่ารับไทยไม่ซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือของกระบวนการพูดคุยก็จะลดน้อยลงไป กระบวนการเพื่อสันติภาพก็จะไม่เกิด เพราะฉะนั้นเพื่อรักษากระบวนการนี้เอาไว้ รัฐไทยจะต้องทำให้เห็นถึงการฟังความต้องการที่แท้จริงของประชาชน รวมทั้งให้ระบบรัฐสภาได้รับรู้ถึงแนวทางนี้อย่างเป็นทางการ เพื่อกำหนดเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาว”

กระบวนการพูดคุยระหว่างรัฐไทยและขบวนการต่อสู้ อาจเป็นความหวังถึงสันติภาพ แต่ระหว่างทางที่ยังเสี่ยงต่อความรุนแรง เมื่อตั้งคำถามถึงปฏิบัติการของกลุ่มต่อสู้ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ ยาสรีมองถึงการก่อเหตุที่เกิดขึ้นว่า ประเทศไทย รัฐบาลไทย ไม่เคยฟังว่าพวกเขา (ชาวมลายูมุสลิมชายแดนภาคใต้) มีสิทธิในดินแดนนี้มาก่อน แต่รัฐไทยกลับอ้างถึงความมั่นคงตลอดมา ซึ่งทำให้เกิดการปะทะกันกันตลอดมา และคงจะตลอดไป เพราะต่างฝ่ายทั้งขบวนการต่อสู้และรัฐไทยต่างก็มองว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก แต่ใครผิดหรือถูกนั้นคงต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป

“ผมพูดคุยกับนักต่อสู้ (ยูแว) อยู่เสมอว่า การขับเคลื่อนเพื่อสิทธินั้นมีหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมืองหรือภาคประชาชน การต่อสู้จึงควรต้องเข้าไปมีบทบาทในหลายๆ ทาง ทั้งการเมืองและภาคประชาชน จึงจะทำให้เกิดการสื่อสารกันได้ ถ้ายึดแต่แนวทางจับอาวุธอย่างเดียวก็พูดคุยกันไม่ได้ และถ้าหากว่ารัฐไทยยอมรับการมีอยู่ของขบวนการต่อสู้ ก็จะทำให้ท่าทีของกลุ่มต่อสู้โดยจับอาวุธนั้นอ่อนลงได้ แต่ถ้าปิดกั้นไม่ยอมรับก็จะยังคงรุนแรงกันต่อไป” ******************

บันทึกบทสนทนา "ยาสรี"กับกลุ่มเยาวชนปัตตานี

กลุ่มเยาวชน : คิดว่าปัตตานีจะได้เอกราชหรือไม่

: คำตอบอยู่ที่ประชาชน หากว่าอัตลักษณ์ของประชาชนไม่เข้มแข็งก็จะอยู่อย่างนี้ตลอดไป ในสวีเดน มีทีมฟุตบอลปัตตานีที่สร้างคน เยาวชนเหล่านี้มีโอกาสเลือกว่าเขาอยากเป็นอะไร และไม่กลัวคนอื่ ก่อนที่จะให้คนอื่นเชื่อเราต้องเชื่อตัวเองก่อน

กลุ่มเยาวชน : ถ้าจะได้เอกราช จะต้องทำอะไรก่อน ถ้าประชาชนต้องการทำอย่างไรให้ได้ เอกราช จับอาวุธหรือว่ามีทางอื่นอยู่ไหม

: การพูดเรื่องเอกราชไม่ได้พูดในเชิงของการตัดสิน แต่เราต้องมองเรื่องสันติภาพ และจะต้องมีความยุติธรรม ถ้าไม่มีสันติภาพจะมีปัญหาเรื่องความยุติธรรม

ถ้าฝ่ายขบวนการทำงานไม่ดีก็ไม่ควรสนับสนุน ถ้าไม่มาจากภาคประชาสังคมก็นำไปสู่สันติภาพไม่ได้ ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาทางการเมือง คนก็จะจับอาวุธต่อสู้ การเข้าสู่กระบวนการสันติภาพมีพลวัตออยู่ตลอด และได้รับการยอมรับมากขึ้น จากที่แต่ก่อนไม่ได้รับการยอมรับ

ต้องมี model ที่ทำให้คนฉลาดเพื่อที่จะต่อสู้กับอำนาจ ถ้าไม่มี model ก็ต้องยกตัวเองขึ้นมาเป็น model

กลุ่มเยาวชน : ถ้าได้เอกราชจะกลับมาปัตตานีไหม

: กลับมา ผมไม่เหมือนลูกหลานปัตตานีในที่สวีเดนแบบคนอื่นๆ พวกนั้นสบายแล้ว แต่เราเองสบายเพราะมีคนที่ช่วยเหลือเรา เราเองจึงอยากช่วยเหลือคนอื่นต่อ ผมอยากมาคุยกับคนที่นี่ กับคนที่มีประสบการณ์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะมา ส่วนตัวเขา แต่ผมมีความเชื่อมั่นว่าคนปัตตานีจะสร้างความเจริญได้

www.posttoday.

จยย.บอมบ์ยะลาคร่าชีวิตทหารแล้ว 2 ศพ เจ็บ 11 เชื่อฝีมือ “รอกิ ดอเลาะ”

2 มีนาคม 2556 16:56 น.

ยะลา - ป่วนอีก! จยย.บอมบ์คร่าชีวิตทหารพรานยะลาแล้ว 2 ศพ เจ็บอีก 7 ชาวบ้านโดนลูกหลงอีก 4 เชื่อฝีมือ “รอกิ ดอเลาะ” เนื่องจากการข่าวแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าจะนำระเบิดเข้ามาก่อเหตุวันนี้

วันนี้ (2 มี.ค.) เมื่อเวลา 14.25 น. ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ถนนเลขะกุล เชื่อมต่อถนนเลียบแม่น้ำบริเวณทางโค้งสวนศรีเมือง อ.เมือง จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บหลายนาย หลังรับแจ้งเหตุ จึงประสาน พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตรงบริเวณทางโค้ง เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหาร สภาพเสียหายจากแรงระเบิดบริเวณกระจกด้านหน้า ประตูด้านข้างฝั่งซ้าย ล้อและฝาท้าย ส่วนผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาอย่างเร่งด่วน โดยมีผู้ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 2 นาย และบาดเจ็บอีก 7 นาย นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านบาดเจ็บ 4 ราย

และในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ตรวจสอบหมายเลขตัวถังรถคือ NF100S-0225481 ล้มคว่ำอยู่ในสภาพพังยับเยิน และยังมีเศษสะเก็ดระเบิดตกกระจายอยู่ทั่วบริเวณ นอกจากนั้น ยังพบเศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ตกอยู่ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กก. ซุกอยู่ในรถจักรยานยนต์ จุดชนวนด้วยระบบวิทยุสื่อสาร

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน 33 กลับจากการตั้งด่านตรวจ และกำลังขับรถยนต์จะกลับฐานปฏิบัติการที่ถนนสาย 418 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งได้นำรถจักรยานยนต์มาจอดไว้ริมทางก่อนแล้ว ได้กดระเบิดขึ้นทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตดังกล่าว

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของ นายรอกิ ดอเลาะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ เนื่องจากมีข่าวสารแจ้งเตือนมาล่วงหน้าว่าคนร้ายคนดังกล่าวจะนำระเบิดเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่วันนี้

รายชื่อทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ที่เสียชีวิต และบาดเจ็บ

1.อส.ทพ.ทนงศักดิ์ ลือชา อายุ 30 ปี (เสียชีวิต)

2.อส.ทพ.สุชาติ จันติ๊บ อายุ 35 ปี (เสียชีวิต)

3.อส.ทพ.สมศักดิ์ ตาหอม อายุ 27 ปี (บาดเจ็บ)

4.อส.ทพ.สิทธิเดช คำหล้า อายุ 27 ปี (บาดเจ็บ)

5.อส.ทพ.พิทักษ์ สุธานนำทิพย์ อายุ 30 ปี (บาดเจ็บ)

6.อส.ทพ.ธานี ไชยวิฑูรย์ อายุ 55 ปี (บาดเจ็บ)

7.อส.ทพ.บัญชา บัวผัด อายุ 30 ปี (บาดเจ็บ)

8.(ยังไม่ทราบชื่อ) (บาดเจ็บ)

9.(ยังไม่ทราบชื่อ) (บาดเจ็บ)

รายชื่อชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บ

1.นางนูรีหะสา มามุ อายุ 45 ปี

2.นางมะริยา วานิ อายุ 54 ปี

3.น.ส.รอซีหม๊ะ ลือแบซา อายุ 37 ปี

4.น.ส.หมีจู เมอแล อายุ 24 ปี

www.manager.

บึ้มเจาะไข่แดงเซฟตี้โซนนราฯ ใช้ จยย.บอมบ์เย้ยประสิทธิภาพรถตัดสัญญาณ ทหาร-ชาวบ้านเจ็บ 6

1 มีนาคม 2556 08:56 น.

คนร้ายจอด จยย.บอมบ์ ต่อท้ายรถตัดสัญญาณของเจ้าหน้าที่

นราธิวาส - เจาะไข่แดงเซฟตี้โซนนราธิวาส วางบึ้มตลาดสดกลางเมือง ทหาร-ชาวบ้านเจ็บ 6 สุดมึนพบคนร้ายจอด จยย.บอมบ์ติดกันเย้ยประสิทธิภาพรถตัดสัญญาณ เร่งสืบหาวิธีการจุดชนวนระเบิด คาดป่วนตอบโต้ “นายกฯ ปูนิ่ม” เจรจาสันติภาพกับ BRN มาเลย์วานนี้ เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล

เมื่อเวลา 05.55 น. วันนี้ (1 มี.ค.) ร.ต.ท.ฐิติพงษ์ ศรีสองเมือง ร้อยเวร สภ.เมือง จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายวางระเบิดจักรยานยนต์บอมบ์ บริเวณทางเข้าตลาดสดเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่บนถนนภูผาภักดี เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 6 ราย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.สมชาย พนมอุปการ รอง ผกก.สส.สภ.เมือง ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกำลังโหมลุกไหม้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีเทา ทะเบียน ขจต 304 นราธิวาส ซึ่งเป็นรถที่คนร้ายใช้ประกอบระเบิดไว้ ทั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ ที่บริเวณทางเข้าตลาดสด ข้างรถจักรยานยนต์บอมบ์ มีรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่เดินทางมาจับจ่ายสินค้าภายในตลาดสดได้รับความเสียหายด้วย จำนวน 6 คัน และยังมีรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บฉ 190 นราธิวาส ซึ่งเป็นรถตัดสัญญาณของเจ้าหน้าที่ โดยจอดอยู่หน้ารถจักรยานยนต์บอมบ์ ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายไปด้วยเล็กน้อย และฝั่งตรงข้ามยังมีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บจ 4258 นราธิวาส ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่บริเวณกระจกประตูด้านคนขับ และตัวถังกระบะท้ายเป็นรูพรุน

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบรถจักรยานยนต์บอบม์ พบว่า คนร้ายได้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก. แล้วนำไปซุกไว้ในช่องสำหรับใส่หมวกกันน็อกใต้เบาะนั่ง จากนั้นมีชายวัยรุ่น จำนวน 1 คน ขับขี่รถคันดังกล่าวเข้าไปจอดบริเวณท้ายรถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 33 ซึ่งเป็นรถตัดสัญญาณ และเมื่อคนร้ายเดินหายเข้าไปภายในตลาดได้ประมาณ 5 นาที จึงเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร และชาวบ้านที่เดินทางมาจับจ่ายสินค้าภายในตลาดได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนกรณีการจุดชนวนระเบิดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบว่าคนร้ายใช้อุปกรณ์ใดในการจุดระเบิดอย่างละเอียดอีกครั้ง

สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ ได้แก่

1.นายสมปอง วุ่นพ่วน อายุ 66 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกสะเก็ดระเบิด และไฟลวกตามคอ และใบหน้า

2.นางหทัยชนก แซ่ง่ำ อายุ 39 ปี

3.นางอำพร พลานุพัฒน์ อายุ 60 ปี

4.นางจันทวี แซ่เล่า อายุ 42 ปี

5.นางจิตรา อโณทัย อายุ 50 ปี

6.พลทหารเจษฎา เดชพละ อายุ 23 ปี สังกัด ฉก.นราธิวาส 33

ซึ่งทั้ง 5 ราย ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว อาการไม่สาหัสมากนัก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อแสดงอำนาจศักยภาพ และดิสเครดิตรัฐบาลไทยที่ทำสัญญาสันติภาพกับกลุ่ม BRN ที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวานนี้ (28 ก.พ.)

www.manager.

ทีม สมช.ประเดิมพูดคุย "ฮัสซัน ตอยิบ" – จับตาก๊วนรอเจรจาเคลื่อนไหวคึก

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2013 เวลา 07:19 น.

คณะของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประเดิมเปิดการ "พูดคุย" กับกลุ่มขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนกลุ่มแรกในช่วงสายของวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.พ.2556 ณ สถานที่ปิดลับแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย

พล.ท.ภราดร และคณะ ซึ่งประกอบด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม เดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ตั้งแต่เมื่อบ่ายวันพุธที่ 27 ก.พ. ด้านหนึ่งเพื่อเตรียมการก่อนการเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมประชุมประจำปีของทั้งสองประเทศ (Annual Consultation) ครั้งที่ 5 ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.พ.โดยมีกำหนดการเข้าพบหารือกับ นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ปุตราจายาด้วย

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง คณะของ พล.ท.ภราดร ได้เตรียมเปิดการพูดคุยกับแกนนำขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน จากการประสานงานและอำนวยความสะดวกของทางการมาเลเซีย ตามที่ได้ตกลงกันไว้ช่วงการเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างไม่เป็นทางการของ พล.ท.ภราดร และคณะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ให้ฝ่ายความมั่นคงมาเลเซียมีบทบาทเป็น "ผู้อำนวยความสะดวก" (facilitator) ให้เกิดการพูดคุย ขณะที่ พล.ท.ภราดร ในฐานะเลขาธิการ สมช. จะเป็นผู้แทนฝ่ายไทยในกระบวนการพูดคุยกับแกนนำขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนหรือกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐนับแต่นี้เป็นต้นไป

สำหรับผู้นำขบวนการกลุ่มแรกที่เข้าพบปะพูดคุยกับคณะของเลขาธิการ สมช. นำโดย นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มพูโล ทั้งนี้ การพบปะกันจัดขึ้น ณ สถานที่ปิดลับแห่งหนึ่งในมาเลเซีย โดยบุคคลสำคัญฝ่ายไทยผู้ที่ร่วมอยู่ในวงพูดคุย นอกจาก พล.ท.ภราดร พ.ต.อ.ทวี และ พล.อ.นิพัทธ์ แล้ว ยังมีผู้แทนของผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผู้แทนของเสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการและเลขาธิการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.และเลขาธิการ รมน.) พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะผู้แทนฝ่ายปกครองด้วย

ภายหลังการพูดคุย คณะของ พล.ท.ภราดร จะเดินทางไปสมทบกับคณะของนายกฯยิ่งลักษณ์ ที่ปุตราจายา และอาจมีแถลงข่าวเรื่องนี้ในช่วงของการแถลงผลการประชุมร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

อนึ่ง แหล่งข่าวที่ร่วมในกระบวนการพูดคุย ให้ข้อมูลว่า นายฮัสซัน ตอยิบ เป็นแกนนำขบวนการบีอาร์เอ็น แต่จากการตรวจสอบข่าวเปิดเก่าๆ ที่เกี่ยวกับนายฮัสซัน ระบุว่าเขาเป็นแกนนำองค์กรพูโลสายเก่า พำนักอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยมีข่าวบางแหล่งอ้างว่าเขาเป็นผู้ดูแลเรื่องที่พักให้กับแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนหลายคนระหว่างที่พำนักอยู่ในมาเลเซีย และเคยมีแผนเดินทางกลับมารายงานตัวกับทางการไทยด้วย

นายฮัสซัน ตอยิบ ตกเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปีที่แล้วว่าร่วมอยู่ในวงพูดคุยเจรจาระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของ นางสาวยิ่งลักษณ์ กับแกนนำขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนหลายคน ณ โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย หลังจากนั้นได้เกิดเหตุคาร์บอมบ์ครั้งใหญ่ที่โรงแรมลีการ์เด้นส์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และที่ อ.เมือง จ.ยะลา ในวันที่ 31 มี.ค.2555 มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ไม่มีหลักฐานใดๆ ชี้ชัดว่าเหตุคาร์บอมบ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับข่าวการพูดคุยของอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยกับแกนนำขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน เพียงแต่มีบทวิเคราะห์หลายชิ้นระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ปฏิบัติการอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน ไม่พอใจการเปิดเวทีพูดคุยดังกล่าว จึงก่อเหตุรุนแรงครั้งใหญ่เพื่อส่งสัญญาณ ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยดังกล่าวเกิดขึ้น และ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

แหล่งข่าวที่คลุกคลีอยู่กับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้รายหนึ่ง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายฮัสซัน ตอยิบ เคยติดต่อประสานงานกับทีมงานของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตั้งแต่สมัยที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ช่วงก่อนการรัฐประหารปี 2549 ขณะที่ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ มีข่าวว่าได้พยายามทาบทาม พล.อ.ชวลิต ให้กลับมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง หรือที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงหลายครั้ง แต่ พล.อ.ชวลิต ปฏิเสธ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟูการพัฒนาตามวิถีวัฒธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ วุฒิสภา เมื่อวันพุธที่ 27 ก.พ. ได้มีการเชิญ นาย Yasri Khan จากสวีเดน ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าเป็นลูกของคนปัตตานีที่ต้องลี้ภัยไปอยู่สวีเดน เข้าชี้แจง โดยการประสานงานของทีมงานสถาบันพระปกเกล้า

แหล่งข่าวที่เข้าร่วมประชุมให้ข้อมูลว่า นาย Yasri Khan ระบุว่ารัฐบาลไทยต้องเร่งจัดการพูดคุยกับกลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐ ก่อนที่ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะถูกหยิบยกไปเป็นประเด็นนานาชาติ เพราะทั้งสวีเดน สหภาพยุโรป (อียู) และองค์กรความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ล้วนต้องการยื่นมือเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (24-25 ก.พ.) รายการข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่งได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ นายกัสตูรี มาห์โกตา ที่อ้างตัวว่าเป็นประธานองค์กรพูโล โดยนายกัสตูรีบอกว่าเขาและพูโลพร้อมเจรจากับรัฐไทย และแม้เขาจะมีเป้าหมายคือเอกราชรัฐปัตตานี แต่ก็พร้อมรับฟังข้อเสนออื่นๆ ของไทย

ทั้งนี้ การเผยแพร่บทสัมภาษณ์ดังกล่าวผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทย ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากหลายฝ่าย ทั้งบุคลากรของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายต่างประเทศ นักวิชาการ รวมถึงในสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า สำนักสารสนเทศและประชาสัมพันธ์ ศอ.บต. ได้นำคลิปวีดีโอบทสัมภาษณ์นายกัสตูรี ไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ด้วย

แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญปัญหาชายแดนใต้และเกาะติดสถานการณ์มายาวนาน กล่าวว่า บรรยากาศตอนนี้ดูเหมือนกลุ่มขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนหรือกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐหลายกลุ่มจับทางรัฐบาลได้ว่าต้องการเปิดการพูดคุยเจรจา จึงเสนอตัวและมีความเคลื่อนไหวหลายด้านพร้อมกัน แต่เรื่องนี้อยากให้รัฐบาลระมัดระวัง เพราะกลุ่มที่เสนอตัวพูดคุยส่วนใหญ๋ไม่ได้มีส่วนหรืออิทธิพลใดๆ เหนือกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ปัจจุบัน หากมีการส่งสัญญาณผิด อาจทำให้เกิดการสร้างสถานการณ์รุนแรงขึ้นอีก และคนที่เดือดร้อนย่อมหนีไม่พ้นประชาชน

www.isranews.

กำลัง EOD 2 ชุด กระจายตรวจสอบพื้นที่ป่วนเมืองปัตตานี 6 อำเภอ 29 จุด

24 กุมภาพันธ์ 2556 14:38 น.

ปัตตานี - เจ้าหน้าที่ชุด EOD พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี แบ่งกำลังเป็น 2 ทีม นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุป่วนเมือง ทั้ง 6 อำเภอ 29 จุด เมื่อคืนที่ผ่านมา

วันนี้ (24 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิด และวางเผลิงเผาสถานที่ราชการ โรงเรียน บ้านเรือนราษฎรไทยพุทธ เสาสัญญาณโทรศัพท์ สำนักงานที่ทำการ อบต. ยิงหม้อแปลงไฟฟ้า ตลอดจนวางเพลิงเผายางรถกลางถนนทางหลวงหลายสายของจังหวัดปัตตานี สร้างความตกใจแตกตื่น และหวาดกลัวให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากบางตำบลเกิดเหตุไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้านตลอดทั้งคืน

เนื่องจากเหตุเกิดกระจายพื้นที่ไปถึง 6 อำเภอ จำนวน 29 จุด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยบริเวณจุดเกิดเหตุ และตรวจเก็บพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสามารถเอาผิดกับผู้กระทำ หรือก่อเหตุในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมืองต่อไป เจ้าหน้าที่ต้องแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำหลายวัตถุระเบิด (EOD) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดปัตตานี แบ่งเป็น 2 ชุด เพื่อนำกำลังเข้าไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

จุดแรก พ.ต.ท.ประธมพงษ์ ธรรมเสก รอง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พ.ต.ท.มานิต ปานทอง สารวัตรพิสูจน์หลักฐานปัตตานีได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเผาล้อยางรถยนต์กลางถนนสาย 42 ปัตตานี-ยะลา บริเวณเขตเทศบาลตำบลบางปู จากนั้นเข้าไปตรวจสอบบริเวณหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด หลังจากถูกคนร้าย จำนวน 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเข้ามายิงหม้อแปลงไฟฟ้า จำนวน 4 นัด จนทำให้หม้อแปลงระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไฟฟ้าดับทั้งตำบลตลอดทั้งคืน ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงครามขนาด 5.56 มม. จำนวน 4 ปลอก ตกบริเวณที่เกิดเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นกระสูนที่ยิงมาจากอาวุธปืน Ak102 ซึ่งเป็นปืนของราชการหน่วยปกครอง จึงคาดว่าเป็นอาวุธปืนที่คนร้ายได้ฆาตกรรม อส.ในพื้นที่มาเมื่อปีที่แล้วทำให้อาสาสมัครเสียชีวิตไป 3 นาย และคนร้ายได้ปล้นปืน AK และปืนพกสั้นไปจำนวนหนึ่ง

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบที่สำนักงานที่ทำการ อบต.ตันหยงดาลอ บ้านตันมือซู ม.3 ต.ตันหยงดาลอ ริมถนนทางหลวงสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส จากการตรวจสอบพบว่า เพลิงได้ลุกไหม้ภายในอาคารได้รับความเสียหายบริเวณหน้าห้องสำนักปลัด บริเวณหน้าห้องสำนักงานการคลัง และบริเวณห้องโถงได้รับความเสียหายไปบางส่วน นอกจากนั้น ยังมีเอกสารหลักฐานของสำนักงานที่เป็นเอกสารเก่าที่ถูกเก็บไว้ภายในตู้ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ความร้อนของเพลิงไฟไหม้ในครั้งนี้ทำให้กระจกของสำนักงานระเบิดแตกกระจ่ายจากความร้อนเกือบทุกบาน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่โรงเก็บรถดับเพลิงภายในบริเวณที่ทำการ อบต.ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลัง หลังจากที่มีคนร้ายพยายามลอบวางเพลิงเผารถดับเพลิง แต่โชคดีที่คนร้ายเผาไม่สำเร็จ จึงทำให้รถดับเพลิงได้รับความเสียหายไปบางส่วน โดยเฉพาะบริเวณกระจกประตูด้านคนนั่งแตกละเอียด จำนวน 1 บาน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนของด้ามค้อนหักตกบริเวณโรงเก็บรถ และค้อนตกอยู่ภายในรถ จึงเก็บไว้ตรวจสอบดีเอ็นเออีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่พบมีรอยเลือดติดกับปานประตูที่ถูกทุบกระจก และบริเวณแกลลอนที่คนร้ายบรรจุน้ำมันเบนซินไว้เตรียมวางเพลิงเผา เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บเลือดดังกล่าวไว้ตรวจสอบดีเอ็นเอหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุวางเพลิงในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายบ้านเมืองอีกต่อไป

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบการลอบวางเพลิงเสารับสัญญาณโทรศัพท์มือถือระบบดีแทค บริเวณ ม.2 บ้านปาเระ ต.บาราโหม อ.เมือง ได้รับความเสียหายในส่วนของตู้แผงวงจร และสายที่ขึ้นไปบนยอดเสาเสียหายทั้งเส้น จากการตรวจสอบพบชิ้นส่วนของเศษยางในรถยนต์ และกระป๋องสเปรย์ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากพยานในที่เกิดเหตุพบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีวัยรุ่น 2 คน สวมหมวกกันน็อกนุ่งผ้าโสร่งถือวัตถุบางอย่างในถุงหิ้ว แต่พยานคาดไม่ถึงว่าเป็นคนร้ายที่จะมาวางเพลิง จึงไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อให้เข้ามาตรวจสอบ จนกระทั่งเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง

www.manager.

“ปลัด” กับ 6 อส.รอดหวุดหวิด! จากเหตุบึ้มเมืองปัตตานี 2 ลูก ป่วน 5 อำเภอกว่า 20 จุด

23 กุมภาพันธ์ 2556 23:26 น.

ปัตตานี - ประมวลความคืบหน้าเหตุกลุ่มโจรใต้ลอบวางระเบิดเมืองปัตตานี 2 จุด ตามด้วยวางเพลิงโรงเรียนกับที่ทำการ อบต. รวมถึงก่อเหตุเผายางรถยนต์และเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์อีกกว่า 20 จุดใน 5 อำเภอ ตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมา เผย “ปลัดอำเภอ” และ 6 อส.รอดตายหวุดหวิดจากรถกระบะหุ้มเกราะ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า โดยการประมวลสถานการณ์ความไม่สงบจาก จ.ปัตตานีว่า จุดแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.30 น. วันนี้ (23 ก.พ.) พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันทร์ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดบริเวณปากซอยนาเกลือซอย 2 ต.อาเนาะรู จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบถังขยะที่ตั่งอยู่บริเวณปากซอยจำนวน 5 ใบล้มระเนระนาด เจ้าหน้าที่จึงกันเชือกไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป พร้อมทั้งเข้าตรวจสอบพบชิ้นส่วนและวงจรประกอบระเบิด จากการตรวจสอบพบระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัมชนิดตั่งเวลา แต่ไม่มีสะเก็ดระเบิด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

จากกาสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีพลเมืองดีแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า พบกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยนำถุงดำมาทิ้งไว้ในถังขยะ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหมอบลงกับพื้น โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

จุดที่ 2 เกิดเหตุเมื่อเวลา 20.50 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีเหตุระเบิดบริเวณจุดยูเทิร์น บนถนนสาย 42 บริเวณตรงข้ามบริษัท หาดทิพย์ จำกัด บ้านแบรอจะรัง ต.ตะลุโบ๊ะ อ.เมือง จ.ปัตตานี จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ อส.และปลัดอำเภอได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดจำนวน 7 ราย ประกอบด้วย

1. อส.ท.ปาริ มามะ

2. อส.ท.วีรยุทธ แวดือราแม

3. อส.ทเฉลิมพร ประยูรพันธ์

4. อส.ต.วันอับดุลกอฟฟา อุสมานบาฮา

5. อส.อนุภาพ แซ่กวน

6. อส.อับดุลรอกิฟ ดือเระ และ

7. นายเอกสิทธิ์ สองเมือง ปลัดอำเภอทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมือง

โดย 6 รายแรกเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองปัตตานี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เนื่องจากมีอาการแน่นหน้าอกและหูอือ ส่วนรายหลังสุดก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเช่นกัน ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบเศษเหล็ก และสเก็ดระเบิดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่นายเอกสิทธิ์ได้นำเจ้าหน้า อส.ดังกล่าวนั่งรถยนต์กระบะหุ้มเกราะออกจากกองรอยอาสารักษาดินแดน เพื่อเดินทางเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบเผายางรถยนต์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดฉนวนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก 5 กิโลกรัม จุดฉนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ทำให้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

นอกจากนี้ คนร้ายยังได้กระจายกำลังเข้าก่อเหตุในหลายพื้นที่รอบนอกอีกหลายอำเภอของ จ.ปัตตานี โดยเฉพาะที่ถนนสาย 418 ปัตตานี-ยะลา ถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส และถนนสาย 41 ปัตตานี-ยะลา รวม 3 อำเภอคือ อ.เมือง อ.หนองจิก และ อ.ยะรัง โดยคนร้ายได้เผายางรถยนต์กว่า 20 จุด อีกทั้งคนร้ายได้ก่อเหตุวางเพลิง อบต.ตันหยงดาลอ และเผาโรงเรียนบ้านท่าด่าน ต.ตะโล๊ะกาโป ในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง ได้รับความเสียหาย ส่วนที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี คนร้ายได้ลอบเผายางรถยนต์จำนวน 6 จุด และยิงแล้วเผาหม้อแลงไฟฟ้าอีก 1 จุด

สำหรับสาเหตุของการก่อความไม่สงบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายต้องการจะตอบโต้หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาสามารถจับกุมแนวร่วมในพื้นที่ โดยเฉพาะชุดประกอบระเบิดได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนความเสียหายทางเจ้าหน้าทีจะเข้าตรวจสอบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากช่วงกลางคือเกรงจะไม่ปลอดภัย

www.manager.

ด่วน! โจรใต้ยิงเอ็ม 79 ถล่มโรงพักกะพ้อ ตำรวจเจ็บ 6

22 กุมภาพันธ์ 2556 19:23 น.

ปัตตานี - โจรใต้ยังเหิม!! ซุ่มยิงเอ็ม 79 ถล่มโรงพักกะพ้อที่ จ.ปัตตานี 3 ลูก ขณะตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่ และออกกำลังกาย ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 6 นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปัตตานี ว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันนี้ (22 ก.พ.) ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และอีกส่วนหนึ่งกำลังออกกำลังกายอยู่บริเวณลานหน้าโรงพัก ปรากฏว่า มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 ถล่มเข้าใส่ จำนวน 3 ลูก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บทันที 6 นาย

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.กะพ้อ นำกำลังเข้าตรวจสอบพบว่า ลูกปืน เอ็ม 79 ที่กลุ่มคนร้ายยิงไปตกลงบริเวณหน้าโรงพัก 2 ลูก และด้านข้าง 1 ลูก สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 6 นาย ประกอบด้วย

1. ร.ต.ท.ทศพร ประกอบบน รอง สวป.กะพ้อ

2. ส.ต.ท.ประดลศักดิ์ ยีมะ

3. ส.ต.ท.วิทยา กล้าประจันทร์

4. ส.ต.ท.อัครพงศ์ แสนปุตะวงศ์

5. ส.ต.ท.เกรียงไกร ทองแถว และ

6. ส.ต.ท.ธโน ชิดวงศ์

เบื้องต้นมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 6 นายดังกล่าว มี 3 นายได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานีแล้ว ส่วนอีก 3 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

www.manager.

ปัตตานีบึ้มอีก! วางระเบิด 2 จุดใน 2 อำเภอ ทหารชุด รปภ.ครู เจ็บ 2

22 กุมภาพันธ์ 2556 10:37 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุด ใน 2 อำเภอ จุดแรกหน้าสถานีอนามัย อ.กะพ้อ จุดที่ 2 บริเวณโรงเรียนบ้านเกาะตา อ.โคกโพธิ์ เป็นเหตุให้ทหารชุด รปภ. ครูได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

เมื่อเวลา 07.40 น.วันนี้ (22 ก.พ.) พ.ต.อ.อดุลย์ ปีแนบาโง ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นหน้าสถานีอนามัยตะโละดือรามัน ม.4 ต.ตะโละดือรามัน จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบว่าเหตุระเบิดดังกล่าวไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบพบว่า คนร้ายนำระเบิดมาซุกไว้ริมถนน พบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ สอบสวนทราบว่า ขณะที่ทหารชุด รปภ.ครู ฉก.ปัตตานี 25 จำนวน 6 นายกำลังเดินตรวจเส้นทางก่อนที่คณะครูจะผ่าน ปรากฏว่า คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง แต่โชคดีที่ทหารเดินตามยุทธวิธีจึงปลอดภัย

ขณะที่เหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.53 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.2514 ฉก.ปัตตานี 24 กำลังดูแลความปลอดภัยครูอยู่บริเวณโรงเรียนบ้านเกาะตา ริมถนนสาย 419 ม.3 ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ ปรากฏว่า คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง จนเกิดเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บสาหัสทันที 2 นาย เจ้าหน้าที่รีบนำส่ง โรงพยาบาลโคกโพธิ์ ทราบชื่อ พลฯ บรรหาร ลักนาควร อายุ 22 ปี และ พลฯ ภัทรพรรค แก้วชู อายุ 22 ปี ทั้งสองถูกแรงระเบิด และสะเก็ดระเบิดเข้าลำตัวหลายแห่ง

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.ท.จำลอง สุวรรณลักษณ์ สารวัตรใหญ่ สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ นำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบ พบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ที่อาคารอเนกประสงค์ ตั้งอยู่ภายในโรงเรียน แรงระเบิดทำให้เสาของอาคารซึ่งเป็นครึ่งปูนครึ่งไม้ขาดทำให้ตัวอาคารทรุดพังลงมาได้รับความเสียหาย และพบหลุมระเบิดกว้าง 30 ซม. และชิ้นส่วนระเบิดชนิดเคโมกระจายไปทั่วบริเวณ

สอบสวนทราบว่า ขณะที่ทั้ง 2 นาย พร้อมพวกรวม 7 นาย กระจายกำลังยืนดูแลความปลอดภัยครู และนักเรียน ปรากกฎว่า คนร้ายได้กดระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น โชคดีที่ช่วงเกิดเหตุนักเรียนและครูเพิ่งทยอยมาโรงเรียน แต่ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บทันที 2 นาย

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้วิทยุด่วนที่สุดถึงตำรวจทั้ง 12 อำเภอให้เพิ่มความระมัดระวังพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ราชการ ย่านชุมชน พร้อมกำชับให้ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทันที เพื่อกดดันปิดช่องว่างไม่ให้กลุ่มก่อความไม่สงบมีโอกาสออกมาก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์

www.manager.

โจรใต้ลอบบึ้ม!! อส.ยะลาเจ็บ 2 ขณะ รปภ.ครู

20 กุมภาพันธ์ 2556 09:44 น.

ยะลา - คนร้ายลอบวางระเบิด อส.เมืองยะลา ชุด รปภ.ครู ริมถนนบ้านยุโป อ.เมืองยะลา ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อเป็นฝีมือของกลุ่ม “นายรอกิ ดอเลาะ” เคลื่อนไหวในพื้นที่บ้านทุ่งยามู และบ้านยุโป

เมื่อเวลา 07.25 น. วันนี้ (20 ก.พ.) ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ อส.เมืองยะลา ที่บนถนนในหมู่บ้านบริเวณรอยต่อ ม.1 และ ม.6 บ้านบ่อเจ็ดลูก ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา จึงได้แจ้ง ร.ต.อ.รุสดี กะโด ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อส. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตดุระเบิดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุทราบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ อส.สุเทพ จันทร์วรรณโณ อายุ 30 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะ และ อส.ภิญโญ คงทน อายุ 39 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่ลำตัว เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาแล้ว ส่วนในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบที่เกิดเหตุระเบิดอยู่บริเวณริมถนนเส้นทางบ่อเจ็ดลูก-ยุโป ซึ่งเป็นกองอิฐ และกองทราย โดยเศษอิฐกระเด็นทั่วถนนจากแรงระเบิด นอกจากนี้ ยังพบสายไฟซึ่งคนร้ายลากเข้าไปในป่าริมทาง เศษวิทยุสื่อสาร เศษสะเก็ดระเบิดตกกระจายอยู่ทั่วบริเวณ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนฝั่งตรงข้ามพบรถจักรยายนต์ของเจ้าหน้าที่ อส.ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ อส.เมืองยะลา นำกำลัง จำนวน 8 นาย โดยใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 4 คัน เป็นพาหนะเพื่อจะเดินทางไป รปภ.ครูในช่วงเช้า เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้นำวัตถุระเบิดน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 3 กก. มาวางไว้ที่ริมกองอิฐ เมื่อเจ้าหน้าที่ อส.เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายจึงได้กดชนวนระเบิดขึ้นทันที แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ อส. ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ส่วนกลุ่มก่อเหตุในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นกลุ่มของนายรอกิ ดอเลาะ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่บ้านทุ่งยามู และบ้านยุโป ลงมือ หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคล ยานพาหนะ บุคคลต้องสงสัยที่จะเข้ามาในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา เนื่องจากคนร้ายยังคงก่อเหตุในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

www.manager.

ป่วนยะลา! ปาบึ้มใส่ทหารออกกำลังกายที่ฐานปฏิบัติการวัดหลัก 5 ยะลา เจ็บ 8

19 กุมภาพันธ์ 2556 21:35 น.

ยะลา - คนร้ายไม่ทราบจำนวน ขว้างระเบิดใส่กลุ่มทหารที่ออกกำลังกายอยู่ในฐานปฏิบัติการ ตั้งอยู่ภายในวัดหลัก 5 อ.เมืองยะลา ทำให้ทหารเจ็บ 8 นาย ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพชายต้องสงสัยไว้ได้

เมื่อเวลาประมาณ 18.05 น.วันนี้ (19 ก.พ.) เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนปาระเบิดใส่กลุ่มทหาร ร้อย ร.5032 หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ภายในวัดหลัก 5 อ.เมือง จ.ยะลา ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารกำลังอออกกำลังกาย เบื้องต้นแรงระเบิดทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บหลายราย

หลังทราบเหตุ พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อมด้วย พ.ท.ชลัช ศรีวิเชียร ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 11 ยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งสั่งปิดเส้นทางการจราจร ตั้งแต่แยกมลายูบางกอก ไปจนถึงแยกปารามีแต ซึ่งผ่านจุดที่เกิดเหตุหน้าวัดหลัก 5 โดยเมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรอยเลือดบนพื้นซีเมนต์ และพบหลุมระเบิด ส่วนผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวนหลายนาย เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาเป็นการด่วนแล้ว

ทราบชื่อเบื้องต้น รายชื่อผู้บาดเจ็บ 1.ส.อ.พงษ์ศักดิ์ บุญเกิด อายุ 30 ปี 2.พลฯ ขจรศักดิ์ นพคุณ อายุ 27 ปี 3.จ.ส.อ.มนัส กมัดอู อายุ 38 ปี 4.พลฯ มูฮัมหมัดซากี ดอล๊ะ อายุ 23 ปี 5.พลฯ ดอเลาะ หลีหมาด อายุ 23 ปี 6.ส.อ.พิฑูรย์ สุระสอน อายุ 22 ปี 7.พลฯ ภาณุพงษ์ ดำทวม อายุ 22 ปี 8.พลฯ สันติ จันทรมโน อายุ 22 ปี ทั้งหมดเป็นทหาร ประจำ ร้อย ร.5032 หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11

จากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ภายในวัดหลัก 5 ได้เล่นกีฬา และออกกำลังกาย ช่วงเย็นกันอยู่ จากนั้นก็มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่าน ก่อนที่คนร้ายจะโยนระเบิดสังหาร ข้ามกำแพงวัดเข้ามาตกกลางสนาม ทำให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองยะลา ได้วิทยุประสานกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจรอบเขตเทศบาลนครยะลา ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา รถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงบุคคล ต้องสงสัย ที่อาจจะลักลอบเข้ามาก่อเหตุร้ายในพื้นที่

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าฐานปฏิบัติการ กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมของ ชายต้องสงสัยที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่าน ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุปาระเบิดเข้าไปในฐาน ขณะเจ้าหน้าที่ทหารกำลังออกกำลังกายกันอยู่ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

www.manager.

หิ้วถุงใส่บึ้ม! สังหาร อส.ตาย 2 สาหัส 1 ชาวบ้านเจ็บ 9 วงเวียนหอนาฬิกาปัตตานี

17 กุมภาพันธ์ 2556 14:21 น.

ปัตตานี - คนร้ายหิ้วถุงผ้าวางไว้ตรงจุด อส.ปฏิบัติหน้าที่บริเวณใกล้วงเวียนหอนาฬิกา กลางเมืองปัตตานี ก่อนกดชนวนระเบิด อส.ดับทันที 1 นาย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 1 นาย สาหัส 1 และชาวบ้านเจ็บอีก 9 ราย คาดเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อวินาศกรรมป่วนเมืองเมื่อคืนที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 11.55 น. วันนี้ (17 ก.พ.) พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบริเวณหอนาฬิกาในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ข้างร้านเสื้อผ้าตรงข้ามร้านบิ๊กเบน คอฟฟี่ แอนเรสเตอรองต์ ถ.หนองจิก ต.สะบารัง จึงรายงานให้ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.นำกำลัง และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี และพบมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ทราบชื่อ อส.วิโรจน์ จันทร์ศรี อายุ 40 ปี ถูกระเบิดเข้าที่บริเวณใบหน้าจนบางส่วนขาดกระเด็นไปไกล

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อ อส.สุกรี ดือเระ ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลำตัวอาการสาหัส แพทย์ต้องช่วยปั๊มหัวใจเป็นการด่วน แต่เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา และ อส.อิทธิพล อาแซ อายุ 33 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณใบหน้า และลำตัว บาดเจ็บสาหัส แพทย์ต้องทำการผ่าตัดโดยด่วน และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอีก 9 ราย ทราบชื่อ

1.น.ส.โซฟียะ เปาะจิ 2.นายคธาศักดิ์ สินสนอง 3.นางดารุณี เสถียรมงคล 4.นายสุกิจ ยูโซะ 5.นายอิมรอเฮง เตาะซาตู 6.นางกิ่งกาญจน์ มหาวรรณ 7.นายวสันต์ จันทร์บุญธรรม 8.นายสมศักดิ์ แก้วมณี 9.ด.ช.อำนาจ แซ่หว่าง ทั้งหมดถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่แขน ขา และลำตัวอาการปลอดภัยแล้ว

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า แรงระเบิดทำให้อาคารบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายหลายหลัง ชิ้นส่วนกระจกแตกกระจายไปทั่วบริเวณ รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ที่จอดไว้ถูกแรงอัดระเบิดได้รับความเสียหาย 5 คัน แรงระเบิดยังทำให้ถนนคอนกรีตเป็นหลุมกว้าง 30 ซม. พบถังเคมีดับเพลิงสีเหลืองขนาดเล็ก ภายในยังมีปุ๋ยยูเรีย และมีชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ อส.อำเภอเมืองปัตตานี จำนวน 3 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณวงเวียนหอนาฬิกาตามปกติทุกวัน ปรากฏว่า คนร้ายได้กดชนวนระเบิดทันที จนเสียงดังสนั่นทำให้ อส.เสียชีวิตทันที 1 นาย ชาวประชาชนที่สัญจรไปมา และนั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้านถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บไปตามๆ กัน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบภาพจากวงจรปิด ปรากฏว่า พบคนร้ายเดินถือถุงผ้ามาวางไว้ที่จุดเกิดเหตุตรงที่ อส.อยู่ จากนั้นรีบเดินหนีไปโดยที่ไม่มีใครเอะใจ กระทั่ง อส.ทั้ง 3 นายเดินทางมาถึงคนร้ายก็กดชนวนระเบิดทันที

ด้าน พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ระบุว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่ก่อเหตุสร้างสถานการณ์เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งตนได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มตลอดเวลา ทั่งๆ ที่มีข่าวออกมาตลอดเวลา แต่เราก็ป้องกันอย่างเข้มงวด กลุ่มที่ก่อเหตุน่าจะมีการวางแผน และใช้ชุดที่รู้จักเส้นทางหลบหลีกเจ้าหน้าที่หลังก่อเหตุ จึงสามารถหนีออกจากพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนจะเร่งรัดสืบสวนสอบสวนติดตามไล่ล่าคนร้ายกลุ่มนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

www.manager.

ป่วน9จุดเมืองปัตตานี-เผากล้องซีซีทีวียะรัง รวบ 3 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวโจมตีฐานทหาร

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 เวลา 12:38 น.

ปัตตานีป่วนหนัก คนร้ายตระเวนวางระเบิดและวัตถุต้องสงสัยทั่วเมืองปัตตานี ส่วนใหญ่เป็นระเบิดเพลิงแบบตั้งเวลา โชคดีเจ้าหน้าที่กู้ทันเกือบทั้งหมด รวมทั้งระเบิดถังแก๊ส 50 กิโลกรัมที่ปลดชนวนได้หวุดหวิด เผากล้องวงจรปิดซ้ำที่ยะรัง ฝ่ายความมั่นคงตามรวบ 3 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวโจมตีฐานทหารที่บาเจาะ

สถานการณ์ใน จ.ปัตตานี ตั้งแต่เย็นวันเสาร์ที่ 16 ก.พ.ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 17 ก.พ.2556 มีเหตุป่วนเกิดขึ้นหลายจุด โดยฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าเป็นความพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อตอบโต้เหตุผู้ก่อความไม่สงบถูกวิสามัญฆาตกรรม 16 รายจากการบุกโจมตีฐานปฏิบัติการกองร้อยปืนเล็กที่ 2 ที่บ้านยือลอ ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันพุธที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี อ.เมืองปัตตานี คนร้ายได้ลอบวางระเบิดและวัตถุต้องสงสัยรวม 9 จุด ประกอบด้วย

จุดที่ 1 เวลา 16.40 น.คนร้ายวางวัตถุต้องสงสัยเป็นกล่องกระดาษบริเวณหน้าร้านไพศาลซึ่งเป็นร้านขายของชำ เลขที่ 23 ซอยตลาดโต้รุ่ง ถนนพิพิธ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบเป็นระเบิดเพลิงต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จุดชนวนด้วยนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลตั้งเวลา โดยตั้งเวลาไว้ที่ 23.58 น. เจ้าหน้าที่จึงเก็บกู้ไว้ได้สำเร็จ

จุดที่ 2 เวลา 17.00 น.คนร้ายวางวัตถุต้องสงสัยไว้บริเวณหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี ถนนหนองจิก ต.สะบารัง เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบเป็นกล่องกระดาษเปล่า

จุดที่ 3 เวลา 19.10 น.เกิดระเบิดบริเวณหน้าร้านบัวขาว ซอยเอสโซ่ ถนนรามโกมุท ต.อาเนาะรู โดยคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน มีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ นำกล่องกระดาษต้องสงสัยมาวางไว้และเกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้ นายปอล ชุมพล อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ถนนรามโกมุท ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

จุดที่ 4 ห่างจากจุดที่ 3 ประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิดตรวจพบระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และมีแกลลอนน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 8 แกลลอนพ่วงไว้ด้วย โดยคนร้ายนำไปวางไว้บนรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง จอดทิ้งไว้ในซอยเอสโซ่ เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย

จุดที่ 5 เวลา 21.00 น.คนร้ายวางวัตถุต้องสงสัยเป็นกล่องกระดาษเอาไว้บริเวณหน้าวัดตานีนรสโมสร ต.อาเนาะรู เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบเป็นระเบิดเพลิงต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จุดชนวนด้วยนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลตั้งเวลา เจ้าหน้าที่จึงเก็บกู้เอาไว้ได้สำเร็จ

จุดที่ 6 เวลา 22.00 น.คนร้ายวางวัตถุต้องสงสัยเป็นกล่องกระดาษบริเวณร้านรุ่งเรืองการค้า ถนนฤดี เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบเป็นระเบิดเพลิงต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จุดชนวนด้วยนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลตั้งเวลาเช่นเดียวกับจุดที่ 5 และจุดที่ 1 จึงเก็บกู้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย

จุดที่ 7 เวลา 23.58 น.เกิดระเบิดภายในร้านไดอาน่ามินิมาร์ท ถนนอุดมวิถี ต.อาเนาะรู ทำให้เกิดเพลิงไหม้ร้านค้าได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ คาดว่าคนร้ายนำระเบิดเพลิงแบบตั้งเวลาไว้ที่ 23.58 น.ไปวางไว้ในร้าน เมื่อถึงเวลาก็จุดระเบิดอัตโนมัติจนทำให้มีเสียงดังและเพลิงลุกไหม้

จุดที่ 8 เวลา 00.23 น.(วันอาทิตย์ที่ 17 ก.พ.) เกิดระเบิดภายในร้านเมืองไทย ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้าง ตั้งอยู่บริเวณแยกสุวลัย ต.อาเนาะรู แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้ แต่ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย เพราะเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ทัน คาดว่าคนร้ายใช้ระเบิดเพลิงแบบตั้งเวลาเหมือนจุดที่ 7

จุดที่ 9 เวลา 01.08 น.เกิดระเบิดภายในร้านขายเครื่องครัว ถนนสุวรรณมงคล ต.จะบังติกอ ทำให้เพลิงไหม้ร้าน แต่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย เนื่องจากเจ้าของร้านสามารถดับเพลิงได้ทัน คาดว่าคนร้ายใช้ระเบิดเพลิงแบบตั้งเวลาเช่นเดียวกัน

เผากล้องวงจรปิดซ้ำที่ยะรัง

เวลาประมาณ 04.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงเผาทำลายกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) และเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 3 จุดใน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ประกอบด้วย

จุดที่ 1 บริเวณหน้าโรงพยาบาลยะรัง หมู่ 2 ต.ปิตุมุดี อ.ยะรัง ทำให้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดได้รับความเสียหาย 2 ตัว

จุดที่ 2 บริเวณหน้ามัสยิดบาเซาเวาะเซ็ง หมู่ 2 ต.ปิตุมุดี อ.ยะรัง ทำให้กล้องได้รับความเสียหาย 2 ตัว

จุดที่ 3 บริเวณบ้านปอซัน หมู่ 5 ต.ปิตุมุดี อ.ยะรัง ทำให้เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้รับความเสียหาย 1 เสา

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเหตุป่วนทั้งหมดเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ กอ.รมน.ชี้ตอบโต้รัฐปม 16 ศพบาเจาะ

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สนง) ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เก็บตกจากเนชั่น” เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 17 ก.พ.ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงใน จ.ปัตตานี ว่า มีการวางระเบิดและวัตถุต้องสงสัยหลายจุดในเขต อ.เมือง แต่ที่สร้างความเสียหายมี 2 จุด ยืนยันว่าไม่ใช่ปฏิบัติการป่วนเมือง แต่เป็นความพยายามสร้างสถานการณ์ของผู้ก่อความไม่สงบที่โกรธแค้นจากเหตุการณ์ปะทะกันที่ฐานนาวิกโยธิน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

อย่างไรก็ดี ความพยายามของผู้ก่อความไม่สงบก็ไม่สามารถสร้างความรุนแรงได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ใช้แผนพิทักษ์เมืองปัตตานีเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ขอเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เฝ้าสังเกตกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มักแต่งกายคล้ายสุภาพสตรีแฝงตัวมาเพื่อก่อเหตุร้าย และหากพบวัตถุต้องสงสัยขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที

รวบ 3 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวโจมตีฐานนาวิกฯ

ส่วนความคืบหน้าทางคดี โดยเฉพาะการติดตามไล่ล่าผู้ร่วมก่อเหตุโจมตีฐานนาวิกโยธินแต่หลบหนีไปได้นั้น เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ก.พ.เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้สนธิกำลังกับทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 และหน่วยเฉพาะกิจยะลา 12 รับผิดชอบ อ.รามัน จ.ยะลา จำนวนกว่า 60 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัย 2 จุดใน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี และรอยต่อของ อ.รามัน จ.ยะลา หลังสืบทราบว่ามีผู้ต้องสงสัยคดีถล่มฐานทหารที่ อ.บาเจาะ เข้าไปหลบซ่อนตัว

จากการตรวจค้นในพื้นที่หมู่ 3 บ้านปูลาสะนอ ต.จะกว๊ะ อ.รามัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 3 ราย ได้แก่ นายอัสมิง เจ๊ะดิง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 หมู่ 3 ต.จะกว๊ะ นายมะนาพี รีเด็ง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/7 หมู่ 3 ต.จะกว๊ะ และ นายมะยะโกะ มะสีละ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 3 ต.จะกว๊ะ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่าก่อนวันเกิดเหตุบุกโจมตีฐานนาวิกโยธิน 1 วัน นายซอบือรี โดตาเยะ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ได้ไปพักอาศัยอยู่กับ 3 ผู้ต้องสงสัย และวันเกิดเหตุทั้ง 3 คนยังได้หายตัวออกไปจากหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวน และตรวจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

ส่วนคนร้ายที่ยังหลบหนี คาดว่ายังคงกบดานอยู่ในพื้นที่รอยต่อ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และ อ.ไม้แก่น อ.กะพ้อ กับ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังพบความเคลื่อนไหวของคนร้ายที่เตรียมก่อเหตุรุนแรงตอบโต้เจ้าหน้าที่ในช่วงนี้ด้วย

www.isranews.

ยึดรถเปื้อนเลือด-คุม3ผู้ต้องสงสัย ใบปลิวเกลื่อนพื้นที่ ศอ.บต.แจงปมเยียวยา

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2013 เวลา 07:55 น.

เปิดรายงาน กอ.รมน.ละเอียดยิบเหตุปะทะ-โจมตีฐานทหารแบบนาทีต่อนาที พร้อมแจกแจงรายชื่อผู้เสียชีวิต ประวัติคดี และยุทโธปกรณ์ที่ยึดได้ ทั้งปืนสงคราม ระเบิดปลากระป๋อง ตำรวจรือเสาะสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยเปื้อนเลือด คุมตัวคนในรถ 3 คนสอบเครียด ใบปลิวประกาศล้างแค้นเกลื่อนพื้นที่ ศอ.บต.แจงปมเยียวยาผู้เสียหายที่เป็นประชาชนและครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ไม่เกี่ยวกับการกระทำผิด

ส่วนปฏิบัติการและรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ศูนย์ปฏิบัติการร่วมทางยุทธวิธี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้สรุปเหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบบุกโจมตีฐานทหาร กองร้อยปืนเล็กที่ 2 บ้านยือลอ ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รวมทั้งรายชื่อผู้เสียชีวิต ประวัติการต้องคดี และยุทโธปกรณ์ตลอดจนยานพาหนะที่ยึดได้ “ทีมข่าวอิศรา” เห็นว่าเป็นประโยชน์ จึงนำรายละเอียดมาเสนอ ดังนี้

นาทีเกิดเหตุ

เวลา 01.50 น.วันพุธที่ 13 ก.พ.2556 ได้รับแจ้งจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ กองทัพเรือ ว่า จากการปฏิบัติงานด้านการข่าว และได้รับแจ้งจากราษฎรในพื้นที่ แจ้งข้อมูลให้ทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีเป้าหมายจะเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการ ร้อยปืนเล็กที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่บริเวณบ้านยือลอ หมู่ 3 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จึงได้วางแผน สั่งการ เตรียมการป้องกันและการตอบโต้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าว

เมื่อเวลา 01.10 น. คนร้ายประมาณ 50 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร (ชุดลายพราง, ชุดดำ) สวมเสื้อเกราะ มีผ้าพันคอสีขาว ขับรถยนต์กระบะจานวน 3 คัน และรถจักรยานยนต์จานวน 2 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามยิงโจมตีฐานปฏิบัติการ ร้อยปืนเล็กที่ 2

ขณะนั้นกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เวรยามได้ตรวจเจอกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงแจ้งให้ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 (ผบ.ฉก.นราธิวาส 32) และกำลังพลที่อยู่ภายในฐานปฏิบัติการฯ เตรียมพร้อมใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตอบโต้ และเมื่อกลุ่มคนร้ายได้ผ่านเข้ามาในเขตระยะการยิง ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 ได้สั่งการให้กำลังพลใช้อาวุธปืนประจำกายทำการยิงป้องกัน/ตอบโต้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เกิดการยิงปะทะกันประมาณ 10-15 นาที ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจะล่าถอยหลบหนีไป ฉก.นราธิวาส 32 ได้จัดกำลังพลไล่ติดตาม

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตบริเวณข้างฐานปฏิบัติการ ฯ จำนวน 14 คน ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย หลังก่อเหตุกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้ตัดต้นไม้ขวางถนน, วางวัตถุต้องสงสัย, โปรยตะปูเรือใบ เพื่อป้องการติดตามของเจ้าหน้าที่

จังหวะหลบหนี

เมื่อเวลา 02.00 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ โดยใช้เส้นทางถนนสาย 42 (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ปัตตานี-นราธิวาส) บ้านยะลูตง หมู่ 2 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ชุดสกัดกั้น ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตจานวน 2 คน ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย

เมื่อเวลา 05.20 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เป็นแนวร่วมได้ลอบวางเพลิงเผาโรงเรียนบ้านบือเระ หมู่ 1 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เพื่อเป็นการตอบโต้ และเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ โรงเรียนบ้านบือเระได้รับความเสียหายเล็กน้อย

เวลา 06.13 น.เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) สามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส จุดชนวนด้วยการลากสายช็อตด้วยไฟฟ้า ฝังไว้ใต้พื้นผิวถนนบริเวณหัวสะพานบ้านบือแนปีแย หมู่ 1 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย

เคลียร์พื้นที่

กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตจำนวน 16 คน ทราบชื่อดังนี้

1.นายมะรอโซ จันทรวดี อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ 7 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับ ผบ.มว. (ผู้บังคับหมวด) เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 18 หมาย, หมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำนวน 3 หมาย

2.นายมะไพดี ปูเตะ อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 5 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พฤติกรรมเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ที่ ฉฉ. 078/53 สภ.บาเจาะ

3.นายฮาเซ็ม บือราเฮง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/2 หมู่ 2 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับหัวหน้าชุดปฏิบัติการ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ที่ ฉฉ.250/2551 ลงวันที่ 30 เม.ย.2551 และหมายจับ ป.วิอาญา ที่ 374/2552 พื้นที่ สภ.บาเจาะ (คดีสั่งไม่ฟ้อง)

4.นายสะอุดี อาลี อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 4 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ที่ 862/2550 ลงวันที่ 21 พ.ย.2550

5.นายปรือกิห์ นิมิง อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 5 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา ที่ 293/2553 และหมายจับ พ.ร.ก.ที่ ฉฉ.077/2553

6.นายมะสักรี สะสะ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 4 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับรองหัวหน้าชุดปฏิบัติการ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ที่ ฉฉ. 263/2551 ลงวันที่ 30 เม.ย.2551

7.นายสะบือรี โดตะเซะ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146/6 หมู่ 2 ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา พฤติกรรมเป็นผู้ต้องสงสัยร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน เมื่อ 27 เม.ย.2552 มีหมายจับ พ.ร.ก.ที่ ฉฉ.071/2552 สภ.จะกว๊ะ

8.นายซอมือลี สาเระ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ / หมู่ 5 ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ/มือระเบิด เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ.8/48 ลงวันที่ 3 ม.ค.2548, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ.19/49 ลงวันที่ 14 ม.ค. 2549, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 292/2550, มีหมายจับ ป.วิอาญา ที่ 375/2550, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ.541/2549

9.นายอับดุลเลาะห์ โต๊ะมะ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 7 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา ที่ 378/2551 ลงวันที่ 2 พ.ค.2551, หมายจับ พ.ร.ก.ที่ ฉฉ.037/2551

10.นายมัชลาน มะลี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 8 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี พฤติกรรมเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา ที่ 539/2549, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 290/2550, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 374/2550, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 39/2553

11.นายมะตอเฮ แฉะ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17หมู่ 5 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับปฏิบัติการ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ที่ ฉฉ.212/2551, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 962/2551, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ.634/2552, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ.677/2552, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 729/2552

12.นายมะนัง บือราเฮง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/2 หมู่ 5 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ. 173/2551, มีหมายจับ ป.วิอาญา ที่ 963/2551, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ. 532/2552, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ. 1006/2551, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 28/2553, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 452/2552, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 458/2552, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 460/2552

13.นายอาสมาล เจะบา อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 2 ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พฤติกรรมเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ที่ ฉฉ.196/2550, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 424/2552, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ จ. 185/2554, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 451/2550, หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 30/2554

14.นายกาสมัน มะเด็ง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่ 2 ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

15.นายอัสรี ลอเซ็ง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 2 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

16.นายอาหะมะ โซะกุนิง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 5 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

ยึดปืน-บึ้มปลากระป๋อง

ตรวจยึดสิ่งของอาวุธยุทโธปกรณ์ได้ ดังนี้

1.ระเบิดขว้างแบบมาตรฐาน 3 ลูก

2.ระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในกระป๋องปลากระป๋อง 3 ลูก

3.อาวุธปืนยาว 13 กระบอก แยกเป็น อาวุธปืน M-4 จำนวน 5 กระบอก อาวุธปืน M-16 จำนวน 4 กระบอก อาวุธปืน AK-47 (อาก้า) จำนวน 2 กระบอก อาวุธปืน AK-102 จำนวน 2 กระบอก

4.อาวุธปืนพกจำนวน 3 กระบอก แยกเป็น อาวุธปืนพกขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนพกขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก

5.รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ติดป้ายทะเบียนด้านหน้าหมายเลขทะเบียน บว 1156 สงขลา และติดป้ายทะเบียนด้านหลังหมายเลขทะเบียน บค 7968 ยะลา (ป้ายปลอม) จากการตรวจสอบเป็นรถที่ถูกปล้นมาจากพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2555

6.รถจักรยานยนต์ 2 คัน

7.เลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง

ปิคอัพเปื้อนเลือด-ใบปลิวเกลื่อน

ความคืบหน้าของเหตุการณ์ เมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ 13 ก.พ.2556 พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผู้กำกับการ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้สกัดจับรถกระบะต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไทเกอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บฉ 599 ปัตตานี ที่กำลังขับผ่านด่านตรวจในเขตเทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ โดยมีชายฉกรรจ์ 3 คนนั่งอยู่ในรถ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บริเวณประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับมีคราบเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวบุคคลทั้งสามไปสอบปากคำในเบื้องต้น และ พบว่า 1 ใน 3 คือพี่ชายของผู้ก่อความไม่สงบที่เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 รายให้การว่า ไม่ทราบว่าคราบเลือดดังกล่าวมาจากไหน แต่ทั้งหมดขับรถยนต์มาจาก อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เพื่อไปทำธุระที่ อ.รือเสาะ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บุกยิงถล่มฐานทหารที่ อ.บาเจาะ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวบุคคลทั้งสามไปสอบปากคำขยายผลที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ค่ายวังพญา อ.รามัน จ.ยะลา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุโจมตีฐานทหาร ได้มีการโปรยใบปลิวในหลายพื้นที่เป็นกระดาษเอสี่ สีขาว พิมพ์ข้อความเป็นภาษาไทยด้วยคอมพิวเตอร์ เนื้อหาระบุทำนองว่าจะโจมตีสังหารเป้าหมายอ่อนแอที่เป็นชาวไทยพุทธเพื่อแก้แค้นให้กับสิ่งที่สูญเสียไป อย่างไรก็ดี ไม่มีความชัดเจนว่าใบปลิวดังกล่าวเชื่อมโยงกับเหตุการณ์โจมตีฐานทหารหรือไม่ เพราะเนื้อหาไม่ได้ระบุชัดถึงเหตุการณ์ความสูญเสียของผู้ก่อความไม่สงบและแนวร่วมจำนวน 16 ราย

รัฐเสียใจ-เตรียมเยียวยา

ด้านความเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมือง ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาว วันพุธที่ 13 ก.พ.2556 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์โจมตีฐานทหารและวิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวน 16 รายว่า จากการติดตามถือว่างานด้านข่าวกรองทำงานเร็วขึ้น และได้สั่งการให้ลงไปดูรายละเอียดในพื้นที่ด้วย โดย นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงไปในพื้นที่แล้ว เธอจะรอรับรายงานอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะมีการตอบโต้รุนแรงกลับมาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็คงต้องไม่อยู่ในการประมาทและต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน คงต้องพูดคุยกันในพื้นที่และต้องทำความเข้าใจกันด้วย เพราะเรื่องความมั่นคงไม่อยากให้เป็นประเด็นมากเกินไป อาจจะเป็นการท้าทาย

ส่วนจะต้องมีการเยียวยากลุ่มผู้หลงผิดที่เสียชีวิตหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่สรุปเรื่องทั้งหมดขึ้นมาก่อน ซึ่งการเยียวยาต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ยืนยันว่าตรงไหนที่ช่วยเหลือได้ก็จะทำอยู่แล้ว ในส่วนของชาวบ้านที่ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ก็จะต้องดูแลคุ้มครอง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศปก.กปต.) กล่าวว่า ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้เลย (วิสามัญฆาตกรรม) และต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้ปฏิบัติการซึ่งไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย

“ผมได้สั่งการให้เลขาธิการ ศอ.บต.และผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสหาทางเยียวยาครอบครัวและบอกพี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศว่า รัฐบาลไม่ได้มองพวกท่านเป็นอื่นนอกจากเป็นคนไทยเหมือนกัน โดยเฉพาะครั้งนี้ผมเสียใจด้วย ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานที่ตั้ง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ศอ.บต.แจงเยียวยา 2 กลุ่ม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวถึงข่าวรัฐบาลเตรียมเยียวยาให้กับผู้ก่อความไม่สงบที่ก่อเหตุบุกโจมตีฐานทหาร ซึ่งมีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยว่า เท่าที่ได้หารือกับผู้ใหญ่ในรัฐบาล ไม่ใช่การเยียวยาให้กับผู้ก่อความไม่สงบ แต่มีแนวทางเข้าไปดูแลความเดือดร้อนใน 2 ส่วน คือ

1.ประชาชนที่มีบ้านอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ อาจจะมีกระสุนปืนไปถูกต้นยางพาราหรือบ้านเรือนได้รับความเสียหาย รัฐก็จะเข้าไปเยียวยาในส่วนนี้

และ 2.ครอบครัวของผู้เสียชีวิต หากมีความเดือดร้อน หรือได้รับผลกระทบ ก็จะเข้าไปช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม เนื่องจากครอบครัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

www.isranews.

กดบึ้ม! ระเบิด 50 กก.ฝังกลางถนน ทหารพรานเจ็บ 4 รถพังยับ รวบผู้ต้องสงสัย 1 คน สอบเครียด

10 กุมภาพันธ์ 2556 17:39 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุถังแก๊สหนัก 50 กก. ฝังไว้กลางถนน กดชนวนระเบิดหวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารที่ขับรถผ่านมา บนถนนบ้านบาโงกูโบ ต.บองอ อ.ระแงะ แรงระเบิดทำให้รถลอยขึ้นฟ้าตกลงมากระแทกพื้นหลายตลบ ส่งผลให้ทหาร 4 นายภายในรถได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุกระจายกำลังปิดล้อมรวบผู้ต้องสงสัยได้ทันควัน 1 คน สอบเครียด

วันนี้ (10 ก.พ.) เวลาประมาณ 14.00 น. พ.ต.ท.บุญมี ไทยอ่อน สว.เวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4513 กรมทหารพรานที่ 45 บนถนนในหมู่บ้านบาโงกูโบ ม.6 ต.บองอ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 4 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จิระเดช พระสว่าง ผกก.สภ.ระแงะ พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบหลุมระเบิดที่บริเวณกลางถนนลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร และมีสายไฟฟ้าสีเขียวลากยาวเข้าไปในป่ารกทึบริมทาง 80 เมตร พร้อมด้วยเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้ม หนัก 50 กก. ตกกระจายเกลื่อพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง ห่างจากหลุมระเบิด 70 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทาดำ ทะเบียน บจ 7898 นราธิวาส ซึ่งจอดอยู่กลางถนนในสภาพพังยับเยิน

เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ 1.ส.ท.วิศรุต หุนกระโทก หน.ชุด 2.อส.ทพ.สถาพร เชื่อมั่น 3.อส.ทพ.เอกพล ต้นพิษา และ 4.อส.ทพ.สาธิต พูลแก้ว ซึ่งเป็นพลขับ โดยทั้ง 4 นาย ถูกแรงอัดระเบิด และกระแทกอยู่ภายในห้องโดยสารจนเจ็บไปทั่วร่างกาย

จากการสอบสวน ส.ท.วิศรุต หน.ชุด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับคำสั่งให้นำทหารที่บาดเจ็บทั้ง 3 นาย เข้าฝึกอบรมหลักสูตรการรบพิเศษ ที่กองบังคับการกรมทหารพรานที่ 46 ซึ่งหลังจากออกจากฐานที่ตั้งอยู่ที่บ้านลาแป ไปได้ประมาณ 3 กม. ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนนจนเกิดระเบิดขึ้นในขณะรถยนต์ผ่าน ทำให้รถยนต์กระบะกระเด็นลอยขึ้นท้องฟ้า และตกลงมาพลิกกระแทกกับพื้นถนนประมาณ 3-4 รอบ จนทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

หลังเกิดเหตุ พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ได้จัดกำลังปิดล้อมป่ารกทึบในรัศมี 300 เมตร ในการติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้าย และสามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน คือ นายอัสมาดี เซ็ง เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้กฎอัยการศึกในการควบคุมตัวไปสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นพัวพันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร

www.manager.

ทหารสังเวย! อีก 5 ศพ ดักกดคาร์บอมบ์ก่อนจ่อยิงซ้ำ ฉกปืนหนีที่รามัน

10 กุมภาพันธ์ 2556 10:34 น.

ยะลา - คนร้ายดักกดชนวนระเบิดคาร์บอมบ์ทหาร ร้อย ร.15233 ขณะเดินทางไปรับคนงานฟาร์มตัวอย่าง อ.รามัน ก่อนเข้ามาจ่อยิง ทหารเสียชีวิต 5 นาย สาหัส 1 นาย ฉกปืนหนีไปอีก 5 กระบอก

เมื่อช่วงเช้า เวลาประมาณ 07.10 น.(10 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลาว่า ได้เกิดเหตุระเบิดบนถนนสายบ้านซาเมาะ-บ้านท่าธง บริเวณ บ.กูแบตาละ หมู่ 1 ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา เบื้องต้นทราบว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายนาย หลังทราบเหตุ พ.ต.ท.ต่อพันธ์ ปุสันเที้ย สารวัตรใหญ่ สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบซากของรถยนต์กระบะ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่คนร้ายประกอบเป็นระเบิดคาร์บอมบ์กระเด็นตกไปอยู่ในร่องน้ำริมถนน สภาพเพลิงกำลังลุกไหม้ ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร ฝั่งตรงข้ามมีรถยนต์ 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ของเจ้าหน้าที่ทหารพลิกคว่ำในลักษณะถูกแรงระเบิดพังยับเยิน โดยบริเวณใกล้ๆ ตัวรถยังพบศพของเจ้าหน้าที่ทหารนอนเสียชีวิต อยู่ในร่องน้ำริมถนนดังกล่าวรวม 5 นาย ทราบชื่อคือ ส.อ.ธีรยุทธ บุญเตโช พลทหารอิสหะ บาโง๊ย พลทหารพงษ์เทพ ผักหมัด พลทหารทรงชัย สุวรรณมณี และพลทหารนุลดี รีเส็น นอกจากนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บ 1 นาย คือ จ.ส.ต.ชาตรี อุทาหรณ์ หัวหน้าชุด จึงรีบกันนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลา

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบเศษสะเก็ดระเบิดเป็นเหล็กเส้นตัดขนาด 1 ซม. กระจายไปทั่ว เศษวงจรอิเล็กทรอนิกส์ สายไฟ รวมทั้งเศษถังแก๊ส จึงรวบรวมทั้งหมดเป็นหลักฐาน เบื้องต้น เชื่อเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 50 กก. จุดชนวนด้วยระบบรีโมตคอนโทรลที่คนร้ายนำมาติดตั้งอยู่ในรถยนต์กระบะคันดังกล่าว

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมดซึ่งสังกัด ร้อย ร.15233 ฉก.ยะลา 12 จำนวน 6 นาย เดินทางด้วยรถยนต์ 6 ล้อ เพื่อไปรับคนงานของฟาร์มตัวอย่าง เพื่อไปส่งที่ฟาร์มตัวอย่าง หมู่ 4 บ้านอูเป๊าะ ต.วังพญา อ.รามัน ในขณะที่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งได้นำรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอม บฉ 6896 ปัตตานี จอดอยู่ริมถนน คนร้ายซึ่งเชื่อว่าซุ่มอยู่ข้างทางได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที ทำให้รถยนต์ 6 ล้อ ของทหารโดนแรงระเบิดพลิกคว่ำ จากนั้นมีคนร้ายอีกกลุ่มไม่ต่ำกว่า 6 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหารพรานขับรถยนต์กระบะอีซูซูสีเขียว รุ่นดราก้อนอาย ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดที่จุดเกิดเหตุแล้วลงจากรถเข้าไปจ่อยิงเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 5 นาย จนเสียชีวิต ก่อนที่จะหยิบอาวุธปืนประจำกายของทหารทั้ง 5 นาย รวม 5 กระบอก หลบหนีไป

เบื้องต้น เชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มนายอับดุลรอฮิง ดาอีซอ หรืออุสตาซรอฮิง อาซ่อง และนายมะดารี ตาเยะ พร้อมพวก แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่

สำหรับรถยนต์กระบะมาสด้าที่คนร้ายนำมาบรรจุระเบิด ในเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นรถยนต์กระบะมาสด้า สีเทา หมายเลข บจ 2182 ยะลา ของนายสมศักดิ์ ขวัญมา ครูโรงเรียนบ้านบาโง ต.ปานัน อ.มายอ จ.ปัตตานี ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต แล้วนำรถหลบหนีไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา

www.manager.

ยะหริ่งเดือดยิงชาวบ้านดับหน้าบ้านพักพื้นที่ที่ถูก ปปง.อายัดที่ดินปอเนาะ ญาติห้าม จนท.ดูศพ

10 กุมภาพันธ์ 2556 10:30 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิต ที่ ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง ญาติไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบศพ ประกอบพิธีทางศาสนาทันที เผยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดงที่โรงเรียนญีฮาดวิทยา (ปอเนาะ) ถูกสั่งปิด เบื้องต้น ญาติสงสัยเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ

พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง ผกก.สภ.ยะหริ่ง เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (10 ก.พ.) ได้เกิดเหตุคนร้ายยิงราษฎรเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 79/1 ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี หลังรับแจ้ง จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าผู้เสียชีวิตชื่อ นายลาเต๊ะ อาแว อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 79/1 ม.3 ถูกยิงที่ศีรษะ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบกองเลือดบนพื้นทรายบริเวณข้างบ้าน และพบหมอนรองกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 1 ชิ้น ปลอกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 2 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บเป็นหลักฐาน

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำการตรวจชันสูตรพลิกศพของผู้ตายได้ เนื่องจากญาติของผู้ตายได้นำศพไปทำพิธีทางศาสนา และไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับศพของผู้ตาย และภรรยาผู้ตาย นางแวมีเนาะห์ เจ๊ะหะ ให้การว่า นายลาเตะถูกยิงที่ศีรษะ จำนวน 2 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นจึงได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่มัสยิดบ้านด่าน สำหรับประเด็นสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่เกิดเหตุ ม.3 บ้านด่าน ต.ตะโละกาโปร์ เป็นพื้นที่ที่ทางการระบุว่า เป็นพื้นที่สีแดง มีโรงเรียนญีฮาดวิทยา (ปอเนาะ) ถูกเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงมีคำสั่งติดประกาศปิดโรงเรียนเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2548 ล่าสุด ปปง.ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่ดิน จำนวน 14 ไร่ เนื่องจากว่าเป็นสถานที่ที่มีการฝึกการก่อการร้าย และการที่ทางญาติผู้ตายไม่ยอมให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจชันสูตรพลิกศพของผู้ตายนั้น เพื่อแสดงความไม่พอใจ และคิดว่าเป็นกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ

www.manager.

เผยทีมถล่ม นอภ.ที่ปัตตานีขั้นเทพ ปฏิบัติการเหมือนฉากในฮอลลีวูด

4 กุมภาพันธ์ 2556 19:51 น.

ปัตตานี - ประมวลเหตุกลุ่มโจรใต้ 5-6 คนใช้อาก้าและเอ็ม 16 ถล่มยิงรถนายอำเภอที่ปัตตานี เผยปฏิบัติการล้วนฝีมือขั้นเทพ แต่ละขั้นตอนดำเนินไปไม่ต่างจากฉากในหนังฮอลลีวูด ขณะที่ผู้ตกเป็นเหยื่อก็ต้องถือเป็นนักปกครองกระดูกเหล็กที่คมกระสุนไม่ระคายผิว แถมแคล้วคลาดจากถูกลอบวางระเบิดในปี 2550 มาแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์โจรใต้ถล่มยิงรถนายอำเภอมายอ จ.ปัตตานีว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันนี้ (4 ก.พ.) พ.ต.อ.วสันต์ พวงน้อย ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงถล่มรถยนต์ของนายอำเภอ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณสี่แยกบ้านจะแบปะ ม.4 ต.ระแว้ง อ.ยะรัง จึงรายงานให้ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ทราบ พร้อมนำกำลัง 3 ฝ่ายเข้าไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถยนต์กระบะมีหลังคาหลังยี่ห้อ โตโยต้า สีบอร์นเงินทะเบียน ฉค 7925 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถยนต์ประจำตำแหน่งนายอำเภอมายอ จอดอยู่กลางสี่แยก สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามจนพรุนทั้งคัน ยางรถด้านขวาหน้าหลังแยก ส่วนคนที่อยู่ภายในรถ จำนวน 4 คนปลอดภัย ประกอบด้วย

1. นายพิศาล อาแว อายุ 57 ปี นายอำเภอมายอ จ.ปัตตานี

2. นายคณิต ไฝพรหม อส.อ.มายอ

3. นายอังดือนา นาแว อส.อ.มายอ

4. นายตายูดิน อาแว อส.อ.มายอ

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากถูกลูกหลง 1 ราย ถูกนำส่ง รพ.ยะรัง ทราบชื่อ น.ส.ดารูดี บาเอะ อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่14 ม.4 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นนักเรียนโรงเรียนเครียมวิทยาบ้านอาฆง ต.สาคอใต้ อ.มายอ โดยช่วงเกิดเหตุได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นคลิก เพื่อไปกดเงินที่ตู้ ATM ในตัวอำเภอยะรัง ซึ่งขับตามหลังรถยนต์คันเกิดเหตุ ถูกยิงที่ขา 1 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้า และ เอ็ม 16 กว่า 50 ปลอก ตกเกลื่อนบนถนน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ขณะที่นายคณิต ซึ่งเป็นพลขับได้พานายพิศาล พร้อม อส. เดินทางมาจาก อ.มายอ เพื่อไปทำภารกิจในตัวเมืองปัตตานี ระหว่างทางมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายประมาณ 5-6 คนใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบอร์น เป็นพาหนะ ขับสวนทางมาด้านหน้า เมื่อมาถึงสี่แยกคนร้ายได้หักพวงมาลัยรถเพื่อขว้างรถยนต์ของนายพิศาล จากนั้นคนร้ายที่อยู่หลังกระบะได้ยืนขึ้น พร้อมใช้อาวุธปืนสงคราม จำนวน 3 กระบอก ถล่มยิงหลายสิบนัด จนเสียงดังสนั่นต่อหน้าประชาชนบริเวณที่เกิดเหตุที่วิ่งหนีหลบกระสุน

แต่เนื่องจากเป็นรถเกราะยิงไม่เข้า หนึ่งในคนร้ายจึงกระโดดลงจากรถ มาอยู่ด้านหลังรถของนายพิศาล แล้วกระหน่ำยิงจุดที่นายพิศาลนั่งอยู่ แต่ไม่เข้าอีก ทั้งนี้กลุ่มคนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการณ์ไม่ถึง 5 นาทีก่อนที่จะเร่งเครื่องหลบหนีไป

ส่วน น.ส.ดารูดีที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นเพราะได้ขับขี่รถ จยย.ผ่านมาจึงถูกลูกหลง ขณะที่คนร้ายอีกกลุ่มได้โปรยตะปูเรือใบบนถนน เพื่อปิดกั้นเส้นทางหลบหนี และไม่ให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม หลังสิ้นเสียงปืนชาวบ้านต่างวิ่งเปิดประตูพาทั้ง 4 คนหลบเข้าไปยังที่ปลอบภัย โดยมีชาวบ้านคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก. พล.ต.ธวัช สุกปลั่ง ผบ.ฉก.ปัตตานี สั่งระดมกำลัง จนท.กว่า 200 นายกระจายกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์คันก่อเหตุ เชื่อน่าจะยังหลบอยู่ในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีแนวร่วมคอยให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายน่าจะเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของนายพิศาล เมื่อสบโอกาสจึงก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์

สำหรับนายพิศาล อาแว นายอำเภอมายอ ถือเป็นนายอำเภอมุสลิม และเป็นชาว จ.ปัตตานี รับตำแหน่งนายอำเภอมายอเกือบ 4 ปี และก่อนหน้านี้ขณะที่ดำรงตำแหน่งจ่าจังหวัดปัตตานีเมื่อปี 2550 ขณะที่กำลังร่วมงานปล่อยปลาที่ อ.มายอ ก็เคยถูกลอบวางระเบิดมาแล้ว แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

www.manager.

ซุ่มยิงชุด รปภ.ครูศรีสาคร ก่อนดักบึ้มซ้ำ ทหารเจ็บ 4 ครูหนีกระเจิง

31 มกราคม 2556 20:12 น.

นราธิวาส - คนร้ายใช้อาวุธสงครามซุ่มยิงทหารชุด รปภ.ครู ใน อ.ศรีสาคร ทหารเจ็บ 4 ส่วนครูหนีกระเจิง ซ้ำกดบึ้มดักสังหารชุดเคลื่อนที่เร็วที่รีบมาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในจุดแรก แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บเพิ่ม

เมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ (31 ม.ค.) ร.ต.ต.ปรีชา ราชโยธา ร้อยเวร สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงและวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัดร้อย ร.3312 ฉก.นราธิวาส 37 ที่บริเวณหัวสะพานบ้านฆอลอกาเว ม.1 ต.ศรีสาคร ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 4 นาย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ศชต. พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันทร์ดี รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.จันที แจ่มจันทร์ หน.ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์กองพิสูจน์หลักฐาน 10 ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบว่าที่บริเวณป่าสวนยางพาราริมถนนข้างหัวสะพาน มีปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้าตกอยู่จำนวน 27 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ห่างไปประมาณ 300 เมตร ที่บริเวณเนินดินริมถนนมีหลุมลึก 3 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 15 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง และห่างจากหลุมระเบิดเข้าไปในป่าประมาณ 5 เมตร ซึ่งเป็นโคนต้นไม้ใหญ่ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้าตกอยู่จำนวน 32 ปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลศรีสาครไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ 1.ส.ท.ครองทรัพย์ อุปไทย 2.ส.ท.เมชิน ประชากูล พลขับ 3.พลทหารทวีชัย ผิวทอง และ 4.พลทหารเทวิน อุปภักดี ซึ่งทั้ง 4 นายถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณแขนและขา อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ในเวลาต่อมา

จากการสอบสวน จ.ส.ต.เอกวิน เด่นแสง หน.ชุด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลัง รวม 6 นาย นั่งรถยนต์จี๊ปออกจากฐานเพื่อเดินทางไปรับคณะครูโรงเรียนบ้านกาหลง เพื่อส่งกลับบ้านพักซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลศรีสาคร โดย ส.ท.เมชิน ได้ขับรถยนต์จี๊ปนำหน้าคณะครู เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางรกทึบริมทาง และใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้ายิงถล่มใส่รถเจ้าหน้าที่ กระสุนปืนถูก ส.ท.เมชิน และพวกรวม 4 นายที่นั่งอยู่ช่วงเบาะหลัง ได้รับบาดเจ็บ ทำให้คณะครูที่ขับรถยนต์กระบะ รถยนต์เก๋ง และขี่รถจักรยานยนต์ต่างพากันขับหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมา จ.ส.ต.เอกวิน หัวหน้าชุดซึ่งนั่งหน้าคู่กับพลขับ จึงได้วิทยุขอความช่วยเหลือไปยังฐานปฏิบัติการ ฉก.นราธิวาส 37 และได้ส่ง ส.อ.ณรงค์ศักดิ์ สุขเกษม หน่วยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมพวกรวม 6 นาย นั่งรถจี๊ปเข้าสนับสนุน แต่ขณะที่รถยนต์จี๊ปของ ส.อ.ณรงค์ศักดิ์ กำลังแล่นห่างจากที่เกิดเหตุแรกประมาณ 300 เมตร ก็ถูกคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพารา ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปฝังไว้จนเกิดระเบิดขึ้น แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ส.อ.ณรงค์ศักดิ์ จึงบอกพลขับให้จอดรถและลงจากรถหาที่กำบังยิงต่อสู้กับกลุ่มคนร้าย

จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกัน นาน 5 นาที กระสุนปืนของคนร้ายถูกกระจกของรถยนต์จี๊ปที่กระจกหน้าแตก คนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

www.manager.

โจรใต้วางบึ้ม!! ทหาร 3 อำเภอนราฯ ตาย 1 เจ็บ 3

30 มกราคม 2556 10:58 น. นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร 3 จุด 3 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส ขณะทำหน้าที่ รปภ.เส้นทางให้กับครูในช่วงเช้า เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

เมื่อเวลา 07.00 น.วันนี้ (30 ม.ค.) พ.ต.ท.ภควัต บงแก้ว สว.เวร สภ.เมือง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัดหมวดปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 33 บริเวณสามแยกบ้านจูดแดง ม.6 ต.มะนังตายอ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมชาย พนมอุปการ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนราธิวาส, พ.ต.อ.จันที แจ่มจันทร์ หน.ตรวจสถานีที่เกิดเหตุ, ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10, น.ท.พิสิษฐ์ จินตโกศลวิทย์ ผบ.ฉก.นราธิวาส 33, ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่กลางถนนในสภาพถูกแรงอัดของระเบิดจนขาด 2 ท่อนไม่สามารถใช้งานได้ โดยใต้ซากของรถยนต์กระบะพบหลุมระเบิดลึก 70 ซม. กว้าง 90 ซม. และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนัก 25 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน ส่วนผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ พ.จ.อ.สุเทพ โมกคล้ายมูล หน.ชุดและเป็นพลขับ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 นาย คือ พลทหารอนุชิต เกล็ดนิล และพลทหารวสันต์ แก้วแสงสาย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.จ.อ.สุเทพ หัวหน้าชุด ได้นำกำลังรวม 2 นาย ขึ้นรถออกจากฐาน ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านจูดแดง เพื่อตระเวนวางกำลังไว้บนถนน เพื่อทำหน้าที่ รปภ.ครู หลังจากที่ พ.จ.อ.สุเทพ ได้วางกำลังแล้ว 2 นาย ได้ขับรถผ่านจุดเกิดเหตุ คนร้ายที่แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์ขับผ่าน จนทำให้รถยนต์ที่ พ.จ.อ.สุเทพขับมาถูกแรงอัดของระเบิดขาดสองท่อน

ส่วนพลทหารอนุชิต และพลทหารวสันต์ ที่นั่งอยู่ท้ายกระบะกระเด็นตกจากรถเช่นกัน แต่ พ.จ.อ.สุเทพถูกแรงอัดของระเบิดติดคาพวงมาลัย ก่อนที่เพื่อนทหารจะช่วยกันงัด พ.จ.อ.สุเทพออกจากรถ แล้วรีบนำตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 3 นายส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ แต่ พ.จ.อ.สุเทพทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

และในเวลา 07.50 ในพื้นที่ อ.จะแนะ ได้มีคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก. จุดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือไปวางไว้บริเวณพุ่มไม้รกทึบข้างสะพานบ้านกูมุง ม.2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 46 จำนวน 6 นาย กำลังเดินตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง ให้กับคณะครูโรงเรียนบ้านกูมุงผ่าน แต่รัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่าข้างทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด

และในเวลาต่อมา 08.40 น. คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องชนิดแอมโมเนียในเตรท บรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนัก 5 กิโลกรัม ไปวางไว้ในจักรยานยนต์พ่วงข้าง ซึ่งจอดอยู่หน้าโรงเรียนบ้านไอสะเตีย หมู่ 3 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อทหารพรานชุด รปภ.ครู สังกัดกรมทหารพรานที่ 48 เดินผ่านมา คนร้ายจึงกดชนวนระเบิด และเกิดเหตุระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้ทหารพราน ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

www.manager.

ถึงคิวปัตตานี! เผากล้องวงจรปิด 3 อำเภอ ดักบึ้มทุ่งยางแดงไร้เจ็บ

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2013 เวลา 13:09 น.

ใต้ป่วน! คนร้ายเผากล้องวงจรปิดอีกระลอก คราวนี้ถึงคิวปัตตานี พื้นที่ อ.มายอ ปะนาเระ ทุ่งยางแดง เสียหายร่วม 20 ตัว แถมยังขโมยไปอีก 7 ตัว เผยเป็นเหตุเผากล้องรอบที่ 3 ตั้งแต่ปีใหม่ ขณะที่ทุ่งยางแดงหวิดวุ่น คนร้ายจุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ใต้ผิวถนน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ตำรวจคาดดักบึ้มชุดตรวจจุดเกิดเหตุเผากล้องแต่วืด

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงร้อนระอุ และเกิดเหตุความไม่สงบขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุลอบเผาทำลายกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ซึ่งตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมาเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว 2 ครั้ง ทำให้กล้องได้รับความเสียหายกว่าร้อยตัว

เหตุเผากล้องล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดของวันจันทร์ที่ 28 ม.ค.2556 โดยเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้วางเพลิงเผากล้องซีซีทีวีบนทางหลวงหมายเลข 4016 (ปาลัส- มายอ) ท้องที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี จำนวน 3 จุด ทำให้กล้องได้รับความเสียหาย 9 ตัว ประกอบด้วย

1.แยกปาลัส บ้านปาลัส หมู่ 5 ต.ลางา อ.มายอ กล้องเสียหาย 4 ตัว

2.บ้านดูวา หมู่ 3 ต.ถนน อ.มายอ กล้องเสียหาย 3 ตัว

3.บ้านราเกาะ หมู่ 2 ต.เกาะจัน อ.มายอ กล้องเสียหาย 2 ตัว

นอกจากนั้น ที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ก็มีรายงานกล้องถูกเผาทำลายเข้ามาเช่นกัน โดยเกิดเหตุจำนวน 2 จุด กล้องได้รับความเสียหาย 5 ตัว ประกอบด้วย

1.เขตเทศบาลตำบลปะนาเระ หมู่ 1 ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ กล้องเสียหาย 3 ตัว

2.หน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าน้ำ บ้านสุเหร่า หมู่ 2 ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ กล้องเสียหาย 2 ตัว

ส่วนที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี คนร้ายวางเพลิงเผากล้องโทรทัศน์วงจรปิด 5 ตัว บริเวณสี่แยก ท้องที่หมู่ 5 บ้านปากู ต.ปากู 4 ตัว และ หมู่ 2 บ้านน้ำดำ 1 ตัว โดยวิธีการเผากล้องยังคงใช้รูปแบบเดิม คือใช้ยางในรถจักรยานยนต์ราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา จากนั้นใช้ไม้เกี่ยวขึ้นไปแขวนที่กล้องโทรทัศน์วงจรปิด ขณะเดียวกันคนร้ายยังได้ขโมยกล้องที่ติดตั้งอยู่ตามเสาไฟฟ้าหน้าองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตะโละแมะนา อ.ทุ่งยางแดง อีก 7 ตัวด้วย

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ม.ค. เกิดเหตุเผากล้องโทรทัศน์วงจรปิดในพื้นที่ อ.เมืองยะลา 2 จุด กล้องเสียหาย 2 ตัว ขณะที่เมื่อเช้ามืดของวันจันทร์ที่ 14 ม.ค. คนร้ายได้กระจายกันก่อเหตุเผาทำลายกล้องใน 7 อำเภอของ จ.ยะลา จำนวน 43 จุด ทำให้กล้องได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 116 ตัว

บึ้มถนนที่ทุ่งยางแดงไร้เจ็บ - ยิงชาวบ้านบันนังสตาดับ

ช่วงเช้าวันเดียวกัน เมื่อเวลา 07.50 น. คนร้ายได้กดจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังไว้ใต้ผิวถนน ในพื้นที่บ้านปาเซปูเต๊ะ หมู่ 2 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

แหล่งข่าวซึ่งเป็นนายตำรวจระดับสูงของ จ.ปัตตานี วิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นระเบิดที่คนร้ายฝังไว้เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ชุดตรวจจุดเกิดเหตุเผากล้องโทรทัศน์วงจรปิดซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืด แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ปรับแผน และพยายามไม่ใช้เส้นทางที่สุ่มเสี่ยงกับการถูกซุ่มโจมตี จึงทำให้ไม่มีเจ้าหน้าที่ใช้ยานพาหนะผ่านเส้นทางดังกล่าว คนร้ายจึงอาจตัดสินใจจุดระเบิดเพื่อทำลายทิ้ง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ม.ค. เวลา 14.20 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ในป่าละเมาะข้างทาง ใช้อาวุธปืนสงครามยิง นายสมนึก ขวัญจุล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 349 บ้านฉลองชัย หมู่ 4 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา กระสุนถูกบริเวณศีรษะ เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบนถนนในสวนในท้องที่บ้านบือซู หมู่ 6 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา ขณะที่ นายสมนึก กำลังขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นดรีม สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บรรทุกน้ำยางพาราออกจากสวนยางเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

www.isranews.

ป่วนนราฯ ซุ่มยิงทหารพรานเจ็บ 1 ที่เจาะไอร้อง-กู้ระเบิดในเมืองนราฯ อีก 1

25 มกราคม 2556 21:02 น.

นราธิวาส - คนร้ายดักซุ่มยิงทหารพรานที่เจาะไอร้องเจ็บ 1 นาย ส่วนพื้นที่ อ.เมืองนราฯ กู้ระเบิดได้อีก 1 ลูก คาดวางดักสังหารเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา 17.40 น. วันนี้ (25 ม.ค.) ร.ต.ท.วชิยะพงศ์ คำสังวาล ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เหตุเกิดบริเวณเขตรอยต่อบ้านกูแบปูยู ม.8 ต.มะรือโบออก จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน กงค 824 นราธิวาส จอดเสียหลักอยู่ริมถนน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อคือ อส.ทพ.สุไลมาน เจาะบองอ อายุ 24 ปี ชาว ม.7 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 48 อ.เจาะไอร้อง ถูกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ที่บริเวณต้นแขนซ้าย 1 นัด พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลเจาะไอร้องไปก่อนหน้าแล้ว แต่เนื่องจากอาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก เพื่อเดินทางไปทำงาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง และใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ยิงใส่ 1 นัด จนได้รับบาดเจ็บ และรถเสียหลักล้มคว่ำ จากนั้นคนร้ายได้รีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เนื่องจากขณะเกิดเหตุได้มีรถยนต์กระบะของชาวบ้านขับผ่านมา ทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งกรูออกมายิงซ้ำ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบเพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

ต่อมา เมื่อเวลา 18.20 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งจากจากเจ้าหน้าที่ทหารชุดหน่วยลาดตระเวน หน่วยนาวิกโยธิน ฉก.นราธิวาส 33 ว่า พบวัตถุต้องสงสัยในถุงสีดำ วางไว้บริเวณใต้ป้ายโฆษณาสามแยกเรือกอและ ถนนสายโคกเคียน-สนามบินบ้านทอน บ้านบาโระบูตอ ต.โคกเคียน อ.เมือง เจ้าหน้าที่จึงกันประชาชนออกห่างจากจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งเปิดเครื่องรบกวนตัดสัญญาณมือถือ และวิทยุสื่อสาร ก่อนจะทำการเก็บกู้ไว้ได้

จากการตรวจสอบ พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในท่อเหล็กทรงกลม ต่อพ่วงสายจุดชนวนด้วยระบบวิทยุสื่อสาร น้ำหนักรวม 5 กก. เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายวางระเบิดเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ เนื่องจากบริเวณจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และ อส.จะวางกำลัง รปภ.ความปลอดภัยให้แก่ประชาชนบ่อยครั้ง

www.manager.

ซุ่มยิงทหารนราฯ เจ็บหนักอาการสาหัส

23 มกราคม 2556 13:01 น.

นราธิวาส - ป่วนรายวัน คนร้ายซุ่มยิงทหารชุด รปภ.ครู นราธิวาส ขณะนั่งพักในร้านน้ำชา เจ็บ 1 นาย อาการสาหัส

วันนี้ (23 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.10 น. พ.ต.ต.หมัดฮูเส็น เหมาะสะนิ สว.เวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัด ร้อย ร.15124 ฉก.นราธิวาส 30 ถูกคนร้ายดักซุ่มยิงได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เหตุเกิดหน้าร้านขายน้ำชา บริเวณสามแยกบ้านปูโปะ ม. 2 ต.รือเสาะออก จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.อ.จันที แจ่มจันทร์ หน.กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่บนถนนหน้าร้านขายน้ำชา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ พลทหารสุทธิพงศ์ พูลสวัสดิ์ อายุ 22 ปี ซึ่งถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 ของคนร้ายที่บริเวณตะโพกซ้าย 1 นัด อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลศูนย์ จ.ยะลา จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆ ของคนร้าย เนื่องจากจุดที่คนร้ายดักซุ่มยิงเป็นป่าสวนยางพาราที่รกทึบ

จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ผู้บาดเจ็บ และกำลังรวม 8 นาย หลังจากทำการ รปภ.ครูแล้วเสร็จ ได้นั่งรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของสังกัด มานั่งดื่มน้ำชา หลังจากนั้น กำลังทั้งหมดได้ทยอยเดินขึ้นท้ายรถกระบะ โดย พลฯ ทหารสุทธิพงศ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นหลังสุด และในระหว่างก้าวขึ้นรถนั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่าสวนยางพาราที่รกทึบ ฝั่งตรงข้ามร้านน้ำชา ได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ พลฯ สุทธิพงศ์ จำนวน 1 นัด จนตกจากท้ายรถ แล้วคนร้ายได้อาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการสร้างสถานการณ์ป่วนใต้

www.manager.

คืบยะลาป่วน! รวมเผา CCTV ทั่วเมืองวอด 76 ตัว เชื่อเป็นสัญญาณเตรียมก่อเหตุอุกอาจ

14 มกราคม 2556 15:30 น.

ยะลา - ยะลาป่วน! รวมเผากล้องวงจรปิดทั่วเมือง 7 อำเภอ 76 ตัว และถอดไปอีก 3 ตัว โดยก่อเหตุในเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้การฯ ยะลา เชื่อเป็นฝีมือกลุ่มคนร้ายอาจเตรียมการก่อเหตุใหญ่ในพื้นที่ แจ้งเตือนเฝ้าระวังรถต้องสงสัย และการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า จากกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงกระจายกำลังตามพื้นที่ต่างๆ ใน 7 อำเภอของ จ.ยะลา ออกปฏิบัติการลอบวางเพลิงเผากล้องวงจรปิดในพื้นที่ต่างๆ จนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดในช่วงเวลา 04.00-05.00 น. วันนี้ (14 ม.ค.)

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 12.50 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เรียก พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนทั้ง 9 สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่เกิดเหตุเข้าประชุม พร้อมให้นำพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายในขณะก่อเหตุมาแสดงในที่ประชุมด้วย

พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สำหรับช่วงปฏิบัติการของฝ่ายตรงข้ามจะเป็นช่วง 03.00 น. เกิดเหตุทั้งหมด 43 จุด เสียหาย 76 ตัว ในพื้นที่รับผิดชอบ 9 สถานีตำรวจภูธร โดยพื้นที่ที่ค่อนข้างหนักจะเป็น อ.บันนังสตา ตนเองวิเคราะห์ว่าเหตุที่เกิดเกิดทั่วทั้ง จ.ยะลา ไม่ได้เกิดในถนนเส้นใดเส้นหนึ่งเหมือนกับการเตรียมการก่อเหตุ ลักษณะคล้ายๆ กับการปักธงคราวที่แล้ว ถ้าให้วิเคราะห์ส่วนตัวน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ ข้อที่ 2 น่าจะเป็นสิ่งบอกเหตุว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ในพื้นที่จังหวัดยะลาในช่วงระยะเวลาอันใกล้นี้ จะเกิดเหตุแบบทำพร้อมกันทั่วจังหวัด

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ระบุว่า กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ที่ก่อเหตุได้จากพื้นที่ อ.กรงปินัง และได้สั่งการให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในทุกพื้นที่ว่ามีกล้องใดที่สามารถเก็บภาพได้อีก ซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานในทันที ส่วนพฤติกรรมเบื้องต้นของคนร้ายนั้น พบว่าคนร้ายใช้ยางรถจักรยานยนต์ และเอากระสอบป่านยัดเอาไว้ด้านใน แล้วใส่น้ำมันแขวนไว้กับกล้องวงจรปิด และจุดไฟเผา หลังเกิดเหตุตนเองก็ได้สั่งเพิ่มความเข้ม ประสานทุกพื้นที่ และต้องลาดตระเวนในตอนกลางคืน ส่วนรถยนต์ต้องสงสัยตอนนี้ก็ยังเฝ้าระวังอยู่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ก็เป็นการแจ้งเตือนทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา

ด้าน พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้อาจจะมีข้อยุติในระดับหนึ่งว่า กลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มใด หรือจุดประสงค์ในการทำเกี่ยวกับเรื่องอะไร ซึ่งในการประชุมวันนี้จะมีการประชุม และประมวลหลักฐานทั้งหมด และอยู่ในระหว่างการสืบสวน แต่อย่างไรก็ตาม น่าจะมีพยานหลักฐานบ้าง และเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมที่อยู่ในหมู่บ้าน เพราะบริเวณที่เกิดเหตุก็มีแนวร่วมอาศัยอยู่ และคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเดิมที่ก่อเหตุ

นอกจากนี้ มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา โดยได้สรุปเหตุการณ์กรณีคนร้ายลอบวางเพลิงเผากล้องวงจรปิดจำนวน 7 อำเภอ พบมีกล้องวงจรปิดถูกเผา จำนวน 76 ตัว ถูกคนร้ายลักทรัพย์กล้องวงจรปิด 3 ตัว แบ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ สภ.เมืองยะลา 4 จุด จำนวน 7 ตัว สภ.ยะหา 4 จุด จำนวน 7 ตัว สภ.กาบัง 6 จุด จำนวน 7 ตัว สภ.บันนังสตา 11 จุด จำนวน 21 ตัว สภ.โกตาบารู อ.รามัน 5 จุด จำนวน 6 ตัว สภ.กรงปินัง 6 จุด จำนวน 14 ตัว สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จำนวน 2 ตัว สภ.ธารโต 1 จุด จำนวน 1 ตัว และ สภ.รามัน 8 จุด จำนวน 14 ตัว นอกจากนั้น คนร้ายยังลอบวางเพลิงเสาโทรศัพท์ (AIS) เสียหาย 1 เสา และตู้ TOT เสียหาย 1 ตู้ ในพื้นที่ สภ.บันนังสตาด้วย

www.manager.

ยิงถล่ม ตร.ทางหลวงปัตตานี-อส. ดับคารถ 3 ราย

12 มกราคม 2556 11:50 น.

ปัตตานี - คนร้ายใช้อาวุธสงครามถล่มยิงตำรวจทางหลวง และ อส.ใน อ.สายบุรี เสียชีวิตคารถ 3 ราย ตร.เชื่อคนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตาย จึงฉวยโอกาสก่อเหตุสร้างสถานการณ์

เมื่อเวลา 21.30 น. คืนที่ผ่านมา (11 ม.ค.) พ.ต.อ.จีรเศรษฐ์ ดาวเงินตระกูล ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ม.11 บ้านกลาพอ ต.เตราะบอน จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งตำรวจทางหลวง หมายเลข 7506 ป้ายทะเบียน พล 1475 กทม. สภาพตกลงข้างทาง และมีรูกระสุนถูกยิงจนพรุนทั้งคัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถลากเพื่อนำขึ้นบนถนน

เมื่อเปิดประตูรถปรากฏว่า พบผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย โดยเป็นตำรวจ 2 นาย ทราบชื่อคือ ด.ต.วรวิทย์ แก้วศรีอ่อน อายุ 43 ปี คนขับ ด.ต.ปฐมพงษ์ โต๊ะสามารถ อายุ 51 ปี นั่งข้างคนขับ ส่วนเบาะหลังผู้ตายเป็นอาสาสมัครประชาชน ทราบชื่อคือ นายรีแจ สุหลง อายุ 63 ปี ทั้ง 3 นายถูกยิงด้วยอาวุธสงครามหลายนัด ในที่เกิดเหตุบนถนนพบปลอกกระสุนทั้งเอ็ม 16 และอาก้าตกเกลื่อนจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ขณะที่ทั้ง 3 กำลังออกตรวจพื้นที่ตามเส้นทางดังกล่าว โดยกำลังอีกส่วนหนึ่งได้ตั้งจุดตรวจอยู่หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงกลาพอ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ปรากฏว่า ขณะที่กำลังเดินทางกลับหน่วยบริการประชาชนทางหลวงกลาพอนั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์กระบะขับตามหลัง เมื่อได้โอกาสจึงถล่มยิงทันทีจนเกิดเสียงดังสนั่น เป็นเหตุให้รถเสียหลักตกข้างทางจนเสียชีวิตทันที 3 นาย

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุหน่วยกำลังร่วม 3 ฝ่ายได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันที เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ซึ่งรู้ความเคลื่อนไหนของผู้ตายว่าจะออกตรวจพื้นที่ จึงได้มีการวางแผนก่อนฉวยจังหวะก่อเหตุสร้างสถานการณ์

www.manager.

ระเบิดทหารปัตตานีตาย 2 เจ็บ 2 ขณะเดินทางไปร่วมงานวันเด็ก

11 มกราคม 2556 12:37 น.

ปัตตานี - ระเบิดรถยนต์ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 ในขณะที่เดินทางไปร่วมงานวันเด็กที่โรงเรียนบ้านบือแนปีแน อ.ยะรัง รถพังยับ ทหารเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 2 นาย จนท.เร่งปิดล้อมพื้นที่ตรวจค้น เชื่อผู้ก่อเหตุยังหลบซ่อนในหมู่บ้าน

เมื่อเวลา 09.10 น. วันนี้ (11 ม.ค.) พ.ต.อ.ธวัชชัย สังฆมิตกล รอง ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุระเบิดรถยนต์ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลอำเภอยะรัง ภายหลังรับแจ้ง จึงรายงาน พ.ต.อ.วสันต์ พวงน้อย ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทราบ และประสานกำลัง 3 ฝ่าย พร้อมชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นถนนทางหลวงชนบทสายบ้านบือแนกือบง-บ้านบือแนปีแน บริเวณ ม.4 ต.ประจัน อ.ยะรัง พบมีหลุมขนาดใหญ่กลางถนน มีความลึกประมาณ 2 เมตร กว้าง 3 เมตร ห่างจากหลุมประมาณ 15 เมตร พบรถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ปัตตานี 21 สีบรอนซ์เทา ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ เป็นรถหุ้มเกราะกันกระสุน สภาพรถถูกแรงอัดของระเบิดหักงอตรงกลางรถเสียหายทั้งคัน

ทั้งนี้ อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่กระเด็นตกคนละทิศคนละทาง เจ้าหน้าที่จึงต้องช่วยกันระดมหาจนได้ครบ ส่วนผู้เสียชีวิต และที่ได้รับบาดเจ็บถูกย้ายไปที่โรงพยาบาลก่อนหน้าแล้ว และเสียชีวิตระหว่างทาง 2 นาย ทราบชื่อผู้เสียชีวิต ส.อ.สหเทพ ปีไทสงค์ และพลทหารอนุรักษ์ สุนทรภักดิ์ สภาพศพถูกแรงอัดของระเบิดกระเด็นออกไปจากรถประมาณ 10 เมตร ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งนั่งอยู่ภายในรถทราบชื่อคือ ร.อ.อนุชา มหารัศมี และ ส.อ.นิรันทร์ ประสิทธิพันธ์

จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวสังกัด ร้อย ร.8033 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 ได้เดินทางออกจากฐาน บริเวณ ม.3 บ้านบือแนกือบง ริมถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา โดยใช้ถนนทางหลวงชนบทสายดังกล่าวเพื่อเข้าร่วมงานวันเด็กที่โรงเรียนบ้านบือแนปีแน ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดขึ้น ในระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้กดชนวนระเบิดที่ได้ซุกไว้ในท่อน้ำกลางถนน โดยลากสายไฟเข้าป่าสวนยางพาราห่างกันประมาณ 100 เมตร แรงระเบิดส่งผลให้รถลอยกระเด็นตกกลางถนนในสภาพพังยับเยิน และในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนของถังเคมีดับเพลิง และเศษเหล็กตัดกระจายทั่วผิวถนน

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี นำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมสนธิกำลังร่วม 3 ฝ่าย กระจายกำลังปิดล้อมตรวจค้นทันทีในรัศมี 500 เมตร เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะกบดานในพื้นที่ โดยมีกลุ่มแนวร่วมให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้หน่วยข่าวด้านความมั่นคงได้แจ้งเตือนว่ากลุ่มก่อความไม่สงบมีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ยะรัง เพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่สร้างสถานการณ์

www.manager.

โจรใต้ยิงร้านคาราโอเกะแล้ว จยย.บอมบ์ตามเจ็บ 4 มีเด็ก 14 พ่วงด้วย

9 มกราคม 2556 21:33 น.

นราธิวาส - โจรใต้ยังใช้กลยุทธ์ยิงก่อน แล้ววางบึ้มตามหลัง เผยเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาได้ปฏิบัติการควบมอเตอร์ไซด์จอดยิงร้านคาราโอเกะกลางเมืองนราฯ สาวเสิร์ฟเจ็บ 3 ขณะที่ จนท.มูลนิธิเข้าช่วยเหลือเจอกับดับ จยย.บอบม์เด็ก 14 เดินเล่นเจ็บอีก 1

ผู้สื่อข่าวรายวานจาก จ.นราธิวาสว่า วันนี้ (9 ม.ค.) เวลา 18.50 น. ร.ต.ต.สุวัฒน์ เชื่อเมือง ร้อยเวร สภ.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงและวางระเบิด จยย.บอมบ์หน้าร้านคาราโอเกะ จำนวน 2 จุด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย จึงพร้อมด้วย นายสามารถ วราดิศัย รอง ผวจ.นราธิวาส พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นร้านน้องนัดคาราโอเกะ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 232/18 ม.13 ถ.โคกเคียน ซึ่งมี น.ส.ขวัญชีวา เหน่งกระโทก เป็นเจ้าของ มีปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม.จำนวน 3 ปลอกตกอยู่บนถนน ส่วนภายในร้านมีกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 รายคือ

1. น.ส.สำราญ ทองใบ อายุ 35 ปี 2. น.ส.ทิพย์สุดา สัจวา อายุ 15 ปี 3. น.ส.เพชรมณี จันทบุรี อายุ 26 ปี

ซึ่งทั้งหมดเป็นพนักงานเสิร์ฟ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่บริเวณขาและแขน เจ้าหน้าที่มูลนิธิเมตตาธรรมนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหน้าร้านจำหน่ายอาหารตามสั่งชื่อ หมีแพนด้า ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามร้านน้องนัด เลขที่ 300/14-15 ซึ่งมี น.ส.สุนิสา ประไพ เป็นเจ้าของ โดยมีซากรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีบรอนส์-ดำ ทะเบียน กยค-108 นราธิวาส ตกอยู่บนถนนหน้าร้าน และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กน้ำหนัก 10 ก.ก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน แถมอานุภาพของระเบิดยังส่งผลทำให้กันสาดและฝาผนัง รวมทั้งตู้ใส่อาหารได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ยังมีรถยนต์อีก 2 คันคือ รถยนต์เก๋งยี่ห้อเบ็นซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน งย-5016 กทม.ของลูกค้า และรถยนต์กระบะยี่ห้อ มิตซูบิซิ สีบรอยนส์ ทะเบียน บจ-7906 นราธิวาส ซึ่งเป็นของมูลนิธิกู้ภัยเมตตาธรรม ที่จอดอยู่ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายไปด้วย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายคือ

4. ด.ช.สูฮัจรวัน เจ๊ะโซ๊ะ อายุ 14 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว

เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยเมตตาธรรมได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ไปก่อนหน้าแล้วเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน น.ส.ขวัญชีวาเจ้าของร้านน้องนัดคาราโอเกะ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะ เมื่อถึงบริเวณหน้าร้านคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม. ออกมายิงเข้าไปในร้าน จำนวน 4 นัดซ้อน กระสุนปืนถูกพนักงานเสิร์ฟที่นั่งอยู่ในร้าน 3 คน แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป

ต่อมาในระหว่างที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยเมตตาธรรมกำลังช่วยเหลือพนักงานเสิร์ฟทั้ง 3 คนส่งรักษาที่โรงพยาบาลอยู่นั้น ซึ่งล่วงเลยเวลาไปประมาณ 15 นาทีก็ได้เกิดเหตุระเบิด จยย.บอมบ์ที่คนร้ายได้จอดรถ จยย.ไว้หน้าร้านจำหน่ายอาหารตามสั่งหมีแพนด้า ซึ่งอยู่ตรงข้ามร้าน จนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และสะเก็ดระเบิดได้ไปถูกเด็กชายสูฮัจรวันที่กำลังเดินอยู่ และสะเก็ดระเบิดได้กระเด็นไปถูกรถยนต์ของเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยเมตตาธรรมได้รับความเสียหายดังกล่าว สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

www.manager.

ตรวจสอบหลุมกลางถนนใน อ.รามัน คาด “ซอฟวัน สามะ” เตรียมดักบึ้มชุด รปภ.ครู

8 มกราคม 2556 12:20 น.

ยะลา - จนท.เข้าตรวจสอบหลุมกลางถนนใน อ.รามัน หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแส เชื่อฝีมือ “ซอฟวัน สามะ” ทำหลุมระเบิดเตรียมก่อเหตุดักบึ้มชุด รปภ.ครูโรงเรียนบ้านบูเก๊ะบือราแง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร

วันนี้ (8 ม.ค.) เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.อ.อุทัย ทิพย์เสภา ผกก.สภ.รามัน จ.ยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รามัน อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอรามัน และกำลังทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 12 เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนในหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 บ.เจาะลีมัต ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา หลังมีชาวบ้านในพื้นที่แจ้งว่าพบหลุมต้องสงสัยอยู่ริมถนนดังกล่าว

เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทาง ก่อนให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เข้าตรวจสอบ โดยพบว่า ที่บริเวณริมถนนมีสายไฟสีเขียวลากยาวเข้าไปในสวนยางริมถนน ยาวประมาณ 60 เมตร เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจสอบ พบว่า บริเวณกลางถนนคนร้ายได้ขุดหลุมแล้วนำกระสอบทรายมาวางไว้ จำนวน 2 ถุง ก่อนที่จะนำดินมาปิดทับ ทั้งนี้ ไม่มีวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงได้เก็บรวบรวมวัตถุพยานที่พบไว้เป็นหลักฐาน

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของนายซอฟวัน สามะ มือประกอบระเบิดกลุ่มของนายอับดุลรอฮิง ดาอีซอ หรืออุสตาซรอฮิง อาซ่อง แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ดังกล่าว โดยได้ขุดเจาะถนนเพื่อเตรียมนำระเบิดมาฝังเอาไว้เตรียมก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่ชุด รปภ.ครูโรงเรียนบ้านบูเก๊ะบือราแง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร แต่มีชาวบ้านมาพบแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบดังกล่าว

www.manager.

ยิงกราดถล่มฐาน อส.ศรีสาคร กระสุนถูกแม่บ้าน อส.เสียชีวิต

5 มกราคม 2556 22:02 น.

นราธิวาส - คนร้าย 4 คนกราดยิงอาวุธสงครามถล่มฐาน อส.ศรีสาคร แม่บ้าน อส.เคราะห์ร้ายถูกคมกระสุนเสียชีวิตขณะปรุงอาหาร

วันนี้ (5 ม.ค.) ร.ต.ท.ณัฐไชยเฉลิม วงศ์ใหญ่ ร้อยเวร สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่กองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนประจำที่ว่าการ อ.ศรีสาคร ซึ่งตั้งอยู่ที่ ม.1 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พยงค์ สานุกูล ผกก.สภ.ศรีสาคร นายกชกร รักษาศร นายอำเภอศรีสาคร จัดกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบศพ น.ส.อัญชลี เหล่าจันทร์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.7 ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ แม่บ้านประจำกองร้อย อส.ศรีสาคร และเป็นภรรยาของ อส.เอก เจษฎา เสงี่ยมจิตต์ อส.ประจำที่ว่าการอำเภอศรีสาคร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามอาก้าเข้าที่ลำคอ 1 นัด และลำตัว 2 นัด เสียชีวิตคาที่บริเวณโรงครัวกองร้อย อส. โดยในบริเวณเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจพบ ปลอกกระสุนปืนอาก้า หรือเอเค 47 จำนวน 7 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.อัญชลีกำลังทำกับข้าวภายในโรงครัวรวมกับแม่บ้าน อส.อีก 3 คน เพื่อเลี้ยงอาหารกำลังพล อส. ต่อมาได้มีกลุ่มคนร้ายจำนวน 4 คนขับขี่จักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะจำนวน 2 คัน จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มเข้าไปในฐาน อส.ดังกล่าวจำนวนหลายนัดเพื่อหวังสังหารกลุ่ม อส.ที่ยืนอยู่ แต่กระสุนพลาดเป้าถูก น.ส.อัญชลีจนล้มทั้งยืนและเสียชีวิต ขณะที่ อส.ได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงสวนกลับจนคนร้ายคนร้ายหลบหนีไป ส่วนสาเหตุคนร้ายก่อเหตุหวังสังหารหมู่ อส.เพื่อป่วนใต้

www.manager.

ซุ่มยิงทหาร ฉก.ปัตตานี ขณะเข้าสับเปลี่ยนเวรกลางดึก เสียชีวิต 1 เจ็บ 5

5 มกราคม 2556 10:57 น.

ปัตตานี - คนร้ายซุ่มยิงรถทหาร ฉก.ปัตตานี 23 จากบนสะพานขณะนำกำลังเข้าสับเปลี่ยนเวรกลางดึก พลขับแข็งใจขับต่อไปถึง รพ. พลทหารหนุ่มทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต 1 นาย ส่วนอีก 5 นายอาการปลอดภัยแล้ว คาดคนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุบนสะพานเนื่องจากเป็นเส้นทางหลัก แต่มืดไฟดับมานานไม่ได้รับการซ่อมแซม

เมื่อเวลา 00.30 น. วันนี้ (5 ม.ค.) พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหาร มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายนาย เหตุเกิดบนสะพานตะลุโบะ สายปัตตานี-นราธิวาส ม.1 ต.ตะลุโบะ จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก. พ.ท.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผบ.ฉก.ปัตตานี 23

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเพียงปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่บนสะพาน จำนวน 3 ปลอก และตกบนถนนด้านล้างกว่า 10 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานีแล้ว ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 1 นาย ทราบชื่อคือ พลทหารศราวุฒิ ศรีนคร อายุ 23 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 เข้าลำตัวหลายนัด ส่วนผู้บาดเจ็บจำนวน 5 นาย ทราบชื่อคือ ส.อ.อรรคพล อวยชัย, ส.อ.อนิรุทธ์ จรภักดี, ส.ท.ประเวศ ทองจันทร์, พลทหารอารง ดอเลาะ และพลทหารสุรเชษฐ์ พรหมสื่อ โดยทั้ง 5 นายมีบาดแผลถูกยิงทั้งที่แขน และลำตัว อาการปลอดภัยแล้ว

สอบสวนทราบว่า ทหารทั้งหมดสังกัดหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 23 ก่อนเกิดเหตุขณะที่ ส.ท.ประเวศ ทองจันทร์ ซึ่งเป็นพลขับรถบรรทุกหกล้อทหาร ยี่ห้ออีซูซุ สีเขียว ข้างประตูระบุสังกัด ร.15 พัน 4 ส่วนป้ายทะเบียนตรากงจักร 94023 โดยมีทหารนั่งมาด้วย จำนวน 6 นาย เดินทางมาจากฐานปฏิบัติการซึ่งตั้งอยู่บริเวณการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อมาปรับเปลี่ยนเวรที่จุดตรวจประตูทางเข้าเมืองปัตตานี อยู่ห่างจุดเกิดเหตุเพียง 300 เมตร

ขณะที่รถกำลังจะลอดใต้สะพาน ปรากฏว่ามีคนร้าย 2 คนพร้อมอาวุธสงครามยืนรออยู่บนสะพานซึ่งอยู่ในความมืดเนื่องจากไฟฟ้าดับ จากนั้นจึงกราดยิงถล่มลงมาหลายสิบนัดจนเสียดังสนั่น กระสุนทะลุกระจกหน้ารถ และหลังคาผ้าใบถูกทหารที่นั่งอยู่ภายในรถจนได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะส.ท.ประเวศพลขับซึ่งถูกยิงด้วยยังแข็งใจขับมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลปัตตานี พร้อมกับวิทยุแจ้งขอกำลังเสริมเข้ามาที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บเข้าห้องฉุกเฉินทันที ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป ขณะที่คนร้ายอีกกลุ่มได้โปรยตะปูเรือใบบนถนนเพื่อปิดกั้นเส้นทางไม่ให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามได้

ด้าน พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้ระดมกำลังร่วม 3 ฝ่ายเข้าไปที่เกิดเหตุ พร้อมกระจายกำลังไล่ล่ากลุ่มคนร้าย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนร้ายใช้พื้นที่บนสะพานก่อเหตุเนื่องจากไฟฟ้าบนสะพานดับมานานทำให้มืดสนิท ถึงแม้ว่าเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ยังไม่เข้ามาแก้ไข คนร้ายจึงฉวยโอกาสเข้ามาก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์

www.manager.

โจรใต้วางระเบิดชุด รปภ.ครู บันนังสตา อส.ทพ.เจ็บ 1 นาย

25 ธันวาคม 2555 19:33 น.

ยะลา - คนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดทหารพรานชุดเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทาง รปภ.ครู โรงเรียนบ้านเจาะบันตัง อ.บันนังสตา เป็นเหตุให้ อส.ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

เมื่อเวลาประมาณ 15.15 น.วันนี้ (25 ธ.ค.) ร.ต.ต.วีระศักดิ์ สุวรรณเดชา ร้อยเวร สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดริมถนนสาย 410 ยะลา-เบตง ใกล้กับโรงเรียนบ้านเจาะบันตัง ม.9 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เบื้องต้น เหตุดังกล่าวทำให้อาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำตังส่ง รพ.บันนังสตา เป็นการด่วนแล้ว

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหัวสะพาน ห่างจากโรงเรียนบ้านเจาะบันตัง ประมาณ 50 เมตร พบเศษชิ้นส่วน และสะเก็ดระเบิด และวงจรไฟฟ้าตกกระจายอยู่ในที่เกิดเหตุ สันนิษฐานในเบื้องต้น คาดว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม บรรจุอยู่ภายในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนของวงจรไฟฟ้าอยู่ในที่เกิดเหตุ

ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ อาสาสมัครทหารพรานไชวัฒน์ สุขประเสริฐ อายุ 24 ปี สังกัด ร้อย ทพ.3311 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ถูกสะเกิดระเบิดที่บริเวณแขน ข้อมือขวา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ทหารพรานชุดดังกล่าว มีจำนวน 9 นาย สังกัดร้อย ทพ.3311 หน่วยเฉพาะกิจกรมททหารพรานที่ 33 ได้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงเรียนบ้านเจาะบันตัง โดยในช่วงเช้า และช่วงบ่ายจะเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่ครู และนักเรียน ซึ่งขณะเกิดเหตุได้เดินเท้าลาดตระเวนกลับฐานปฏิบัติการ เมื่อถึงที่เกิดเหตุก็ได้เกิดระเบิดขึ้น จนทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

www.manager.

โจรใต้ลอบเผากล้องวงจรปิด 26 ตัวที่ปัตตานี ส่อมีแผนก่อการช่วงปีใหม่

22 ธันวาคม 2555 14:49 น.

ปัตตานี - โจรใต้ลอบเผากล้องวงจรปิดเสียหายจนใช้การไม่ได้ 26 ตัว ที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เชื่อเป็นแผนตัดการเก็บหลักฐานเตรียมก่อเหตุใหญ่ช่วงปีใหม่

เช้าวันนี้ (22 ธค.) พ.ต.อ.จีรเศรษฐ์ ดาวเงินตระกูล ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานีเข้าตรวจสอบความเสียหายของกล่องวงจรปิด (CCTV) ได้รับความเสียหาย จำนวน 26 ตัว จากการลอบวางเพลิง 3 จุด ในพื้นที่ตำบลตะบิ้ง อ.สายบุรี ได้แก่ จุดแรกเหตุเกิดภายในหมู่บ้านเจาะกือแย ม.3 ได้รับความเสียหาย 19 ตัว จุดที่สอง บริเวณถนนทางหลวงสาย 42 ปัตตานี-ยะลา ซึ่งเป็นบริเวณจุดกลับรถหน้าปั๊มน้ำมันหลอด ม.3 บ้านเจาะกือแย จำนวน 5 ตัว และบริเวณสี่แยก ม.1 บ้านตะบิ้ง จำนวน 2 ตัว

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบเศษยางในรถจักรยานยนต์ที่ถูกเผามาแล้ว เศษผ้าที่ชุบน้ำมันเบนซิน ไม้ไผ่ และขวดน้ำอัดลมมีคราบน้ำมันเบนซินอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนประเด็นสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ เพื่อมุ่งหวังจะทำลายทิ้ง หลังจากที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถควบคุม และจับกุมผู้ต้องหาคดีความมั่นคงจากเบาะแสของกล่องวงจรปิด ซึ่งเป็นไปได้ที่คนร้ายอาจมีการเตรียมแผนการก่อร้ายที่รุนแรงเพิ่มขึ้นในพื้นที่ ตามข้อมูลของแหล่งข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่ระบุว่า อาจมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่หลังปีใหม่นี้

www.manager.

ถามหาไทยพุทธก่อนเผา อบต.บาเจาะ – ปาบึ้มร้านค้าอ้างแก้แค้นยิงร้านน้ำชา

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2012 เวลา 10:55 น.

ใต้ระอุปมตอกลิ่มสองศาสนา กลุ่มคนร้ายบุก อบต.บาเจาะ ถามหาเจ้าหน้าที่ไทยพุทธ โชคดีไม่อยู่ในสำนักงาน แต่ยังไม่พ้น เจอเผาอาคารวอดทั้งหลัง ส่วนที่ยะลาปาบึ้มร้านค้าชาวบ้านไทยพุทธแถมยิงถล่มซ้ำ ทิ้งใบปลิวอ้างแก้แค้นเหตุกราดยิงร้านน้ำชาที่นราธิวาส ด้านแม่ทัพภาค 4 ลงพื้นที่ อ.รามัน ถกผู้นำ 4 เสาหลัก เผยเสนอ 4 ปัญหาให้รัฐเร่งแก้

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียดและเกิดเหตุรุนแรงขึ้นรายวัน แม้จะเป็นช่วงใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แล้วก็ตาม โดยเมื่อเวลา 12.05 น.วันพฤหัสบดีที่ 21 ธ.ค.2555 คนร้ายจำนวนประมาณ 7-8 คนได้บุกเข้าไปบริเวณที่ทำการสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บาเจาะหลังเก่า ตั้งอยู่ที่บ้านดูกู หมู่ 3 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบชนิดและขนาดยิงขึ้นฟ้า 1 นัด แล้ววางเพลิงเผาอาคารจนวอดหมดทั้งหลัง

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้สนธิกำลังรุดไปตรวจสอบ และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ประจำ อบต.บาเจาะ จนทราบว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงพักเที่ยง เจ้าหน้าที่กำลังจะออกไปรับประทานอาหารกลางวัน จังหวะนั้นกลุ่มคนร้ายก็ได้บุกเข้ามา และบอกให้เจ้าหน้าที่ที่เป็นมุสลิมออกไปนอกที่ทำการ อบต. พร้อมกับสั่งว่าใครที่มีของมีค่าให้นำออกมาให้หมด

นอกจากนั้นคนร้ายยังสอบถามอีกว่าเจ้าหน้าที่ไทยพุทธที่ทำงานอยู่ที่นี่อยู่หรือไม่ ปลัด อบต.ตอบไปว่าไม่อยู่ คนร้ายจึงยิงปืนขึ้นฟ้าบริเวณด้านหลังสำนักงาน อบต. ก่อนช่วยกันเทน้ำมันเบนซินบนสำนักงานแล้วจุดไฟเผา ทำให้อาคารสำนักงาน อบต.วอดหมดทั้งหลัง แล้วพากันหลบหนีไป อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด

ปาระเบิดร้านไทยพุทธอ้างแก้แค้นยิงร้านน้ำชานราฯ

เวลา 19.20 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ขี่รถไปจอดตรงข้ามร้านขายของชำและอาหารของ นางเพ็ญศรี สังข์กุล ริมถนนสายยะลา-บ้านเนียง เลขที่ 61/1 หมู่ 1 บ้านท่าสาป ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา จากนั้นคนร้ายได้ปาระเบิดเข้าไปในร้านจนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น และใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงซ้ำ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

จังหวะนั้นเอง เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ในละแวกดังกล่าว ได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงต่อสู้กับคนร้ายหลายนัด ทำให้คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางบ้านลิมุด ต.ท่าสาป

ต่อมา พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (ผบก.ภ.จว.ยะลา) พร้อมด้วย พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผู้กำกับการ สภ.เมืองยะลา ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบเศษสะเก็ดระเบิดกระจายเกลื่อน และยังมีใบปลิวทิ้งไว้ เขียนข้อความอ้างว่าเป็นการแก้แค้นให้กับเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงร้านน้ำชาของพี่น้องมุสลิมที่บ้านบาดามูเวาะห์ ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันอังคารที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย หนึ่งในนั้นเป็นทารกวัยแค่ 11 เดือน

ยิงรายวันทหารดับ-ภรรยาสาหัส

สำหรับเหตุรุนแรงอื่นๆ ตลอดวันพฤหัสบดีที่ 20 ธ.ค.ยังคงมีอีกหลายเหตุการณ์ โดยเมื่อเวลา 14.55 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลูกซองยิง นายยูไฮดี เจ๊ะนิ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 2 ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะที่นายยูไฮดีกำลังนั่งอยู่ในขนำ (กระท่อม) หลังบ้านของตนเองซึ่งอยู่ในสวนยางพารา เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เวลาประมาณ 14.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และปืน ปสบ.87 หรือปืนคาร์บิน ยิง ส.อ.สุทัศน์ เบ็นระเหม อายุ 52 ปี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4204 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 อยู่บ้านเลขที่ 17 บ้านช้างให้ หมู่ 3 ต.คลองกวาง อ.นาทวี เสียชีวิตคาที่ และ นางสุทีป เพชรจันทร์ อายุ 37 ปี ภรรยา ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะที่ ส.อ.สุทัศน์ ขับรถกระบะส่วนตัวยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีขาว ป้ายแดง กำลังกลับเข้าบ้าน โดยมี นางสุทีป นั่งมาด้วย แต่ระหว่างทางถูกคนร้ายดักยิงจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง แต่ให้น้ำหนักไปที่เรื่องส่วนตัวและความขัดแย้งเกี่ยวกับมรดก

แม่ทัพภาค 4 ถกผู้นำ 4 เสาหลัก "รามัน"

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพุธที่ 19 ธ.ค.ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอรามัน จ.ยะลา พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมคณะ ได้ร่วมเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นจากผู้นำ 4 เสาหลักในพื้นที่ อ.รามัน ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำศาสนา ตลอดจนผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และเครือข่ายภาคประชาชนจากท้องที่ 16 ตำบลเข้าร่วมอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ ตัวแทนผู้นำ 4 เสาหลักได้เสนอปัญหาในพื้นที่ 4 ประการ ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาความมั่นคง 2.การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 3.ปัญหาเรื่องสาธารณูปโภค และ 4.ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด จึงขอให้ทางการช่วยแก้ไขอย่างจริงจัง

ขณะที่ พล.ท.อุดมชัย ได้ขอให้ผู้นำ 4 เสาหลักช่วยเหลือภาครัฐตามนโยบาย "พาคนกลับบ้าน" และดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เพราะผู้นำ 4 เสาหลักมีข้อมูลระดับพื้นที่มากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐ และสามารถทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ได้ดีกว่า

www.isranews.

บอมบ์รถหุ้มเกราะทหารเจ็บอีก 6 รับนายกฯ นำคณะค้างแรมชายแดนใต้

14 ธันวาคม 2555 11:48 น.

นราธิวาส - โจรใต้ยังปฏิบัติการอุกอาจรับคณะ “ปูแดง” ค้างแรมในพื้นที่เป็นวันที่ 2 เมื่อช่วงเช้าลอบวางระเบิดรถยนต์หุ้มเกราะวีวาที่นราฯ มีทหารเจ็บเพิ่มอีก 6 นาย

วันนี้ (14 ธ.ค.) เวลา 08.15 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มลอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 30-40 กก. บรรจุใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้ม แล้วฝังไว้กลางถนนบริเวณสะพานบ้านไอปาแย หมู่ 8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดยได้กดชนวนระเบิดขึ้นขณะที่รถยนต์หุ้มเกราะวีวาของทหารสังกัดร้อยทหารพรานที่ 4808 กรมทหารพราน 48 โดยมี ส.อ.อับดุลรอฮิม ยามา เป็นหัวหน้าชุด นำกำลังเจ้าหน้าที่รวม 6 นาย ผ่านเพื่อลาดตระเวนตามปกติตามถนนสายดังกล่าว แรงระเบิดทำให้รถวีวาได้รับความเสียหาย และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บรวม 6 นาย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ได้ยิงตอบโต้กับคนร้ายจนคนร้ายล่าถอยไป

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่คาดว่า คนร้ายน่าจะเฝ้าดูอยู่ใกล้ๆ โดยลากสายไฟฟ้ายาวประมาณ 70 เมตร เข้าไปในป่าสวนยางพาราต่อกับแบตเตอรี่ เมื่อเจ้าหน้าที่ผ่านจึงกดระเบิดขึ้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยึดปลอกกระสุนปืนอาก้า และเอ็ม 16 กว่า 100 ปลอก สายไฟฟ้าสีขาว-เขียว เศษชิ้นส่วนระเบิดไว้เป็นหลักฐาน

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.เจาะไอร้อง จำนวน 6 นาย ประกอบด้วย

1.ส.อ.อับดุลรอฮิม ยามา หัวหน้าชุด

2.ส.อ.อมรศักดิ์ ขันเรือน ตำแหน่ง พลขับรถหุ้มเกราะ

3.อส.ทพ.ตั้งพงศ์ พาพันธ์

4.อส.ทพ.ชูวิทย์ จันพิศ

5.อส.ทพ.สุมน สมเจตนา

และ 6.อส.ทพ.สมชาย วาดพงศ์พันธ์

www.manager.

ตายเพิ่มอีก 1 เหตุคนร้ายกราดยิงร้านน้ำชานราฯ รวมตาย 4 เจ็บ 4

11 ธันวาคม 2555 13:31 น.

นราธิวาส - เหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงร้านน้ำชา อ.ระแงะ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ รวมเสียชีวิต 4 บาดเจ็บ 4

จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรระแงะรับแจ้งเหตุ มีคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่ร้านน้ำชา เลขที่ 92/2 บ้านดามาบูเวาะ ม.2 ต.ตันหยงลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 07.20 น.วันนี้ (11 ธ.ค.) หลังรับแจ้งเข้าตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนอา ก้า และเอ็ม 16 กว่า 50 ปลอกตกในที่เกิดเหตุ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ทำให้ลูกค้าในร้านน้ำชาได้รับบาดเจ็บจำนวนรวม 4 ราย และเสียชีวิต 3 รายนั้น ล่าสุด เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย

ซึ่งรายชื่อผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย นายซอบรี เลาะ อายุ 23 ปี ด.ญ.อินฟานี สาเมาะ อายุ 11 เดือน นายปะเงาะ นิแม อายุ 76 ปี น.ส.นิสบะห์ มูซอ อายุ 25 ปี (เสียชีวิตคนล่าสุดที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์)

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย นายต่วนมา ตีงี อายุ 61 ปี ด.ช.มูฮัมหมัดดัรวิสฮากีมี แยนา อายุ 10 ปี นางสีตีรอหิมะ มามะ อายุ 70 ปี และนายฮามีซี เจ๊ะโด ขณะนี้ทั้งหมดนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

www.manager.

30 คนร้ายบุกปล้นฐาน อส.ปัตตานี ชิงปืนสงคราม 5 กระบอก ล่าสุด ส่ง จนท.กว่า 200 นายไล่ล่าแล้ว

7 ธันวาคม 2555 11:06 น.

ปัตตานี - กลุ่มคนร้ายร่วม 30 คน บุกจู่โจมฐานปฏิบัติการ อส.ใน อ.กะพ้อ จับเจ้าหน้าที่มัดมือเท้าเอาปืนจ่อหัวข่มขู่ไม่ให้ขอกำลังสนับสนุน ก่อนปล้นปืนสงคราม 5 กระบอก พร้อมเสื้อเกราะ และวิทยุสื่อสาร ล่าสุด เจ้าหน้าที่กว่า 200 นายเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว เชื่อว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุน่าจะเป็นคนในพื้นที่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (7 ธ.ค.) พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ปริวรรต์ ขวัญมานิจ ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี นำเจ้าหน้าที่วิทยาการ พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบหาหลักฐานบริเวณฐานปฏิบัติการอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.กะพ้อ ตั้งอยู่ติดกำแพงโรงเรียนบ้านกะรุบี ม.1 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 05.30 น. ได้มีคนร้ายประมาณ 30 คน ปกปิดใบหน้าพร้อมอาวุธปืนครบมือบุกเข้าปิดล้อมฐาน และโรงเรียน

โดยกลุ่มคนร้ายได้บุกเข้าไปจับกุมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนจำนวน 5 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าเวรยามดูแลความปลอดภัยโรงเรียนดังกล่าว มัดมือมัดเท้า และปิดปาก พร้อมกับเอาปืนจ่อหัวข่มขู่ห้ามขอความช่วยเหลือ ก่อนจะรื้นค้นภายในฐาน ได้อาวุธปืนอาก้า จำนวน 4 กระบอก ปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก เสื้อเกราะ จำนวน 5 ตัว วิทยุสื่อสาร จำนวน 1 เครื่อง และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงกระจายกันหลบหนี

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่า ฐานดังกล่าวสร้างด้วยอาคารคอนกรีตชั้นเดียว และมีป้อมปราการสูง 3 เมตร มีบังเกอร์ และตาข่ายปิดรอบฐานอย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่พบรอยเท้าของคนร้ายจำนวนมาก และพบผ้าเทป สายรัดมือที่คนร้ายใช้มัด อส.ตกอยู่บนป้อมปราการจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

อาสาสมัครรักษาดินแดนนายหนึ่งเปิดเผยว่า ขณะที่ตนกับเพื่อนอีก 4 คน โดยมีนายมาหามะ เด็งโด อายุ 50 ปี เป็นหัวหน้าชุด กำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยโรงเรียน ตนกับเพื่อน 2 คนอยู่ที่ป้อม ที่เหลือกระจายกำลังดูแลรอบๆ โรงเรียน ปรากฏว่า ได้มีคนร้ายมากกว่า 20 คน กระจายกำลังบุกเข้ามาอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถตั้งรับ หรือต่อสู้ได้ โดยคนร้ายจับทุกคนมารวมกันแล้วมัดมือมัดเท้าเอาปืนจ่อหัวขู่ว่าจะยิงให้ตายถ้าส่งเสียง จากนั้นคนร้ายรื้อค้นปล้นอาวุธปืนซึ่งใช้เวลาเพียง 15 นาทีก่อนจะหลบหนีไป ตนกับเพื่อนพยายามแก้มัด จากนั้นจึงใช้พรุส่องแสงยิงขึ้นฟ้าเพื่อขอกำลังสนับสนุนช่วยเหลือ

ด้าน พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี และพล.ต.ธวัช สุกปลั่ง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี สั่งการให้หน่วยกำลังกว่า 200 นายเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 500 เมตร ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุน่าจะเป็นคนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง ขณะที่อาสาสมัครรักษาดินแดน 5 นายที่ประสบเหตุนั้น ได้นำตัวไปสอบปากคำหาข้อมูลคนร้ายซึ่งน่าจะรู้ตัวในไม่ช้า เนื่องจากคนร้ายบางคนไม่ปิดใบหน้า แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอพยานหลักฐานก่อนจะนำกำลังไปจับกุม ส่วนอาวุธปืนที่คนร้ายปล้นไปคาดว่าน่าจะนำไปก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

www.manager.

โจรใต้ลอบบึ้ม ฉก.ปัตตานี 26 หัวหน้าชุดดับ 1 ที่เหลือบาดเจ็บ 5

30 พฤศจิกายน 2555 22:17 น.

ปัตตานี - ด่วน!! เกิดเหตุระเบิดชุดลาดตะเวนทหารปืนเล็กที่ 4 ฉก.ปัตตานี 26 โดยมีหัวหน้าชุดเสียชีวิต 1 นาย ที่เหลือบาดเจ็บ 5 นายถูกนำส่งโรงพยาบาล อ.ไม้แก่นแล้ว

วันนี้ (30 พ.ย.) เวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี รับแจ้งได้เกิดเหตุระเบิดบนถนนสาย 4136 ม.4 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารปืนเล็กที่ 4 ฉก.ปัตตานี 26 เสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 5 นาย โดยผู้เสียชีวิตคือ จ.อ.สายเพชร จันทร์กระจ่าง อายุ 39 ปี หัวหน้าชุด

โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวจำนวน 6 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่เยี่ยมชุดรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ปรากกว่าได้เกิดระเบิดขึ้น คนร้ายได้วางระเบิดแสวงเครื่องซุกใต้ผิวถนน กดชนวนด้วยการลากสายไฟ แรงระเบิดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 และบาดเจ็บ 5 ซึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลไม้แก่นแล้ว

สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บ 5 นาย ประกอบด้วย

1. จ.อ.อำพร อุภัยชีวะ อายุ 36 ปี

2. พลฯ ธนชัย อุปะมะนัย

3. พลฯ เสกสรร อ่อนตาแสง

4. พลฯ ประครอง โศภา

และ 5. พลฯ รีดูวัน เจะมามะ

www.manager.

กดบึ้มดักทำร้ายหน่วยข่าวทหาร จนท.ชลประทานโดนลูกหลงเจ็บ 2

26 พฤศจิกายน 2555 15:59 น.

นราธิวาส - ซุกบึ้มใต้เพิงขายน้ำมันเถื่อนใน อ.ตากใบ ดักปลิดชีพหน่วยการข่าวของทหารขณะขับรถผ่าน เจ้าหน้าที่ชลประทานถูกลูกหลงแทน เจ็บเล็กน้อย 2 ราย

เมื่อเวลา 09.20 น. วันนี้ (26 พ.ย.) พ.ต.อ.เสน่ห์ จรรยาสถิต ผกก.สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดทหารชุดการข่าว สังกัดร้อย ร.19111 ฉก.นราธิวาส 36 ริมถนนสายนราธิวาส-ตากใบ ช่วงบริเวณทางเข้าบ่อดินบ้านศาลาเชือก ม.6 ต.ศาลาใหม่ ซึ่งห่างจากจุดตรวจไพรวัน ประมาณ 900 เมตร จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันทร์ดี รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบที่บริเวณใต้เพิงไม้ไผ่สำหรับวางจำหน่ายน้ำมันขวดซึ่งเป็นน้ำมันเถื่อน มีหลุมลึก 3 ฟุต กว้าง 4 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโมที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพงหญ้ารกทึบริมทาง ส่วนเพิงไม้ไผ่สำหรับวางจำหน่ายน้ำมันขวดนั้นถูกอานุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายทั้งหลัง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบรถยนต์จี๊ปซึ่งเป็นของเจ้าหน้าที่ทหาร จอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร ถูกอานุภาพระเบิดได้รับความเสียหายที่ตัวถังด้านซ้าย และมีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน กค 6308 นราธิวาส ซึ่งอยู่ในสภาพกระจกหน้าแตก ฝากระโปรงถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน หม้อน้ำ และล้อหน้าขวาแตก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวนำระเบิดแสวงเครื่องไปซุกไว้ใต้เพิงไม้ไผ่ที่วางจำหน่ายน้ำมันขวดของชาวบ้าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทหารชุดการข่าวซึ่งกลับจากประชุมด้านการข่าวที่ฐานปฏิบัติการทหารภายในวัดคลองไหล ต.ไพรวัน ขับและนั่งรถยนต์จี๊ปของสังกัดผ่านมา โดยมีรถยนต์กระบะของนายสมชาย รัตนรัตติยา อายุ 46 ปี และนายสุวรรณเวศน์ ลิ่มทวีกูล อายุ 56 ปี ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นเจ้าหน้าที่ชลประทานมูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก ขับตามหลัง คนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้จนเกิดระเบิดขึ้น ในขณะรถยนต์กระบะของทหาร และชาวบ้านขับตามกันมา

ทำให้รถยนต์ของทหาร และเจ้าหน้าที่ชลประทานมูโน๊ะได้รับความเสียหายดังกล่าว นอกจากนี้ นายสมชาย และนายสุวรรณเวศน์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยด้วย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

www.manager.

ซุกบึ้ม 20 กก.กลางถนน รถทหารปัตตานีวิ่งผ่านเจ็บ 2 นาย

21 พฤศจิกายน 2555 18:19 น.

ปัตตานี - คนร้ายกดระเบิด 20 กก.ที่ฝังกลางถนน หวังสังหารเจ้าหน้าที่ที่สัญจรผ่าน โชคดีที่รถขับเลยจุดศูนย์กลางราว 3 เมตร แต่ก็ยังทำให้ทหารถูกแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

วันนี้ (21 พ.ย.) เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบนถนนสายนาเกตุ-บาซาเอ ม.6 ต.นาเกตุ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก. ทราบแล้วนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด

เมื่อไปถึง พบเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 6 นาย กำลังยืนคุมพื้นที่หลังเกิดเหตุระเบิด และมีทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นายจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ทราบชื่อ พลฯ ธีรศักดิ์ แก้วขาว พลฯ อนันต์ ฟองมณี ทั้งสองมีอาการแน่นหน้าอกจากแรงระเบิด

และจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดกว้าง 2.5 เมตร ลึก 50 ซม.มีสายไฟลากยาว 200 เมตรเข้าไปในป่า มีชิ้นส่วนถังเคมีดับเพลิง และชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ ห่างกันประมาณ 50 เมตร พบรถยนต์กระบะมีหลังคาด้านหลัง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บท 1867 ปัตตานี สภาพถูกแรงระเบิดจนได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้า และด้านซ้ายของตัวรถ

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังทหารจำนวน 6 นาย สังกัดร้อย ร.2513 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 เดินทางออกจากฐานเพื่อลาดตระเวรดูแลเส้นทาง ปรากฏว่า มาถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้ายกดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 20 กก.ฝังไว้ใต้ถนน แรงระเบิดทำให้เกิดเสียงดังสนั่นจนชาวบ้านละแวกที่เกิดเหตุตกใจ แต่โชคดีที่รถยนต์เจ้าหน้าที่ขับกลางถนน และได้เกิดระเบิดก่อนจะถึงเพียง 3 เมตร เจ้าหน้าที่จึงรีบเร่งเครื่องหนีห่างจากจุดระเบิด ก่อนที่จะออกมาใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้าไปในป่าจุดที่คนร้ายซุ่มอยู่ จากนั้นจึงขอกำลังสนับสนุนไล่ล่าคนร้ายและปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ เชื่อคนร้ายหมายสังหารหมู่เจ้าหน้าที่โดยวางแผนมาก่อนล่วงหน้าเพื่อสร้างสถานการณ์

www.manager.

รือเสาะป่วนอีก! บึ้มชุด รปภ.ครู พลทหารเจ็บ 2 ชาวบ้านโดนลูกหลง 1

21 พฤศจิกายน 2555 13:15 น.

นราธิวาส - รือเสาะป่วนอีก! คนร้ายลอบบึ้มชุด รปภ.ครู ขณะเดินเท้าลาดตระเวนเส้นทาง พลทหารเจ็บ 2 ชาวบ้านโดนลูกหลงอีก 1 ทั้งหมดอาการปลอดภัยแล้ว

เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้ (21 พ.ย.) ร.ต.ท.วันชัย รักบุญเมือง ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู ลาดตระเวนเส้นทางสังกัดร้อย ร.15123 ฉก.นราธิวาส 30 เหตุเกิดริมถนนภายในหมู่บ้านดือแย ม.4 ต.สาวอ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บอีก 1 ราย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ดุลยมาน แยนา ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สส.ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ท.นัฐวิทย์ วันเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบที่ริมถนนมีหลุมลึก 12 นิ้ว กว้าง 6 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องแบบเคโม ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน และพงหญ้าริมทาง นอกจากนี้ ยังมีกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อนทหาร และชาวบ้านได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขา แขน และใบหน้า อาการไม่สาหัสมากนัก ทราบชื่อคือ 1.พลทหารอนันต์ ไหมจุ๋ย 2.พลทหารสุวัฒน์ชัย การถาง และ 3. นายตูไวยาโก๊ะ มือด๊ะ อายุ 53 ปี

จากการสอบสวน ส.อ.อนุชา กาญจนเพ็ญ หัวหน้าชุด ร้อย ร.15123 ฉก.นราธิวาส 30 ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ระดมกำลังรวม 11 นาย เดินเท้าลาดตระเวนเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางให้คณะครูโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ใช้เป็นเส้นทางเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ตามกิจวัตรประจำวัน เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ และใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปฝังไว้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่เจ้าหน้าที่เดินผ่าน ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และชาวบ้านที่เดินผ่านมาถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้แก่เจ้าหน้าที่

www.manager.

โจรใต้เหิมวางระเบิด 100 กก.ขบวนรถไฟพังยับ ตาย 1 เจ็บ 16 ที่นราธิวาส ดูวีดีโอประกอบจากโจรใต้เหิมวางระเบิด 100 กก.ขบวนรถไฟพังยับ ตาย 1 เจ็บ 16 ที่นราธิวาส

18 พฤศจิกายน 2555 12:01 น.

นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดน้ำหนัก 100 กก.ขบวนรถไฟที่ 453 วิ่งต้นทางจากยะลา จดปลายทางสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก เป็นเหตุให้ อส.เสียชีวิต 1 นาย และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 16 ราย คาดคนร้ายต้องการแสดงศักยภาพต่อเนื่อง ช่วงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เยือนประเทศไทย

เมื่อเวลา 07.20 น. วันนี้ (18 พ.ย.) ร.ต.ท.ศรีธนน สำลี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวางระเบิดขบวนรถไฟที่ 453 วิ่งต้นทางจากยะลา จดปลายทางสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1075 ซึ่งห่างจากสถานีรถไฟสโลว์บูกิตยือแร ม.9 ต.รือเสาะ ประมาณ 1 กม.ทำให้รถไฟตกราง และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 16 ราย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ดุลยมาน แยนา ผกก.สภ.รือเสาะ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบขบวนรถไฟดังกล่าวจอดเสียหลักอยู่ และชาวบ้านได้ช่วยกันอุ้ม และประคองผู้ได้รับบาดเจ็บลงจากขบวนรถไฟ เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บลำเลียงส่งโรงพยาบาลรือเสาะกันอย่างเร่งด่วน และพบศพผู้เสียชีวิตภายในโบกี้ที่ 7 ซึ่งเป็นห้องการ์ด นอนจมกองเลือดอยู่ในสภาพแขนซ้ายขาด ที่ถูกทับด้วยซากชิ้นส่วนของตู้รถไฟ ทราบชื่อ คือ อส.พนากร ชุ่นแก้ว สังกัดกองร้อยบังคับการ และบริการส่วนหน้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำศพส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง

นอกจากนี้ โบกี้ที่ 7 ซึ่งถูกแรงอัดของอานุภาพระเบิดส่งผลทำให้โบกี้ทั้งโบกี้ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ ต่อมา เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบหลุมระเบิด ซึ่งห่างจากโบกี้ที่ 8 ซึ่งเป็นโบกี้สุดท้าย ประมาณ 200 เมตร พบรางรถไฟถูกแรงอัดของอานุภาพระเบิดจนโค้งงอ และมีหลุมลึก 1.5 เมตร กว้าง 3 เมตร และพบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนัก 100 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้ายาวเข้าไปในดงสาคู ยาวประมาณ 50 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลทราบชื่อ คือ

1.อส.วินัย พงค์คูณ ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

2.อส.เชาวณิต ชูประวัติ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

3.อส.ประสาน ชาตรี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

4.ส.ต.อ.พิเชษฐ์ ทิพย์วารี อายุ 28 ปี ได้รับบาดเจ็บ

5.ด.ต.ยงยุทธ กังวัตร์ อายุ 43 ปี ได้รับบาดเจ็บ

6.ด.ช.มะเปาซี ดาโอะ อายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

7.นายสามารถ แก้วประสิทธิ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บ

8.ด.ช.มะเพาซัน ดาโอะ ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

9.นายสุขสวัสดิ์ เรืองนาม อายุ 47 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

10.นายสุกรี กรูแป อายุ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

11.นายกำพล หน่อแก้ว ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

12.ด.ช.อัซรอน หะยีอาแซ อายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บ

13.นายโชคดี พรหมจันทร์ อายุ 53 ปี ได้รับบาดเจ็บ

14.นายวัชระ อินจำปา อายุ 44 ปี ได้รับบาดเจ็บ

15.นางรอกายะ กามาเซะ อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บ

16.นายอุทัย สังข์ผล อายุ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่งต่อ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อเวลา 07.10 น.หลังจากขบวนรถไฟสายดังกล่าวแล่นออกจากสถานีรถไฟรือเสาะ ไปประมาณ 10 นาที โดยขบวนรถไฟสายดังกล่าวได้จอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีรถไฟสโลว์บูกิตยือแร และวิ่งออกจากสถานีรถไฟได้ประมาณ 1 กม.ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในกอสาคูริมทางรถไฟ และได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปฝังไว้กลางรางรถไฟ จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ในระหว่างที่ขบวนรถไฟโบกี้ที่ 7 ซึ่งเป็นห้องการ์ดแล่นผ่าน แรงระเบิดส่งผลทำให้อานุภาพของระเบิดทะลุทะลวงสู่ภายในโบกี้ ทำให้ อส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำขบวนรถไฟที่นั่งอยู่ถูกอานุภาพของระเบิดเสียชีวิตคาที่ และได้รับบาดเจ็บ

และขบวนรถไฟได้ตกรางห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 200 เมตร หลังจากนั้น ชาวบ้านที่ใช้บริการขบวนรถไฟสายดังกล่าวได้พากันหวีดร้อง และพยายามที่จะช่วยเหลือตัวเองลงจากขบวนรถไฟ เกรงกลุ่มคนร้ายจะยิงถล่มซ้ำ

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ส่งผลทำให้ขบวนรถไฟที่วิ่งขาขึ้น และขาล่องจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จดปลายทางสถานีรถไฟต่างๆ ทั้ง ยะลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช หาดใหญ่ พัทลุง และหัวลำโพง จำนวนทั้งสิ้น 14 ขบวน ไม่สามารถเดินทางสู่สถานีรถไฟสุไหงโก-ลกได้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่การรถไฟนำเครื่องมือกลหนักมาทำการเก็บกู้ขบวนรถไฟ รวมทั้งซ่อมแซมรางรถไฟซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาในการเก็บกู้นานกว่า 2-3 วัน จึงจะสามารถวิ่งตามปกติได้

ส่วนสาเหตุคนร้ายวางระเบิดในครั้งเชื่อว่า คนร้ายพยายามแสดงศักยภาพต่อเนื่อง ทั้งคาร์บอมบ์ที่ จ.ยะลา และระเบิดรถไฟที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ช่วงที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เยือนประเทศไทย

www.manager.

ผู้บาดเจ็บเหตุระเบิด จยย.บอมบ์ยะลาพุ่งเป็น 33 ราย เชื่อฝีมือแนวร่วม 2 กลุ่มรวมหัวก่อเหตุ

17 พฤศจิกายน 2555 14:53 น.

ยะลา - ผู้บาดเจ็บเหตุระเบิด จยย.บอมบ์กลางเมืองยะลาพุ่งเป็น 33 ราย พักรักษาตัวที่ รพ.ยะลา 10 ราย ส่วนที่เหลือแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ จนท.เตรียมแกะรอยคนร้ายจาก CCTV หน่วยข่าวเชื่อเป็นฝีมือ “ฮาซัน มูซอดี” ร่วมมือกับ “นายสาอูดี สตาปอ”

วันนี้ (17 พ.ย.) ความคืบหน้าจากเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์บอมบ์กลางเมืองยะลา เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมซักถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายพรศักดิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ เจ้าของร้านชัยเจริญอะไหล่ และนายบุญเยี่ยม ตันชัชวาล เจ้าของร้านแสงไทยโลหะกิจ ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดย พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกล่าวให้กำลังใจ

พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุก็ต้องสร้างความเข้าใจให้แก่พี่น้องที่ได้รับผลกระทบ และช่วยเหลือเยียวยาโดยเร็ว โดยเฉพาะสถาบันทางการเงินต่างๆ ก็ควรที่จะช่วยดูแล และช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ด้วย คนกลุ่มนี้ก็คงจะไม่หนีไปไหน เขาเรียกร้องให้มีวันสต็อป เซอร์วิสในการช่วยเหลือ เพื่อที่จะได้ฟื้นฟูธุรกิจ

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาระบุว่า ที่ผ่านมา เราก็มีการระวังเต็มพื้นที่แล้วแต่ก็พบว่ามีจุดอ่อน และมีช่องโหว่ให้สามารถเข้ามาทำร้ายพี่น้องประชาชนได้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ขอยอมรับจะปรับปรุงแก้ไข และต่อสู้ต่อไป ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารก็ได้ลงพื้นที่ปิดล้อมบ้านเป้าหมายที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุใช้กบดาน แต่ก็ยังไม่พบเป้าหมาย ส่วนกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุนั้นสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ รวมทั้งเส้นทางที่คนร้ายใช้กล้องสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งหมด ก็คงจะต้องตรวจสอบ และขยายผลต่อไป

มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุในเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่กลุ่มของนายฮาซัน มูซอดี แกนนำก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการในพื้นที่ อ.เมือง และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของนายสาอูดี สตาปอ มือประกอบระเบิดที่รับผิดชอบการลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.ยะหา ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายทั้ง 2 กลุ่มรวมตัวกันเพื่อปฏิบัติการในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม จะนำภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบอีกครั้ง

ซึ่งในเบื้องต้น จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจำนวนหลายตัว พบว่าสามารถบันทึกภาพของกลุ่มคนร้ายที่นำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันที่ประกอบระเบิดมาจอดไว้หน้าร้านแสงไทยที่เกิดเหตุ ตั้งแต่เส้นทางที่ใช้สัญจรมาจากวัดยะลาธรรมมาราม ลอดใต้สะพานรถไปผ่านหน้าสถานีรถไฟ ตรงไปถนนสิโรรส และเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสิโรรส ก่อนจะยูเทิร์นกลับมาจอดหน้าร้านแสงไทย ส่วนคนร้ายที่มารับก็ขับตามมาจากทิศทางเดียวกัน ก่อนจะจอดรับคนร้ายที่นำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาก่อเหตุ และซ้อนท้ายมุ่งหน้าตรงไปยังถนนพาดรถไฟ จากนั้นเลี้ยวเข้าไปในตลาด และหายไปจากภาพ

สำหรับผู้ที่เสียชีวิตทราบชื่อแล้วคือ น.ส.พรรณี ศิรินทร์วรเวทย์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/42 หมู่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 33 ราย ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลยะลาให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลา จำนวน 10 ราย ส่วนที่เหลือให้กลับบ้านได้

www.manager.

"บัวแก้ว-ศอ.บต.-กอ.รมน."ร่วมวงถกโอไอซี นายกฯจ่อล่องใต้ 22 พ.ย.

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2012 เวลา 08:49 น.

ทีมข้าราชการไทย "บัวแก้ว-ศอ.บต.-กอ.รมน." ลัดฟ้าสู่ประเทศ "จิบูตี" ร่วมวงประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศโอไอซีครั้งที่ 39 คาดมีการนำเสนอรายงานการแก้ปัญหาไฟใต้หลังผู้แทนพิเศษเยือนไทยเมื่อเดือน พ.ค. ขณะที่ ผบ.ทบ.ไปยะลา ตรวจงานก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 410 สายใหม่ เตรียมพร้อมให้นายกฯลงพื้นที่ทำพิธีเปิด 22 พ.ย.นี้ ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ยังมีเหตุรุนแรงประปราย ยิงดับประธานชมรมอิหม่ามยะหาคารถ

วันที่ 15-17 พ.ย.2555 ตามเวลาในประเทศไทย มีการประชุมสภารัฐมนตรีต่างประเทศของโอไอซี (องค์การความร่วมมืออิสลาม) ครั้งที่ 39 ที่กรุงจิบูตี ประเทศจิบูตี หนึ่งในสมาชิกโอไอซีในทวีปแอฟริกา

ทั้งนี้ ได้มีคณะจากประเทศไทยเดินทางไปร่วมประชุมด้วยในฐานะผู้สังเกตการณ์ นำโดย นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมผู้แทนจากทุกหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นายณรงค์ ศศิธร อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา, นายปิยภักดิ์ ศรีเจริญ ผู้อำนวยการกองตะวันออกกลาง กระทรวงการต่างประเทศ, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ผู้แทนจุฬาราชมนตรี, นายดนัย มู่สา ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า)

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ คือ แนวทางการสนับสนุนการทำงานของทูตสันติภาพอาหรับ-ยูเอ็น (องค์การสหประชาชาติ) เพื่อยุติสถานการณ์นองเลือดในซีเรีย ปัญหาปาเลสไตน์ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ (อาระกัน) ของประเทศเมียนมาร์ โดยไม่มีวาระหลักเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ที่ชายแดนใต้อาจถูกหยิบยกขึ้นหารือในวาระที่เกี่ยวกับสถานการณ์โลกมุสลิม และอาจมีการรายงานผลการเดินทางเยือนประเทศไทยของ นายซาเยด คาสเซม เอล มาสรี ที่ปรึกษาและผู้แทนพิเศษของเลขาธิการโอไอซี ระหว่างวันที่ 7-12 พ.ค.2555 เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

อย่างไรก็ดี คณะผู้แทนจากประเทศไทยก็คาดหวังว่า รายงานฉบับดังกล่าวน่าจะมีแนวโน้มเป็นบวกกับไทย เพราะที่ปรึกษาและผู้แทนพิเศษของเลขาธิการโอไอซี ได้เคยออกแถลงการณ์หลังเสร็จสิ้นการเยือนประเทศไทยแสดงความพึงพอใจต่อความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมยืนยันไม่แทรกแซงไทย ไม่สนับสนุนแยกดินแดน และประณามผู้ก่อเหตุร้าย แต่ก็มีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษ โดยเฉพาะพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ในพื้นที่โดยเร็ว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวกับ "ทีมข่าวอิศรา" ก่อนเดินทางไปประเทศจิบูตีว่า คณะผู้แทนจากรัฐบาลไทยพร้อมชี้แจงทุกประเด็นหากมีการหยิบยกปัญหาภาคใต้ขึ้นมาหารือในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศโอไอซี และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่คณะผู้ไปร่วมประชุมมีตัวแทนจากทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานรัฐในการจัดการปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นเอกภาพ

ผบ.ทบ.ล่องใต้ตรวจถนนสาย 410 รับนายกฯเปิด 22 พ.ย.

วันพุธที่ 14 พ.ย.2555 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาของหน่วยกำลัง และเตรียมความพร้อมให้กับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดการเดินทางไปเปิดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 ช่วงสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลาง อ.ธารโต จ.ยะลา ในวันที่ 22 พ.ย.นี้

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประชุมกับผู้แทนทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง นำโดย พล.ท.อุดมชัย ธรรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาร 4) ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เสร็จแล้วได้เดินทางต่อไปยังวัดคูหาภิมุข หรือวัดหน้าถ้ำ หมู่ 1 ต.หน้าถ้ำ อ.เมืองยะลา และเข้านมัสการ พระครูอดุลนิคมเขต เจ้าอาวาสวัดคูหาภิมุข เพื่อถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และพบปะผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาในพื้นที่ จากนั้นได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 ช่วงสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลาง ต.แม่หวาด อ.ธารโต ที่ก่อสร้างใหม่และนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปทำพิธีเปิดด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ต้องสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น พร้อมสร้างกระบวนการสันติภาพ โดยให้โอกาสคนที่หลงผิดได้มีช่องทางกลับมาอยู่อย่างปกติสุข เพราะทุกคนคือคนไทย

ยิงประธานชมรมโต๊ะอิหม่ามยะหาเสียชีวิต

ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปราย โดยเมื่อวันพุธที่ 14 พ.ย.เวลา 12.20 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 11 มม.ประกบยิง นายอับดุลลาเต๊ะ โต๊ะเดร์ อายุ 50 ปี อิหม่ามประจำมัสยิดบ้านอุเบ็ง อ.ยะหา จ.ยะลา อยู่บ้านเลขที่ 100 บ้านฆอรอราแม หมู่ 4 ต.ปะแต อ.ยะหา เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะที่ นายอับดุลลาเต๊ะ กำลังขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บท 574 สงขลา อยู่บนทางหลวงหมายเลข 4070 (ยะหา-สะบ้าย้อย) ท้องที่หมู่ 3 ต.ยะหา อ.ยะหา

ทั้งนี้ นายอับดุลลาเต๊ะ นั้น นอกจากจะเป็นอิหม่ามประจำมัสยิดบ้านอุเบ็งแล้ว ยังเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และเป็นประธานชมรมโต๊ะอิหม่าม อ.ยะหา ด้วย เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารว่าเป็นปมขัดแย้งส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

รัวกระสุนดับชาวบ้าน-อาสาสมัครทหารพราน

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันอังคารที่ 13 พ.ย.เวลา 03.30 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนอาก้าประกบยิง นายแวสมาแอ สมาแอ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/2 บ้านมะแนลาแล หมู่ 8 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ ขณะขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน บต 1174 ปัตตานี เดินทางจากบ้านมือลอ หมู่ 7 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน โดยจุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณบริเวณสามแยกบ้านคอกวัว หมู่ 5 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ ทั้งนี้ เมื่อถูกประกบยิง รถของนายแวสมาแอได้เสียหลักพุ่งชนเก้าอี้และร่มของชาวบ้านข้างทาง จากนั้นคนร้ายยังตามมาจ่อยิงอีกชุดจนแน่ใจว่าเสียชีวิต แล้วจึงเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์หลบหนีไป เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

เวลา 16.30 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเช่นกัน ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ยิง อาสาสมัครทหารพรานซูกีพลี มะสะ อายุ 27 ปี สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 อยู่บ้านเลขที่ 42/3 หมู่ 7 ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดในท้องที่บ้านปาโอะ หมู่ 4 ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ขณะที่ อส.ทพ.ซูกีพลี กำลังขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สี่ประตู สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กบ 9967 ปัตตานี ออกสืบสวนหาข่าวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.สายบุรี เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ทำทีเป็นทหารจับชาวบ้านยิงทิ้ง

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบศพชายไม่ทราบชื่อถูกทิ้งบริเวณริมทางหลวงสาย 4060 ท้องที่บ้านสาวอฮีเล หมู่ 6 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสะมะแอ มะลี อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 5 ต.สาวอ อ.รือเสาะ สภาพศพถูกมัดมือไพล่หลัง และมีผ้าปิดปาก ถูกยิงด้วยอาวุธสงครามบริเวณลำตัว

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสะมะแอพร้อมภรรยาได้เดินทางไปกรีดยางพาราที่บ้านดือแย หมู่ 4 ต.สาวอ จากนั้นมีกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ทราบจำนวน แต่งกายด้วยชุดสีดำ สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ดักรออยู่ในสวนยาง แล้วใช้อาวุธปืนจี้บังคับนายสะมะแอขึ้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับหายไป ส่วนภรรยาของนายสะมะแอถูกทิ้งไว้ในสวนยางพารา โดยคนร้ายบอกภรรยาของนายสะมะแอว่า จะนำตัวไปส่งให้ทหารที่ฐานปฏิบัติการในพื้นที่ ต.สาวอ แต่ต่อมาถูกพบเป็นศพอยู่บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 4060 ดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบที่สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างความเข้าใจผิด

ดับหนุ่มวัยฉกรรจ์ขณะสร้างศาลา "ทำดีมีอาชีพ"

วันจันทร์ที่ 12 พ.ย.เวลา 17.30 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายฮับดุลรอฟา นิมอ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 บ้านตันหยง หมู่ 4 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดในสวนมะพร้าวภายในหมู่บ้านตันหยง หมู่ 4 ต.บาเระใต้ ขณะที่ นายฮับดุลรอฟา กำลังเดินเข้าไปในสวนเพื่อสร้างศาลาในโครงการทำดีมีอาชีพของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เวลา 20.20 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และปืนพกขนาด 9 มม.ยิง นายอาซีซี โต๊ะสรี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 บ้านสะบือแร หมู่ 4 ต.ละหาร อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะนายอาซีซีนั่งดื่มน้ำชาอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 77/1 บ้านกูวิง หมู่ 2 ต.ละหาร อ.สายบุรี โดยคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าบ้าน แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ทันทีจนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

ดักถล่มรองนายก อบต.ที่ทุ่งยางแดงรอดหวุดหวิด

วันอาทิตย์ที่ 11 พ.ย.เวลา 19.40 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด .38 ยิง นายซูลไมรี วาเจ๊ะ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 บ้านตาแบ๊ะ หมู่ 3 ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ขณะกำลังซื้อของอยู่ในร้านขายของชำในหมู่บ้านตาแบ๊ะ โดยก่อนเกิดเหตุ คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าร้าน จากนั้น นายซูลไมรี ได้เดินไปพูดคุยกับคนร้ายก่อนจะถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุการสังหารน่าจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัว

ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนอาก้าลอบยิง นายมาหามะ อีแม็ง อายุ 54 ปี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตะโละแมะนา อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 3 ต.ตะโละแมะนา เหตุเกิดบนถนนสายชนบท ท้องที่บ้านลูกไม้ไผ่ หมู่ 1 ต.ตะโละแมะนา ขณะที่นายมาหามะขับรถกระบะออกจากบ้านไปร้านน้ำชา โชคดีที่นายมาหามะไม่ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบทำร้าย

www.isranews.

บึ้มชุด รปภ.งานชักพระ อ.โคกโพธิ์ ตำรวจเจ็บ 5 ยังสาหัสอยู่ 2 ชาวบ้านโดนลูกหลงอีก 1

7 พฤศจิกายน 2555 20:42 น.

ปัตตานี - กดชนวนบึ้มตำรวจชุด รปภ.งานชักพระประจำปี อ.โคกโพธิ์ ขณะเตรียมตั้งด่านตรวจสกัดหน้างาน บาดเจ็บ 5 นาย ในจำนวนนี้สาหัส 2 ชาวบ้านขับ จยย.ผ่านโดนลูกหลงอีก 1 เชื่อคนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวเจ้าหน้าที่จึงซุกระเบิดและกดชนวนลอบสังหารดังกล่าว

เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. วันนี้ (7 พ.ย.) พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณสามแยกแฟลตตำรวจ ม.2 ต.ป่าบอน อ.โคกโพธิ์ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก. นำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด

เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ จำนวน 6 ราย ในจำนวนนี้มีตำรวจ 5 นาย ทราบชื่อคือ ส.ต.ท.สมเกียรติ ดำเผือก อายุ 30 ปี ส.ต.ท.ชัชชัย อีแมดือเระ อายุ 32 ปี ทั้งสองอาการสาหัส ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าหน้าอก แพทย์ได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานี

ส่วน ร.ต.ท.วสันต์ มลอยู่พะเนา อายุ 33 ปี รอง สวป.สภ.โสร่ง อ.ยะรัง ส.ต.ท.สันติสุข เทียนสีม่วง อายุ 26 ปี ส.ต.ท.สุรชัย ศรีสมบัติ อายุ 34 ปี และนางไซนับ ยูโซ๊ะ อายุ 48 ปี ทั้ง 4 รายถูกสะเก็ดระเบิดและแน่นหน้าอก แพทย์ได้ช่วยเหลือจนอาการปลอดภัยแล้ว

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์รกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สี่ประตู ทะเบียน กข 8976 ปัตตานี ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจอดอยู่ข้างทางในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดจนได้รับความเสียหาย และพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ

สอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัด สภ.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จำนวน 5 นายมาช่วยดูแลความปลอดภัยงานประเพณีชักพระประจำปี ซึ่งจัดขึ้นบริเวณที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังขับรถยนต์มาจอดบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อตั้งจุดตรวจ ปรากฏว่าคนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกไว้ใต้ต้นไม้ ทำให้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนางไซนับ ซึ่งขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาก็ถูกระเบิดระเบิดบาดเจ็บไปด้วย

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันที เชื่อน่าจะเป็นแนวร่วมในพื้นที่รู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ว่าจะมาตั้งจุดตรวจ จึงนำระเบิดมาซุกไว้หมายสังหารเจ้าหน้าที่สร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน

www.manager.

บึ้มรถตำรวจโสร่งเจ็บ 6 หลัง รปภ.งานชักพระโคกโพธิ์

วันพุธที่ 07 พฤศจิกายน 2012 เวลา 22:20 น.

ใต้วุ่นรับงานชักพระโคกโพธิ์ คนร้ายดักบึ้มรถตำรวจโสร่งที่ไปช่วยรักษาความปลอดภัย ตูมสนั่นทั้งกำลังพลและชาวบ้านเจ็บ 6 เผยตั้งแต่ต้นสัปดาห์มีเหตุรุนแรงประปราย ดับลูกจ้างการไฟฟ้าสุไหงปาดี รัวเอ็ม 16 ใส่รถพ่วงลำเลียงรถป้ายแดงส่งยะลา ยิงครูอัตราจ้างสาหัสที่มายอ รวบ 2 ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่ยะรัง

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงผ่านครึ่งสัปดาห์มานี้ ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ้างประปราย โดยเมื่อเวลา 16.25 น.วันพุธที่ 7 พ.ย.2555 คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการ สภ.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี บนถนนในท้องที่บ้านดอนเค็ด หมู่ 2 ต.ป่าบอน อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ขณะที่กำลังพลเดินทางโดยรถกระบะ 4 ประตูมุ่งหน้ากลับโรงพัก หลังเสร็จภารกิจการรักษาความปลอดภัยงานชักพระ อ.โคกโพธิ์ แรงระเบิดทำให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 5 นาย และชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ

1) ร.ต.ท.วสันติ มลอยู่พะเนา 2) ส.ต.ท.สันติสุข เทียนสีม่วง 3) ส.ต.ท.สมเกียรติ ดาเผือก 4) ส.ต.ท.สุรชัย ศรีสมบัติ 5) ส.ต.ท.ฉัตรชัย อีแมดือเร๊ะ และ 6) น.ส.แซนะ ยูโซ๊ะ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ดับลูกจ้างไฟฟ้าฯ-ถล่มรถพ่วงลำเลียงรถป้ายแดงส่งยะลา

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันอังคารที่ 6 พ.ย.เวลา 07.00 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายสุไลมาน เตาะสาตู อายุ 31 ปี ลูกจ้างการไฟฟ้าอำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส อยู่บ้านเลขที่ 39/1 บ้านละหาน หมู่ 8 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบนถนนในสวนยางพาราบ้านละหาน หมู่ 8 ขณะที่นายสุไลมานกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปกรีดยาง เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

วันอาทิตย์ที่ 4 พ.ย.เวลา 09.00 น. คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่รถพ่วง 2 ชั้นบรรทุกรถยนต์ใหม่ป้ายแดงของบริษัทโตโยต้า ซึ่งได้ลำเลียงรถจากกรุงเทพฯ นำส่ง อ.เมือง จ.ยะลา แม้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ทำให้รถพ่วงและรถยนต์ใหม่ได้รับความเสียหาย 4 คัน เหตุเกิดบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 418 ท้องที่บ้านกาเดาะ หมู่ 3 ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ยิงครูอัตราจ้างสาหัสที่มายอ-พบ 2 ศพตายปริศนาที่ยี่งอ

วันเดียวกัน ที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เวลาประมาณ 12.15 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนลูกซองยิง นายจุฬา เวาะมะ อายุ 32 ปี ครูอัตราจ้างโรงเรียนบ้านแขนท้าว หมู่ 1 ต.เกาะจัน อ.มายอ จ.ปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 2 ต.เกาะจัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า นายจุฬาเป็นครูอัตราจ้างของโรงเรียนบ้านแขนท้าว แต่ไม่ได้ไปสอนที่โรงเรียนมาหลายเดือนแล้ว ก่อนเกิดเหตุได้ให้คนขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งที่ศาลาพักรอรถโดยสาร บริเวณทางแยกบ้านต้นมะขาม ริมทางหลวงหมายเลข 410 (ปัตตานี-ยะลา) ระหว่างยืนรอรถโดยสารอยู่นั้น มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์โฉบผ่านมา แล้วใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ นายจุฬา จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ส่วนที่ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่พบศพคนถูกยิงเสียชีวิต 2 ศพ ที่บ้านกือดอนอง หมู่ 4 ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ตรวจสอบประวัติแล้วทราบชื่อคือ นายแวนูรเด็น ตาเยะ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/1 บ้านสนาตง หมู่ 4 ต.มะนังตายอ อ.เมืองนราธิวาส กับ นายแวหามะ ตาเยะ อายุ 31 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเดียวกัน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองและอาวุธปืนพกขนาด 9 มม.หลายนัด เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

รวบ 2 ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่ยะรัง

ด้านผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เมื่อเวลา 19.20 น.วันอังคารที่ 6 พ.ย.หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี เข้าติดตามจับกุมบุคคลเป้าหมายในพื้นที่บ้านพงสะตา หมู่ 5 ต.ยะรัง อ.ยะรัง และสามารถควบคุมตัวบุคคลตามหมายจับศาลปัตตานีในคดีความมั่นคงได้ 2 ราย เป็นชายอายุ 28 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี 1 ราย และชายวัย 19 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ยะรัง อีก 1 ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปซักถามที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21

www.isranews.

ป่วนนราฯ อีก โจรใต้วางบึ้มปลอม 2 จุด เชื่อหยั่งเชิงการทำงานของ จนท.

4 พฤศจิกายน 2555 16:21 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด จำนวน 2 จุด ในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส คาดเพื่อหยั่งเชิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปใช้ปรับแผนในการก่อกวน และดักสังหารเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (4 พ.ย.) พ.ต.อ.ปัตตะ มะดาวา ผกก.สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด จำนวน 2 จุด ที่คนร้ายนำมาวางไว้ที่บริเวณคอสะพานบ้านดุซงญอ ม.1 และที่บริเวณถังขยะหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ซึ่งห่างจากจุดแรก ประมาณ 100 เมตร จึงได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.จันที แจ่มจันทร์ นักวิทยาศาสตร์ (สบ 4) ศพฐ.10 และ ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาทำการพิสูจน์ทราบ

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุแรก ร.ต.ต.แชน หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงทำลาย พบว่า วัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดเป็นของปลอมที่คนร้ายได้ใช้แบตเตอรี่ของรถจักรยานยนต์มัดรวมไว้กับกล่องกระดาษที่ภายในได้บรรจุดินไว้ ซึ่งมีน้ำหนักรวม 2 กก. ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดที่ 2 ซึ่งเป็นถังขยะหน้าปั๊ม ปตท. พบว่า คนร้ายได้ใช้วัสดุแบบเดียวกันใส่ไว้ในกระสอบปุ๋ย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของสมาชิกแนวร่วมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ เพื่อหยั่งเชิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปใช้ปรับแผนในการก่อกวน และดักสังหารเจ้าหน้าที่

www.manager.

ยิงถล่มฐาน ตร.สภ.หนองจิก ลวงดักบึ้มขณะเข้าสอบเหตุ ตร.-ชาวบ้านเจ็บรวม 6

31 ตุลาคม 2555 09:48 น.

ปัตตานี - คนร้ายยิงถล่มฐานปฏิบัติการย่อย สภ.หนองจิก ล่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก่อนกดบึ้ม จยย.บอมบ์ระหว่างทาง เป็นเหตุให้ตำรวจบาดเจ็บ 5 นาย อาการสาหัส 2 ชาวบ้านโดนลูกหลงอีก 1 ส่วนเหตุยิงถล่มฐานไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 30 ต.ค. พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.หนองจิกว่า มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการตำรวจ สภ.หนองจิก ตั้งอยู่ภายในวัดสถิตชลทาน ม.2 ต.บางตาวา จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับกำชับให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวัง เนื่องจากอาจจะเป็นแผนลวงของคนร้าย

ปรากฏว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจิก จำนวน 10 นาย ใช้รถยนต์กระบะ 2 คันเดินทางเพื่อไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงบนสะพานวาลอ ม.4 ต.ตุยง ห่างจาก สภ.หนองจิก ประมาณ 1 กิโลเมตร คนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกไว้ภายในรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ที่จอดไว้ริมถนนจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น เป็นเหตุให้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สี่ประตู สีขาว ทะเบียน กง 1346 พัทลุง ถูกสะเก็ดระเบิด โดยตัวถังด้านซ้ายของรถเป็นรูพรุนทั้งแถบ ล้อทั้ง 4 แตก ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ในจำนวนนี้ อาการสาหัส 2 นาย ถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลหนองจิก

ทราบชื่อคือ ร.ต.ต.เริงชัย แสงจันทร์ศิริ อายุ 27 ปี รองสารวัตรสืบสวน และ ด.ต.ประเสริฐ ผิวลออ อายุ 38 ปี ทั้งสองถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ และลำตัวอาการสาหัส แพทย์ได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานี และ ร.ต.ท.ยงยุทธ จันทร์คง อายุ 36 ปี ร.ต.ท.เทพไท เสนนพรัตน์ อายุ 35 ปี ด.ต.บุญเลิศ หนูนวล อายุ 38 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัว อาการปลอดภัยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 รายชื่อ ทราบชื่อคือ นายสุไลมาน มะแซ อายุ 28 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาขวา ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบซากรถจักรยานยนต์ถูกแรงระเบิดทำให้เหลือเพียงเศษเหล็กเจ้าหน้าที่จึงนำไปตรวจสอบหาที่มาที่ไปว่าเป็นของใคร และถูกขโมยมาจากที่ไหน

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี สั่งระดมกำลังร่วม 3 ฝ่ายกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุทันที ทั้งเหตุยิงถล่มฐาน และเหตุลอบวางระเบิด เนื่องจากทั้ง 2 เหตุการณ์อยู่ใกล้กัน โดยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ และกำลังหลบซ่อนตัว อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวคนร้ายได้มีการวางแผนมาก่อนโดยการลอบยิงถล่มฐานตำรวจที่คอยดูแลความปลอดภัยวัด และคนร้ายอีก 1 ชุด นำรถจักรยานยนต์ที่ประกอบระเบิดมาจอดไว้ริมถนนซึ่งเป็นเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ผ่าน จนกระทั่งเกิดเหตุระเบิดขึ้น ส่วนจุดที่ยิงถล่มฐานไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

www.manager.

โจรใต้ปาบึ้มใส่ตลาดโต้รุ่งปัตตานี บาดเจ็บ 15

28 ตุลาคม 2555 08:23 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่ร้านน้ำชาในตลาดโต้รุ่งชุมชนปาตาตีมอ เขตเทศบาลตำบลตะลุบัน เป็นเหตุให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 15 ราย และมีสาหัส 2 ราย คาดเป็นการตอบโต้ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี นำกำลังเข้าไปที่เกิดเหตุระเบิดบริเวณตลาดโต้รุ่ง ชุมชนปาตาตีมอ เขตเทศบาลตำบลตะลุบัน เมื่อไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จำนวน 15 ราย โดยมี 2 รายอาการสาหัสถูกนำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปัตตานี ทราบชื่อ ด.ญ.ไอยมี สาและ อายุ 7 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณคาง และลำตัว และนายอายูบ หามะ อายุ 19 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาขวาและลำตัว

จากตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าร้านน้ำชาริมถนน พบหลุมระเบิด และสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ นอกจากนี้ ยังพบกระเดื่องระเบิดชนิดเอ็ม 67 ตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่มีประชาชนจำนวนมากกำลังเดินจับจ่ายซื้อของ และนั่งกินน้ำชาอยู่ ได้มีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดแล้วหยิบระเบิดออกมาขว้างเข้าใส่กลุ่มประชาชน ซึ่งรวมไปถึงเด็ก จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมวิทยุสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม พร้อมกับปิดล้อมตรวจค้นในรัศมี 500 เมตร เชื่อน่าจะยังกบดานในพื้นที่

ส่วนสาเหตุเชื่อว่าน่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบที่ต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่ หลังมีการวิสามัญ และจับกุมแกนนำได้หลายรายก่อนหน้านี้ อีกทั้งเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายเคยได้เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ดังกล่าวในลักษณะอย่างนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ระเบิดไม่ทำงาน

www.manager.

นราฯ ยังป่วน! บึ้มบาเจาะ 2 ลูกซ้อน ทหารเจ็บรวม 8 ดับคารถหุ้มเกราะ 1

21 ตุลาคม 2555 17:10 น.

นราธิวาส - นราฯ ยังป่วน! เกิดเหตุระเบิดใน อ.บาเจาะ 2 ลูกซ้อน ทหารเสียชีวิตคารถยนต์หุ้มเกราะ 1 นาย เจ็บรวมอีก 8

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (21 ต.ค.) พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิด 2 ลูกซ้อน ดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวน สังกัดชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 บนถนนในหมู่บ้านชูโว ม.5 ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บ 8 นาย จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย เกษมวงศ์ ผบก.ภ.จ.นราธิวาส น.อ.สมเกียรติ ผลประยูร ผบ.นย. และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ศชต. รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองวิทยาการ จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหารล้มตะแคงอยู่ริมถนน จำนวน 2 คัน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนที่บริเวณโคนเสาไฟฟ้าริมถนนมีหลุมลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อ คือ 1.จ.อ.จิรายุ สมานทอง 2.พลทหารสมศักดิ์ เกราเซา 3.พลทหารสุทธิพงษ์ โอเรียง ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขา และลำตัว อาการไม่สาหัสมากนัก

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.อ.จิรายุ หัวหน้าชุดได้ระดมกำลัง รวม 8 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ 4 คัน เพื่อลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ และใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์แล่นผ่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

ส่วนจุดที่ 2 ห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กม. เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดกลางถนนลึก 1.20 เมตร กว้าง 3 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้มหนัก 50 กก. จุดชนวนด้วยการลากสายไฟฟ้าเข้าไปป่ารกทึบตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ ห่างไปประมาณ 30 เมตร พบรถยนต์หุ้มเกราะ วี. 150 จอดเสียหลักอยู่ข้างทาง โดยมีสภาพถูกอานุภาพของระเบิดที่บริเวณใต้ท้องด้านคนขับจนอุปกรณ์ภายในรถได้รับความเสียหาย พร้อมกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ที่บริเวณเบาะนั่งของคนขับ ทราบชื่อคือ จ.อ.อิศราวุธ พละศักดิ์ ซึ่งเป็นพลขับ

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบาเจาะแล้วเช่นกัน ประกอบด้วย 1.จ.อ.ยุทธพงษ์ เกษทอง 2.จ.อ.นาดี จำปาวรรณ 3.พลทหารมาหามะ สาเมาะ 4.พลทหารรอกิ โล๊ะมะ แล ะ 5.พลทหารไม่ทราบชื่อและนามสกุล ซึ่งมีอาการหูอื้อและแน่นหน้าอกไม่สาหัสมากนัก เมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้นแล้ว ได้อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่ฐาน ส่วนทหารที่เหลืออีก 7 นาย แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

จากการสอบสวนทราบว่า หลังจากที่ จ.อ.ยุทธพงษ์ หน.ชุดทราบว่ามีคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร จ.อ.จิรายุ และพวกที่บริเวณบ้านชูโว จึงได้ระดมกำลัง รวม 6 นาย ขึ้นรถยนต์หุ้มเกราะ วี. 150 เข้าสนับสนุนที่เกิดเหตุ และเมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งห่างจาก จ.อ.จิรายุ โดนวางระเบิด ประมาณ 1 ก.ม. ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง

ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่นำไปฝังไว้กลางถนน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์หุ้มเกราะ วี.150 แล่นผ่าน ทำให้ จ.อ.อิศราวุธ ซึ่งเป็นพลขับถูกแรงอัดของระเบิดจนเสียชีวิตคาที ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

www.manager.

“เสือเหลือง” สั่งคนห้ามเข้า 3 จชต.-คาร์บอมบ์ตากใบไม่สิ้นเชื้อ สกัดได้อีกคัน

21 ตุลาคม 2555 14:29 น.

นราธิวาส - ผลกระทบเหตุป่วนเมืองตากใบซึ่งตั้งอยู่ติดชายแดนมาเลเซีย ทำให้ทางการสั่งห้ามนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าประเทศไทยใน 3 จชต. หากไม่มีความจำเป็น เพื่อความปลอดภัย ซึ่งยังมีรายงานว่า นอกจากเหตุร้าย 5 จุดแล้ว ยังสามารถสกัดคาร์บอมบ์ได้อีกคันหนึ่งด้วย

วันนี้ (21 ต.ค.) หลังเกิดเหตุความรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา 5 จุดในเขตเทศบาลเมืองตากใบ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวติดชายแดนบ้านกาลัมกูโบร์ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ล่าสุด ทางการมาลาเซียได้เตือนประชาชนชาวมาเลย์ หากไม่มีธุระจำเป็น หรือประกอบธุรกิจระหว่างชายแดนไทย-มาเลย์ ห้ามเข้าพื้นที่ 3 จว.ชายแดนภาคใต้ของไทยอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดความไม่ปลอดภัยถึงชีวิต

โดยเมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.พูลศักดิ์ เซ็งแซ่ รอง ผกก.สส.สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ได้นำกำลัง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเก็บหลักฐานอย่างละเอียดการวางระเบิด ยิงถล่มสถานีตำรวจน้ำตากใบ และยิงถล่มร้านคาราโอเกะ รวม 5 จุด ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 1 คน และยึดอาวุธปืนอาก้า และอาวุธปืนพกสั้นได้ จำนวน 2 กระบอก

ทั้งนี้ ในช่วงคืนที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางกลับจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุจำนวน 5 จุดนั้น ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ 4 ประตูสีบรอนซ์ ทะเบียน กบ 5960 สงขลา ต้องสงสัยจอดอยู่ที่บริเวณยูเทิร์น บนถนนสายสุไหงโก-ลก-ตากใบ ช่วงบริเวณบ้านสะหริ่ง ม.1 ต.โฆษิต เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวมีการประกอบระเบิดแสวงเครื่องใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 50 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายนำไปวางไว้บนเบาะนั่งตอนหลัง

เจ้าหน้าที่ต้องเปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือ และชุดรีโมตคอนโทรลก่อนที่จะเข้าเก็บกู้โดยใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงสามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า รถยนต์กระบะดังกล่าวคนร้ายได้ขโมยมาจากพื้นที่ อ.รือเสาะ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.55 ที่ผ่านมา ซึ่งคนร้ายได้ใช้ปืนขู่บังคับนายเจริญ แกมทอง อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 526 ถ.ผังเมือง 4 อ.เมือง จ.ยะลา

และนายวัฒนชัย แกมทอง อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 148/70 ม.6 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ไม่ให้ขัดขืน ขณะที่นำอุปกรณ์ไฟฟ้าไปขับตระเวนเร่ขาย เหตุเกิดที่บ้านปูโป ม.2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงที่ติดอยู่ภายในรถ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือในแฟ้มคดีความมั่นคงว่าไปตรงกับผู้ใดบ้าง เพื่อขยายผลไปสู่เครือข่ายในการจับกุมตัวมาดำเนินคดี

www.manager.

ลอบบึ้มทหารพรานยะลา อส.ทพ.เจ็บ 1 เชื่อฝีมือ “อาดัม มูซอดี”

17 ตุลาคม 2555 11:35 น.

ยะลา - ลอบบึ้มทหารพรานชุดเดินเท้าลาดตระเวนที่ อ.กาบัง อส.ทพ.เจ็บเล็กน้อย 1 นาย เชื่อฝีมือทีม “อาดัม มูซอดี” แกนนำก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ จทน.เร่งปิดล้อมตรวจค้น แต่ไร้วี่แววผู้ต้องสงสัย

เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (17 ต.ค.) ศูนย์วิทยุ สภ.กาบัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ริมถนนสายนิบง-ลูโบ๊ะ หมู่ 2 บ.นิบง ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 1 นาย จึงแจ้ง พ.ต.อ.ธวัชชัย ดุกสุขแก้ว ผกก.สภ.กาบัง และ ร.ต.ท.จตุพร เบ็ญจกุล ร้อยเวรสอบสวน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุที่บริเวณริมถนนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกาบังไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อคือ อส.ทพ.โชคอนันต์ สินเนียง อายุ 25 ปี สังกัดร้อย ทพ. 4701 ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขา และแขน บาดเจ็บเล็กน้อย

โดยในที่เกิดเหตุพบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิดกว้างประมาณ 1 ฟุต ลึกประมาณ 10 ซม. อยู่ริมถนน มีเศษสะเก็ดระเบิดเป็นเหล็กเส้นตัดขนาด 1 ซม. ตกกระจาย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ ยังพบเศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และเศษสายไฟ จึงเก็บรวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน ในเบื้องต้น เชื่อว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 3 กก.บรรจุในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยระบบรีโมตคอนโทรล คาดว่าคนร้ายนำมาซุกในพงหญ้าริมถนนดังกล่าว

จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่ อส.ทพ.โชคอนันต์ พร้อมพวกรวม 8 นาย เดินเท้าลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เมื่อเดินมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งได้นำระเบิดมาซุกเอาไว้ก่อนหน้านี้ได้จุดชนวนระเบิดทันที ทำให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้น เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพราน 47 ได้สนธิกำลังชุดสืบสวนสอบสวนเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายใกล้จุดเกิดเหตุแล้ว โดยเฉพาะบ้านของนายอาดัม มูซอดี แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวก่อเหตุอยู่ในพื้นที่ ซึ่งมีหมายจับในคดีด้านความมั่นคง และกลุ่มแนวร่วมต่างๆ แต่ไม่มีวี่แววของนายอาดัมแต่อย่างใด

www.manager.

ซุกบึ้ม!! 2 ลูกซ้อนใน จยย.หวังสังหารทหารพรานขณะกลับฐานเจ็บ 9 นายที่ยะลา

10 ตุลาคม 2555 16:38 น.

ยะลา - คนร้ายซุกระเบิดในรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หวังสังหารเจ้าหน้าที่ทหารพรานขณะขับรถยนต์กระบะกลับฐาน บริเวณริมถนนสายยะลา-ปะแต เป็นเหตุให้ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 9 นาย สาหัส 1 ก่อนโรยตะปูเรือใบถ่วงเวลา และระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบยังกดระเบิดซ้ำอีก 1 ลูกซุกในรถจักรยานยนต์ห่างจากจุดเดิมประมาณ 1 กม. แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลาว่า เวลา 13.55 น. วันนี้ (10 ต.ค.) ศูนย์วิทยุ สภ.ยะหา จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดริมถนนสายยะหา-ปะแต ม.5 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา รอยต่อ ม.7 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บหลายนาย หลังได้รับแจ้งพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดกู้ภัยเทศบาลตำบลยะหา รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุทันที

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้โรยตะปูเรือใบตามเส้นทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเคลียร์พื้นที่เพื่อความปลอดภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่และชุดกู้ภัยได้ช่วยกันลำเลียงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ทั้งหมดจำนวน 9 ราย ทราบชื่อคือ อส.ทพ.ใหม่ อามาตรมนตรี ได้รับบาดเจ็บสาหัส อส.ทพ.ภูมิ สุขแย้ม ร.ท.โกศล ละอองวิจิตร อส.ทพ.พงษ์พัฒน์ พันศิริ อส.ทพ.ไกรรุ่ง ใจมา อส.ทพ.กังวาล ต่อดอก อส.ทพ.ปฏิพันธ์ พิณโส อส.ทพ.จักรกัณฐ์ เมืองพรม และนายนิกร วงศ์ศรี ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ร.4714

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบหลุมระเบิดบริเวณริมถนน และเศษสะเก็ดระเบิด เศษซากรถจักรยานยนต์ถูกแรงระเบิดจนเสียหายทั้งคัน ห่างไปประมาณ 200 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีเทาดำ ของเจ้าหน้าที่ทหารพรานถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย เสียหลักพุ่งลงข้างทาง

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 4714 ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวกลับมาจากปฏิบัติหน้าที่เพื่อเดินทางกลับฐานที่บ้านยาสูบ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้างซุกระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งคาดว่าบรรจุอยู่ในถังแก๊สน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม มาจอดไว้ริมถนนแล้วกดระเบิด ขณะเจ้าหน้าที่ทหารพรานดังกล่าวขับรถยนต์ผ่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บหลายนาย

นอกจากนั้น ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหา และเจ้าหน้าที่ทหารพรานจะเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนร้ายยังได้กดระเบิดลูกที่สอง โดยคนร้ายนำระเบิดใส่ในรถจักรยานยนต์มาวางไว้ที่บริเวณริมทาง ห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กม. แต่ไม่ผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

www.manager.

โจรใต้ควบกระบะกราดอาก้ายิง อส.ทพ.ดับ 2 ศพ ก่อนฉกปืน- จยย.หนีที่ระแงะ

9 ตุลาคม 2555 19:55 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายใช้รถกระบะไล่ประกบยิง อส.ทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย ขณะขับรถกลับจากซื้อเสบียงอาหาร ก่อนที่คนร้ายจะฉกปืนและรถจักรยานยนต์หนีไปด้วย

เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้(9 ต.ค.) ร.ต.อ.บุญศักดิ์ หนูหมาด ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย บนถนนในหมู่บ้านบาโงสรายอ ม.1 ต.บองอ จึงพร้อมด้วย พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ร.ต.ท.นัฐวิทย์ วันเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบศพเจ้าหน้าที่ทหารพรานนอนจมกองเลือดอยู่บนถนน ซึ่งห่างกัน 3 เมตร ศพแรกคือ อส.ทพ.ชนากร กันฉ่อง อายุ 26 ปี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4511 กรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืน อา.ก้า.ของคนร้ายพรุนไปทั้งร่าง ศพที่ 2 คือ อส.ทพ.ปิยะราช ร่มพฤกษ์ อายุ 29 ปี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4504 กรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งมีบาดแผลถูกกระสุนปืนของคนร้ายชนิดและขนาดเดียวกันพรุนไปทั้งร่างเช่นกัน ส่วนข้างศพเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน อา.ก้า.ตกอยู่จำนวนกว่า 10 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟสีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้านทะเบียนของสังกัด คนร้ายได้ขโมยไปด้วย พร้อมอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 อีก 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ส่งโรงพยาบาลระแงะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นาย ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลสวนของชาวไทยพุทธที่อาศัยอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ของสังกัด ออกจากสวนเพื่อเดินทางไปซื้อเสบียงอาหารในหมู่บ้าน โดย อส.ทพ.ปิยะราช ได้เป็นผู้ขับขี่พร้อมทั้งได้พกอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ไปด้วย 1 กระบอก เมื่อแล้วเสร็จผู้ตายทั้ง 2 นาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อเดินทางกลับ ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน

ใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิซิ สีเขียว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ ขับตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขับรถยนต์เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งกระบะหลังใช้อาวุธปืน อา.ก้า. กระหน่ำยิงใส่ผู้ตาย จำนวนกว่า 10 นัดซ้อน จนรถเสียหลักล้มคว่ำ คนร้ายได้จอดรถให้คนร้ายที่นั่งคู่กันมาที่เบาะหน้า

เปิดประตูรถวิ่งไปหยิบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ที่เหน็บเอวของ อส.ทพ.ปิยะราช จำนวน 1 กระบอก พร้อมทั้งได้ขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายหลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ดักสังหารเจ้าหน้าที่ป่วนใต้

www.manager.

ป่วนรายวัน โจรใต้ยิง อสม.หญิงเสียชีวิตที่เจาะไอร้อง

9 ตุลาคม 2555 13:29 น.

นราธิวาส - คนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิง อสม.ซึ่งซ้อนจักรยานยนต์กันมา 3 คน โดยมีสามีเป็นคนขับ และมีเพื่อนบ้านซ้อนเป็นคนที่ 3 เพื่อเดินทางไปกรีดยาง คนร้ายได้ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิง อสม.ซึ่งนั่งตรงกลางเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล ส่วนอีก 2 คนปลอดภัย

เมื่อเวลา 06.00 น.วันนี้ (9 ต.ค.) ร.ต.ท.กวีพัฒน์ ไกรเพิ่ม ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงบนถนนจารุเสถียร สายสุไหงปาดี-เจาะไอร้อง ช่วงบริเวณบ้านซอมอง ม.11 ต.มะรือโบออก

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ประยงค์ โคตรสาขา ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่บนถนน พร้อมปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.ตกอยู่จำนวน 5 ปลอก ส่วนผู้เสียชีวิตพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลเจาะไอร้องไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นางสือน๊ะ เซ็ง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 263/6 ม.8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

ซึ่งเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านไอปาแย ม.8 ต.จวบ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ของคนร้ายที่บริเวณขมับขวา หัวไหล่ขวา และสีข้างขวา รวม 3 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวน นายสะมะแอ เซ็ง อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นสามี นางสือน๊ะ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก โดยมีภรรยานั่งซ้อนท้ายเพื่อเดินทางไปกรีดยางพารา และเมื่อขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักได้ประมาณ 1 กม. น.ส.ไซตง อูมา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/1 ม.3 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

ได้โบกรถเพื่อขอซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เดินทางไปทำธุระ โดย น.ส.ไซตง นั่งท้ายสุด เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ แบบผู้หญิงไม่ทราบยี่ห้อสี และแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ออกมายิงใส่ผู้ตายซึ่งนั่งตรงกลาง จำนวน 5 นัดซ้อน

เมื่อถูกกระสุนปืนผู้ตาย และ น.ส.ไซตง ได้ตกจากท้ายรถจักรยานยนต์ ที่นายสะมะแอ เป็นผู้ขับขี่ ลงไปในป่าละเมาะริมทาง นายสะมะแอ เห็นดังนั้นจึงได้รีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อนายสะมะแอ เห็นกลุ่มคนร้ายขี่รถ หลบหนีไปแล้ว นายสะมะแอ จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์มาดูภรรยา

และเห็นภรรยาถูกยิงจึงได้ขอความช่วยเหลือพลเมืองดีที่ขับรถยนต์กระบะผ่านมา เพื่อนำตัวภรรยาส่งรักษาที่โรงพยาบาลเจาะไอร้อง แต่อาการสาหัส นางสือน๊ะ ได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเพื่อสร้างสถานการณ์ป่วนใต้ร้ายรายวัน

www.manager.

เหี้ยม! โจรใต้กราดยิง อส.คาที่ 3 ศพ-ฉกปืน 4 กระบอกลอยนวล

8 ตุลาคม 2555 12:58 น.

ปัตตานี - คนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงรถ อส.ยะหริ่ง ขณะเดินทางกลับจากประชุม เป็นเหตุให้ อส.เสียชีวิตคาที่ทันที 3 นาย ก่อนฉกปืนหนีไปด้วย 4 กระบอก

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปัตตานี ว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันนี้ (8 ต.ค.) เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครักษาดินแดน (อส.) ประจำ อ.ยะหริ่ง เสียชีวิต 3 นาย และขโมยปืนไปด้วยจำนวน 4 กระบอก เหตุเกิดบนถนนสายภูมี-บ้านม่วงหวาน ม.2 ต.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง

ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายสภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามหลายนัด ทราบชื่อคือ นายสมศักดิ์ ขุนชุม อายุ 42 ปี นายนำ ศักดิ์สองเมือง อายุ 57 ปี และนายสุรศักดิ์ ศักดิ์สองเมือง อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของนายนำ

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ทั้ง 3 รายใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ แค็บ ทะเบียน บฉ 5955 ปัตตานี เดินทางกลับมาจากประชุม ณ ที่ว่าการอำเภอยะหริ่ง เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุปรากฏว่ามีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงรถจนเป็นรูพรุนทั้งคัน และมีผู้เสียชีวิต 3 รายดังกล่าว

www.manager.

บึ้มตำรวจยะลาขณะย้ายผู้ต้องหาฝากขัง รถพังยับ-เจ็บรวม 3 ราย

6 ตุลาคม 2555 12:59 น.

ยะลา - ดักบึ้มตำรวจ สภ.ปะแต ขณะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง เจ็บรวม 3 ราย รถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจพังยับเยิน คาดเตรียมการล่วงหน้าอย่างดีเนื่องจากมีการโรยตะปูเรือใบ และวางกล่องต้องสงสัยตลอดเส้นทางขณะเข้าตรวจสอบเหตุ

วันนี้ (6 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ลำใหม่ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บนถนนสายบ้านเนียง-ยะหา ม.3 ต.ยะลา อ.ยะหา จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บหลายนาย หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัธยาท ผกก.สภ.ลำใหม่ ร.ต.อ.อนุสรณ์ เละมุสิ ร้อยเวร สภ.ลำใหม่ ทราบ พร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

ซึ่งในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนร้ายได้โรยตะปูเรือใบ พร้อมวางกล่องต้องสงสัยไว้ในเส้นทางบ้านเนียง-บ้านยะลา เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังพร้อมเคลียร์เส้นทางก่อนที่จะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาแล้ว ทราบชื่อคือ ร.ต.ท.ธนวัฒน์ บุญมาก และ ส.ต.อ.เปาซี สาแม โดยทั้ง 2 นายได้รับบาดเจ็บจากเศษสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัว นอกจากนั้น ยังมีนายอัซมิง อาดี อายุ 20 ปี ได้รับบาดเจ็บจากเศษสะเก็ดระเบิด อีก 1 รายด้วย

โดยในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ตราโล่ สีแดง ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะแต พลิกคว่ำได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดทั้งคัน ห่างจากรถยนต์ไปประมาณ 100 เมตร พบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิดกว้าง 3 เมตร และลึก 2 เมตร นอกจากนี้ ยังพบเศษสะเก็ดระเบิดตกกระจายอยู่ทั่วบริเวณ รวมทั้งเศษสายไฟและเศษชิ้นส่วนถังดับเพลิง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นพบว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุไว้ในถังดับเพลิง น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กก. โดยจุดชนวนด้วยการลากสายไฟไปข้างทาง

จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะแต จำนวน 2 นาย เดินทางออกจาก สภ.ปะแต เพื่อนำนายอัซมิง อาดี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาไปฝากขังที่ สภ.เมืองยะลา เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งได้นำระเบิดมาซุกซ่อนในท่อน้ำใต้ผิวถนนไว้ก่อนหน้าแล้ว ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

www.manager.

สายบุรียังป่วน! ระเบิดรถทหารพราน-ยิง ตร.ดับ 1 หลังจับผู้ต้องสงสัยเหตุคาร์บอมบ์ตลาดตะลุบัน

29 กันยายน 2555 12:11 น.

ปัตตานี - สายบุรียังป่วน! ยิง ตร. ขณะเข้าพบแหล่งข่าวที่ร้านน้ำชาดับ 1 และในเวลาไล่เลี่ยกัน เกิดเหตุคนร้ายพยายามระเบิดเสาไฟฟ้าให้หักโค่นล้มทับรถกรมทหารพรานที่ 46 ซึ่งนำกำลังพลเดินทางเข้าตัวเมืองปัตตานี โชคดีรถผ่านไปก่อน จึงไม่มีผู้บาดเจ็บ ตร.เชื่อเป็นการตอบโต้หลังจับกุมผู้ต้องสงสัยเหตุคาร์บอมบ์ตลาดตะลุบัน 1 ราย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (29 ก.ย.) พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนสายเตราะบอน-ทุ่งยางแดง ม.4 บ้านสือดัง ต.เตราะบอน จึงนำกำลังไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบเพียงกองเลือดจำนวนมาก ใกล้กันพบรถจักรยายยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ทะเบียน กมต 724 ปัตตานี ส่วนผู้บาดเจ็บพลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรีแล้ว ทราบชื่อคือ ด.ต.มุสตอฟา แลแฮ อายุ 43 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่บริเวณหูขวาทะลุท้ายทอย บาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

ในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่า ขณะที่ ด.ต.มุสตอฟา ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักเพื่อพบปะกับแหล่งข่าวที่ร้านน้ำชาในหมู่บ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากบ้านพักประมาณ 500 เมตร ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยายนต์ตามประกบยิง 1 นัดจนรถเสียหลักล้ม และหลังก่อเหตุคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี ได้รับแจ้งว่า มีเหตุระเบิดริมถนนสาย 42 ก่อนถึงคอสะพานบ้านลาฆอ ม.1 ต.มะนังดาลำ จึงได้แจ้งไปยังชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปตรวจสอบ ไปถึงพบว่าแรงระเบิดทำให้เสาไฟฟ้าริมถนนขาด 2 ท่อน และมีหลุมระเบิดกว้าง 30 ซม. ในที่เกิดเหตุ ยังพบชิ้นส่วนระเบิด และชิ้นส่วนวิทยุสื่อสารกระจายไปทั่วบริเวณ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

สอบสวนทราบว่า คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 3 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารผูกไว้กับเสาไฟฟ้า ปรากฏว่ามีรถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 46 กำลังเดินทางเข้าตัวเมืองปัตตานี คนร้ายจึงกดชนวนเพื่อหวังให้เสาไฟฟ้าขาดแล้วทับรถยนต์ แต่โชคดีที่รถขับผ่านก่อน อีกทั้งเสาไฟฟ้าได้ขาดล้มไปทางป่าข้างทางจึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ทั้ง 2 เหตุการณ์คนร้ายน่าจะออกมาตอบโต้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากเมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 81 ม.2 ต.ตะบิ้ง และควบคุมตัวนายอาลือซู นาแว อายุ 40 ปี ผู้ต้องสงสัยที่ปรากฏตัวในภาพกล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่ตลาดนัดเทศบาลตำบลตะลุบัน อ.สายบุรี ที่มีผู้เสียชีวิต 6 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า นายอาลือซูเป็นผู้ต้องสงสัยที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ดูต้นทาง และนำทางพารถยนต์ 2 คันที่ก่อเหตุยิงร้านทอง ก่อนที่จะเกิดระเบิดคาร์บอมบ์หลบหนี ขณะนี้ได้นำตัวไปสอบสวนขยายผล และควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก

www.manager.

วางระเบิดดักตำรวจชาวบ้านรับเคราะห์เจ็บ 4 ที่ อ.บาเจาะ

29 กันยายน 2555 11:36 น.

นราธิวาส - คนร้ายวางระเบิด 10 กก.ดักปลิดชีพตำรวจชุดลาดตระเวนที่ อ.บาเจาะ ชาวบ้านขี่ จยย.ผ่านรับเคราะห์แทนเจ็บ 4 รถบรรทุกยางมะตอยถูกลูกหลงพังด้วย

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 28 ก.ย.55 พ.ต.ท.นราธิป โสภาพ สวญ.หน.สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่เพิงขายของทางขึ้นสะพานลอย ข้างจุดตรวจต้นไทร เขตเทศบาลต้นไทร ซึ่งห่างจากจุดตรวจประมาณ 50 เมตร จึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส

พบเพิงขายของถูกอานุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายทั้งหลัง และมีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นบีท สีบรอนซ์ ทะเบียน กยษ 628 นราธิวาส ล้มตะแคงอยู่บนถนนพร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้ ที่บริเวณทางขึ้นสะพานลอย มีรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 80-2660 นราธิวาส ซึ่งบรรทุกยางมะตอยเต็มคันรถ ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่บริเวณกระจังหน้า กระจกหน้า และเครื่องยนต์ โดยเฉพาะที่บริเวณบาทวิถีหน้ารถเจ้าหน้าที่พบหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 2 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อเหล็กทรงกลมยาว 1 ฟุต หนัก 10 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย คือ 1.นายซอบี สาและ 28 ปี 2.นางไซกี รอแง อายุ 27 ปี 3.ด.ช.อัสกัสตัน สาและ อายุ 4 ปี ซึ่งทั้งสามคนเป็นพ่อแม่ลูกกัน และ 4.นายอามัดฮาซัน มิง อายุ 30 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ร.ต.อ.นิพนธ์ เตียวตระกูล สวป.สภ.ปะลุกาสาเมาะ ซึ่งเป็นหัวหน้าจุดตรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 10 นาย นั่งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์รวม 2 คัน ออกลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยพื้นที่ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมา ตนจึงได้สั่งลูกน้องหยุดพักที่จุดตรวจก่อน แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนน จนกระทั่งถึงที่เกิดเหตุคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ในเพิงขายของจนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านทั้ง 4 รายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันผ่านมาได้รับบาดเจ็บ

www.manager.

กดบึ้ม!! ศาลาโรงเรียนบาเจาะผอ.-ทหารเจ็บ 4 ราย

24 กันยายน 2555 13:30 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบนำระเบิดที่บรรจุไว้ในกระป๋องสีซุกไว้ใต้ม้านั่งหินอ่อนภายในศาลาโรงเรียนบ้านบาตู มิตรภาพที่ 66 คนร้ายกดชนวนระเบิดขณะที่ ผอ.2 โรงเรียน และทหารอีก 2 นายนั่งอยู่ในศาลาเตรียมประชุม ผอ.ทุกโรงเรียน แรงระเบิดส่งผลให้ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 09.40 น.วันนี้ (24 ก.ย.) ร.ต.ท.ธรรมนูญ แคล้วทะนง ร้อยเวร สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นที่ศาลาภายในโรงเรียนบ้านบาตู มิตรภาพที่ 66 ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม สายนราธิวาส-ปัตตานี พื้นที่ ม.6 ต.ต้นไทร อ.บาเจาะ ทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียน และเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 4 ราย จึงพร้อมด้วย นายอนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอบาเจาะ ร.ต.อ.นิพนธ์ เตียวตระกูล สวป.สภ.ปะลุกาสาเมาะ ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง สว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบศาลาภายในโรงเรียนที่ปลูกสร้างข้างประตูทางเข้าถูกอานุภาพระเบิดได้รับความเสียหาย จนหลังคากระเบื้อง และฝาผนังของอาคารเรียนที่ปลูกติดกัน มีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน รวมถึงชุดม้าหินอ่อนที่วางอยู่ในศาลาถูกอานุภาพของระเบิดจนใช้การไม่ได้ โดยเฉพาะที่พื้นปูนกลางศาลามีหลุมระเบิดลึก 1 ฟุต กว้าง 1 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนบริเวณ พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 ราย เจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว

ประกอบด้วย 1.นายกอเดร์ แลแมแน ผอ.โรงเรียนบ้านบาตู มิตรภาพที่ 66 ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่ขา 2.นายมะ ดือราแม ผอ.โรงเรียนบ้านบือแนปีแย ม.1 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขาเช่นกัน 3.พลทหารวัฒนา ศรีเดช สังกัดกองร้อยปืนเล็กที่ 1 ฉก.นราธิวาส 32 และ 4.พลทหารภานุวัฒน์ ชินรักษ์ สังกัดเดียวกัน ซึ่งถูกระเบิดที่บริเวณลำตัว และแขนขา

จากการสอบสวน นายกอเดร์ ผอ.โรงเรียนบ้านบาตู มิตรภาพที่ 66 ทราบว่า ในระหว่างที่ทางโรงเรียนบ้านบาตูกำลังจัดห้องประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุม ผอ.โรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ ต.ปะลุกาสาเมาะ เรื่องโรงเรียนในฝันอยู่นั้น โดยทางนายกอเดร์ ผอ.โรงเรียนบ้านบาตู และนายมะ ผอ.โรงเรียนบ้านบือแนปีแย กับทหารอีก 2 นายที่ได้รับบาดเจ็บขณะนั่งคุยกันอยู่ภายในศาลา ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ในกระป๋องสีที่ซุกอยู่ใต้ชุดม้าหินอ่อน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ ผอ.โรงเรียนทั้ง 2 ท่าน และเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นาย ที่นั่งคุยกันถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ

ส่วนทหารที่เหลืออีก 6 นาย ซึ่งยืนอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุก็ยังถูกอานุภาพของระเบิดมีอาการแน่นหน้าอก และหูอื้อ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวันของกลุ่มผู้ไม่หวังดี

นายสงวน อินทรารักษ์ ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ชัดว่าคนร้ายยังไม่ลดละเป้าหมายต่อชีวิตครู ซึ่งครั้งนี้สร้างความสะเทือนขวัญแก่ชีวิตครู และบุคลากรการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมา ทางสมาพันธ์ครูได้เรียกร้องไปยังหน่วยกองกำลังในพื้นที่ให้รัดกุม และเข้มงวดในการ รปภ.ครู เพื่อลดความเสี่ยงชีวิตทรัพย์สินของครู ซึ่งครูจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง

แต่อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าคนร้ายยังมีขีดความสามารถก่อเหตุระเบิดได้อีก ไม่ขอพูดว่าเพราะเหตุใด แต่ขอร้องให้เจ้าหน้าที่ปรับแผนการ รปภ. และยุทธวิธีการปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก ส่วนการปิดโรงเรียนอยู่ที่ดุลพินิจของผู้บริหารโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ หากเห็นว่าไม่ปลอดภัยก็สามารถปิดการเรียนการสอนได้ทันที ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ ส่วนครูผู้บาดเจ็บทางคณะครูได้ไปเยี่ยม และให้กำลังใจแล้ว และยืนยันว่าครูจะสู้เพื่อนักเรียนต่อไป

www.manager.

เผย 51 ชื่อเหยื่อคาร์บอมบ์สายบุรี ตร.ยังสาหัสอีก 5 นาย

21 กันยายน 2555 22:03 น.

ปัตตานี - เผยชื่อผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตเหยื่อคาร์บอมบ์ใน ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี เสียชีวิตแล้ว 6 ราย เจ็บรวม 51 เป็นชาวบ้าน 39 ราย ตร. 12 นาย โดยบาดเจ็บสาหัส 5 นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจำนวนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงก่อนวางระเบิดคาร์บอมบ์ซ้ำใน ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (21 ก.ย.) ว่า มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 6 ราย เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จำนวน 1 ราย และชาวบ้าน 5 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บ รวมทั้งหมด 51 ราย เป็นชาวบ้านในพื้นที่ จำนวน 39 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สายบุรี จำนวน 12 นาย ซึ่งจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 5 นาย นอกจากนี้ แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหมร้านค้าเสียหาย จำนวน 4 คูหา รถยนต์ของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้รับความเสียหายอีกหลายคัน

รายชื่อผู้เสียชีวิต ได้แก่

1.นายวิชัย สกลธวุฒิ เป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนประจำอำเภอสายบุรี 2.นายวรุฒ สุนทร อายุ 21 ปี ชาว ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เป็นเจ้าของร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ 3.นางอรียา สมัน อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174/1 ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี 4.นายไพศาล จันททรัพย์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129-131 ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี 5.นางประทิน แก้งทอง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ม.5 ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี 6.นางเสวภา ประศาสน์ศิลป์

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ 12 นาย ได้แก่

1.พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ ทองด้วน รอง ผกก.3 สภ.สายบุรี 2.จ.ส.ต.มูหะมะ กาเดร์ อายุ 38 ปี 3.ส.ต.อ.ชาคริต ราชมณี 4.ส.ต.ท.ไซบิ ฮะมิงมะ 5.ส.ต.อ.ฮัซซาน สูเด็น อายุ 34 ปี 6.ร.ต.อ.อับดุลฮามิ บือราเฮง สวป.สภ.สายบุรี

7.ส.ต.ต.นิรี ด้วงชู 8.ส.ต.ท.อดิภัทร วาสนาทิพย์ อายุ 23 ปี 9.จ.ส.ต.แวอามิน แวและ อายุ 38 ปี 10.ส.ต.อ.ชัชวาลย์ พาคะ อายุ 35 ปี 11.ส.ต.อ.สุชาติ ราชมณี 12.พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี ได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดเฉียดที่บริเวณศีรษะเล็กน้อย

ส่วนชาวบ้านที่บาดเจ็บส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ใน ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้แก่

1.นายสันติ แก้ววิไล อายุ 44 ปี 2.นายอับดุลเลาะ การี อายุ 47 ปี 3.นางเสาวลักษณ์ สมัน อายุ 23 ปี 4.นางเสวภา สรรพช้าง อายุ 52 ปี 5.นายซอพปรี สหพฤทธานนท์ อายุ 36 ปี

6.นางนิตยา แก้วอินทร์ อายุ 51 ปี 7.นายธีระศักดิ์ พรหมเชียรรัตน์ อายุ 47 ปี 8.นายฉัตรอรุณ จีรสิทธิ์ อายุ 55 ปี 9.นางสายใจ พรหมเชียรรัตน์ อายุ 51 ปี 10.ร.ต.ต.กิจติ แสงหทัย อายุ 72 ปี

11.น.ส.อัญชรา มะดือเระ อายุ 35 ปี 12.นางนันทพร เสรีกุล อายุ 51 ปี 13.น.ส.อาซียะ มาซู อายุ 16 ปี 14.นางลิ้ม ประศาสน์ศิลป์ อายุ 79 ปี 15.ด.ช.นพกร ชูพันธ์ อายุ 3 ปี

16.นางเกสร อโนทัยสถาพร อายุ 45 ปี 17.นายกำธร อโนทัยสถาพร อายุ 48 ปี 18.นายนิรันดร์ ศรีทอง อายุ 43 ปี 19.ด.ช.ภูริ อโนทัยสถาพร อายุ 3 ปี 20.ส.ต.ท.สุชาติ จุลราช อายุ 35 ปี

21.นายโยฮัน สาดออุมา อายุ 29 ปี 22.น.ส.สุมาลี ยีสมาน อายุ 49 ปี 23.นายวสันท์ แก้ววิไล อายุ 25 ปี 24.นางฟูซียะ อาลี อายุ 38 ปี 25.น.ส.นูรไอนี มามะ อายุ 17 ปี

26.นายสะบะ สะแลแม อายุ 69 ปี 27.ด.ญ.อัลฟาเดียร์ มะเกะรอ อายุ 15 เดือน 28.นายมะแอ เส็ง อายุ 63 ปี 29.นายอานุวา มิง อายุ 26 ปี 30.นางรอนะ อาบู อาบู อายุ 55 ปี

31.ด.ช.อามินทร์ เยะแล อายุ 12 ปี 32.นายดอเลาะ เวาะเล็ง อายุ 45 ปี 33.นายธรรมนูญ พรหมเชียรรัตน์ อายุ 56 ปี 34.นายมุขตารี สาแมแน็ง อายุ 18 ปี 35.นายอับดุลฟาริค การี

36.นางนฤษร อโณทัยสถาพร 37.นายนิมิต แก้วอินทร์ 38.นางทัศนีย์ เสรีกุล 39.นายสืบพงษ์ อโณทัยสถาพร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ตร.ยันรถคาร์บอมบ์สายบุรีปล้นจากแม่ค้าน้ำยางในสงขลา-สถิติคนตายพุ่งเป็น 6 ศพ

กอ.รมน.ระบุมือคาร์บอมบ์สายบุรีเป็นกลุ่มก่อเหตุยิงทหารมายอดับ 4 เชื่อตอบโต้หลัง 93 แนวร่วม “เจรจาสันติ” กับทางการ

www.manager.

กราดยิง ตชด.ปัตตานีดับหน้าตลาดนัด-รถชาวบ้านโดนหางเลขเสียหายอีก 5

20 กันยายน 2555 20:31 น.

ปัตตานี - 4 คนร้ายขับ จยย.ประกบก่อนกราดยิง ตชด.ยะหริ่ง หน้าตลาดนัดดับคาที่ ชาวบ้านแตกตื่นหลบกระสุนวุ่น รถผู้ตายไถลชน จยย.และรถยนต์ใกล้เคียงรวม 5 คัน คาดคนร้ายเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวก่อนลงมือ

เมื่อเวลา 18.30 น. วันนี้ (20 ก.ย.) พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบริเวณบนถนนตลาดนัดสาบัน ม.5 ต.ตันหยงดาลอ จึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน ญง 4474 กทม. ตกข้างทาง สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.บริเวณประตูด้านคนขับ และกระโปรงหน้ารถหลายแห่ง และตรวจสอบภายในรถพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ ร.ต.ต.อับดุลเลาะ ดอเลาะ อายุ 55 ปี รองสารวัตรปราบปรามตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 อ.ยะหริ่ง สภาพศพถูกยิงเข้าศีรษะและลำตัวหลายนัด นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนตกเกลื่อนบนถนน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากที่ผู้ตายออกเวรจากที่ทำงานจึงได้ขับรถยนต์เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นตลาดนัดมีประชาชนพลุกพล่านจำนวนมาก คนร้ายจำนวน 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันขับประกบตามหลังมา เมื่อได้โอกาสจึงชักอาวุธปืนถล่มยิงทันทีกว่า 10 นัดต่อหน้าประชาชนจำนวนมากที่ตกใจวิ่งหนี ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตทันที ขณะเดียวกันรถยนต์ของผู้ตายได้ไถลไปชนรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ของชาวบ้านที่จอดไว้ริมถนนได้รับความเสียหายรวม 5 คัน

ส่วนคนร้าย หลังก่อเหตุได้เร่งเครื่องหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังไล่ล่า และตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันที ทั้งนี้ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของผู้ตายก่อนจะฉวยโอกาสก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว

www.manager.

เจรจาสันติไร้ผล โจรใต้ก่อเหตุเย้ยยิง-เผาทหารพรานและแม่บ้าน ดับ 4 ศพ

15 กันยายน 2555 11:01 น.

ยะลา - หลังกลุ่มแนวร่วมมอบตัว และขอเปิดพื้นที่เจรจาสันติส่อไร้ผล ล่าสุด ยังเกิดเหตุสะเทือนขวัญวางแผนซุ่มยิงจนเสียที และเผาทหารพราน และแม่บ้านเสียชีวิตรวม 4 ศพ ก่อนที่จะขโมยอาวุธปืนหลบหนี เจ้าหน้าที่เชื่อฝีมือกลุ่ม “อับดุลรอเซะ จาลง” พร้อมพวกลงมือ

วันนี้ (15 ก.ย.) เวลา 06.10 น. ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุ คนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต พร้อมเผารถยนต์ที่บริเวณทางเข้าโรงเรียนธารน้ำผึ้ง หมูที่ 13 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา หลังรับแจ้ง จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ร.ต.ต.เสน่ห์ แก้วมาก ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้รถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีแดง หมายเลขทะเบียน บต 4944 ปัตตานี โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิต จำนวน 4 ราย นอนเรียงรายอยู่ด้านข้างตัวรถ ทราบชื่อ คือ อส.ทพ.สมยศ แววเพชร อส.ทพ.กำพล มั่งวงศ์ อส.ทพ.ภานุรัตน์ บุญธานุวงศ์ เป็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ส่วนอีกราย คือ นางพร แก้วมาก เป็นแม่บ้านซึ่งทำงานอยู่ที่กรมทหารพรานที่ 41 นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 อาก้า ลูกซอง และขนาด 9 มม. กระจายเกลื่อนอยู่บนถนนนับร้อยปลอก จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทหารพราน 41 นายหนึ่ง ทราบว่า เมื่อช่วงเช้าได้ขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากกรมทหารพรานที่ 41 พร้อมกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่เสียชีวิต เพื่อจะไปซื้ออาหารที่ตลาดในเมืองยะลา โดยได้ขับรถจักรยานยนต์นำหน้ารถยนต์คันดังกล่าว อยู่ห่างกันประมาณ 500 เมตร เมื่อขับพ้นจากจุดเกิดเหตุ พบว่า ที่บริเวณก่อนจะถึงโรงเรียนบ้านธารน้ำผึ้ง มีตะปูเรือใบอยู่เต็มถนนจึงได้หันหัวรถกลับเพื่อจะไปบอกแก่เพื่อนทหารพรานที่ขับรถยนต์ตามมา ขณะที่กำลังเลี้ยวรถกลับก็ได้ยินเสียงปืนดังลั่นทั่วบริเวณ เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุก็พบว่าเจ้าหน้าที่ทหารพรานทั้งหมดถูกยิงเสียชีวิตแล้ว และเพลิงกำลังลุกไหม้ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 6-7 คน พร้อมด้วยอาวุธปืนสงครามครบมือ ซุ่มอยู่บริเวณข้างทางซึ่งเป็นพงหญ้า ก่อนใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่รถยนต์กระบะคันดังกล่าว จนทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต ก่อนที่คนร้ายจะไปหยิบอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในรถ ยังไม่ทราบจำนวน ก่อนที่จะราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาดังกล่าว

ส่วนสาเหตุคาดเป็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจได้กระจายกำลังออกติดตามกลุ่มคนร้ายในเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี โดยเฉพาะบ้านเป้าหมายในพื้นที่ใกล้เคียงเขตรอยต่อที่บ้านโสร่ง ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทั้งนี้ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เป็นกลุ่มของนายอับดุลรอเซะ จาลง แกนนำก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่บ้านโสร่ง ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ผู้ต้องหาที่มีหมายจับในคดีความมั่นคงหลายคดี พร้อมพวกเป็นผู้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้

www.manager.

กดระเบิดหนัก 15 กก.ทหารปัตตานีรอดตายหวุดหวิด 6 นาย

8 กันยายน 2555 12:50 น.

ปัตตานี - กดระเบิดแสวงเครื่อง 15 กก.ใน อ.กะพ้อ ทหารชุดลาดตระเวนรอดตายหวุดหวิด 6 นาย หลังเกิดเหตุเร่งปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ เชื่อคนร้ายต้องการสังหารเจ้าหน้าที่สร้างสถานการณ์ป่วนรายวัน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (8 ก.ย.) พ.ต.อ.มนตรี คงวัดใหม่ ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดบนถนนในหมู่บ้านคอลอกะปะ ม.6 ต.กะรุบี จึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ พบเจ้าหน้าที่ทหาร 6 นายยืนคุมพื้นที่หลังเกิดเหตุ และพบหลุมระเบิดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร มีชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ นอกจากนี้ ยังพบสายไฟที่คนร้ายใช้เป็นตัวจุดชนวนลากเข้าไปในป่ายาว 200 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือ ร.อ.สมพงษ์ อินทชื่น และ จ.ส.ท.จารุกิจ ร่ำสูง โดยทั้ง 2 นายมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ปวดหลัง และหูอื้อ

สอบสวนทราบว่า ขณะที่ ร.อ.สมพงษ์ อินทชื่น หัวหน้าชุดสันติสุข 107 นำกำลังรวม 6 นาย โดยใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน เป็นพาหนะเพื่อตรวจพื้นที่ดูแลความปลอดภัย ระหว่างทางมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องแบบลากสาย น้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม ซึ่งลอบฝังไว้ใต้ถนนจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น แต่โชคดีที่ทหารได้ขับรถผ่านไปได้เพียง 5 เมตร จึงรอดตายหวุดหวิด หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายได้ระดมกำลังปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันที ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายหวังสังหารเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสถานการณ์ไม่สงบ

www.manager.

“มหาธีร์” หนุน “ไทย” ใช้เวทีการเจรจาดับไฟขัดแย้งเพื่อสันติภาพอาเซียน

7 กันยายน 2555 13:42 น.

ดร.มหาธีร์ โมฮำหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย “ดร.มหาธีร์ โมฮำหมัด” ยกบทเรียนความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านหลังได้รับเอกราช แต่ยึดหลักสันติภาพใช้การเจรจาตกลง และศาลระหว่างประเทศเพื่อยุติปัญหามาโดยตลอด ย้ำไทยก็ต้องอาศัยแนวทางนี้แก้ไขความขัดแย้งภายในประเทศในฐานะสมาชิกอาเซียนเช่นกัน โดยปัญหาไฟใต้นั้นหากไม่ได้รับเชิญก็จะไม่มีการเข้าไปแทรกแซง

วันนี้ (7 ก.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงปาฐกถาในเวทีการประชุมวิชาการรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์และสันติศึกษาในบริบทอาเซียน ณ หอประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ต่อมา ดร.มหาธีร์ โมฮำหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แสดงปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “วิสัยทัศน์ผู้นำเกี่ยวกับการเมือง ความขัดแย้ง และสันติภาพในประเทศสมาชิกอาเซียน” โดยยกประสบการณ์ และการแก้ปัญหาของมาเลเซียเป็นกรณีศึกษา และวิเคราะห์ถึงแนวโน้มการสร้างสันติภาพ ภายใต้บริบทความเป็นประชาคมอาเซียน

ดร.มหาธีร์ โมฮำหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า จากการที่ประเทศมาเลเซียอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษเป็นเวลานาน เมื่อเป็นอิสระก็ต้องเข้ามาดูแลกันเอง ซึ่งเป็นเรื่องยากที่หลายประเทศในอาเซียนคัดค้านทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงไทยที่มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ กันอยู่บ้าง แต่ก็ต้องจัดการปัญหาเหล่านี้ทั้งที่ไม่ได้มีประสบการณ์

มาเลเซียอยู่ท่ามกลางพรมแดนที่ติดกับเพื่อนบ้านหลายประเทศ และมีปัญหากับทุกๆ ประเทศเพื่อนบ้าน ไทยก็มีการอ้างสิทธิซ้ำซ้อนสามเหลี่ยมทางทะเลจีนใต้ ซึ่งอาจจะทำสงครามในช่วงนั้นก็ได้ แต่ผู้นำของ 2 ประเทศในช่วงนั้นก็ไม่ได้ต้องการ และตกลงร่วมกันเพื่อสันติ จึงตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าซาบซึ้ง และยิ่งใหญ่มาก

กรณีขัดแย้งกับอินโดนีเซียมีการกล่าวอ้างสิทธิของเกาะสวยงามมาก 2 แห่ง โดยเราอ้างว่าคนของเราอยู่ที่นั่นก็เป็นของเรา ซึ่งไม่สามารถเจรจาต่อรองได้เหมือนกรณีประเทศไทย จึงยืดเยื้อนาน และขึ้นศาลระหว่างประเทศให้ตัดสินว่าใครเป็นเจ้าของเกาะกันแน่ และไม่ว่าจะออกมาเช่นไรก็ต้องเคารพ ท้ายที่สุดศาลให้เป็นของมาเลเซีย ทำให้อินโดนีเซียผิดหวังเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องปฎิบัติตามที่ให้พันธะสัญญาว่าจะยอมรับคำติดสินของศาล แต่ถ้าเราไม่ยอมรับกันนั้น ย่อมให้เกิดการสู้รบ ความรุนแรงตามมาอย่างแน่นอน

เช่นเดียวกับกรณีของสิงคโปร์ที่มีการอ้างสิทธิของหินผา และประภาคารที่อังกฤษได้สร้างไว้ เรากล่าวอ้างว่าเป็นของมาเลเซีย และให้ศาลระหว่างประเทศตัดสิน แต่ศาลตัดสินผิดไป และเราจะทำอย่างไรได้นอกจากยอมรับเช่นเดียวกัน แต่ก็ทำให้เราได้เป็นมิตรกับสิงคโปร์โดยไม่ต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรง

หรือกรณีบรูไน เราอ้างสิทธิที่ครอบครองทางทะเล และส่งเรือไปขุดเจาะหาน้ำมันซึ่งก็อาจมีไม่มาก บรูไนก็ส่งเรือรบเข้ามาต่อต้าน แต่ผู้นำของมาเลเซียเห็นว่าไม่ได้มีค่ามากมายที่จะช่วงชิงพื้นที่ทางทะเลนั้น และตกลงที่จะขุดเจาะหาน้ำมันร่วมกันด้วยการเจรจาต่อรองเท่านั้น อาเซียนจึงสามารถแก้ความขัดแย้งด้วยวิธีการสันติ ตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่มอาเซียนนั้นก็มีการพบประระหว่างผู้นำมาโดยตลอด สามารถโทรศัพท์ถึงกันได้ด้วยการพูดคุยเป็นการส่วนตัว

ดร.มหาธีร์ กล่าวต่อว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลืมความรุนแรงในการช่วงชิงสิทธิครอบคลุมต่างๆ และหลีกเลี่ยงเป็นการเจราต่อรอง ใช้ศาลสถิตยุติธรรม แต่เราอาจละเลยการขึ้นศาล ดังนั้น ทางออกในการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ต้องมีการเตรียมใจว่าอาจจะแพ้ หรือชนะก็ได้ แต่ต้องยึดวิธีการสันติ ต่อรอง ทำอนุญาโตตุลาการ ไปศาลระหว่างประเทศให้ชี้ขาด นี่น่าจะเป็นวิธีการที่มีอารยธรรมมากกว่า เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ทั่วโลก ถ้าคุณคิดอย่างระมัดระวังจะเห็นว่าอาเซียนมีความสำเร็จมากที่สุด หลายประเทศในโลกต้องการเสวนากับเรา ทั้งสหรัฐฯ อินเดีย ยุโรป ในการส่งเสริมความสัมพันธภาพอันดีทั้งในด้านเศรษฐกิจกับประเทศอื่นๆ

นอกจากนี้ ได้หยิบยกตัวอย่างอีกว่า กรณีความขัดแย้งกับจีนก็เช่นกัน เขากล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของทะเลด้วยมีการตั้งชื่อทะเลจีนใต้ ก่อนอื่นเราต้องศึกษาความซับซ้อนของการกล่าวอ้างเพื่อหาวิธีการแก้ไข เพราะหากอ้างความเป็นเจ้าของโดยชื่อแล้ว มหาสมุทรอินเดียก็ไม่ต้องเป็นของอินเดียหรือ ที่สำคัญคือ ต้องประเมินระดับของความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น จีนเป็นพี่ใหญ่มีประชากรเป็นพันล้านคน และเราไม่ควรไปทำเช่นนั้น จีนเองไม่ได้อยากมีสงคราม เพราะในเชิงเศรษฐกิจแล้วเขาก็คงห่วงเรื่องสินค้าที่กระจายอยู่แทบทุกแผงของต่างประเทศ ซึ่งอาจจะต่างกับสหรัฐอเมริกาที่ชอบเพราะมีอาวุธทางการทหารที่ทันสมัย จึงต้องอาศัยวิธีการเจรจา แต่ถ้ายุติไม่ได้ก็ต้องพึ่งศาลระหว่างประเทศที่ตั้งโดยสหประชาชาติ เพราะสงครามไม่ใช่สิ่งที่เรามองหา

ดังนั้น รูปแบบอาเซียนในสมัยใหม่นั้น แม้จะมีปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านอยู่เสมอแต่หลีกเลี่ยงที่จะต่อสู้กันด้วยกำลังอาวุธ กรณีของชนกลุ่มน้อยโรฮิงญาที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นพลเมืองของพม่า และอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศมาเลเซีย ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่จะมีความรุนแรงในอนาคต เพราะเราไม่สามารถรองรับคนไร้สัญชาติที่อพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับคนไร้รัฐอีกจำนวนมาก และก็ต้องหาทางออกอย่างสันติ แม้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม

“อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าโดยส่วนใหญ่แล้วกลุ่มอาเซียนได้นำสันติภาพมาสู่ภูมิภาคนี้ และขอบคุณผู้นำอาเซียนที่ร่วมกันหลีกเลี่ยงความรุนแรงมาเป็นการเจรจาต่อรอง และพึ่งพาศาลโลก แต่ตนคิดว่าไทยยังไม่ได้ลงนามยอมรับศาลโลก ก็ไม่เป็นไร เราจะมีอาเซียนที่เข้มแข็ง และทำงานร่วมกันทางเศรษฐกิจ และทางการเมืองที่ช่วยเหลือกันรักษาสันติภาพ เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่โลกว่าจะยุติความขัดแย้งกันอย่างไร”

กรณีปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีบางครั้งมีความเกี่ยวเนื่องกับประเทศมาเลเซียอยู่บ้าง และได้ถูกผู้เข้าร่วมการเสวนาซักถามว่าหากอาเซียนเข้ามามีส่วนร่วมแล้วจะกลายเป็นการแทรกแซงหรือไม่ ดร.มหาธีร์ ชี้แจงว่า หากไม่ได้รับเชิญให้ร่วมมาแก้ไข ก็เป็นปัญหาภายในของประเทศไทยเอง แต่หากต้องการคนกลางที่จะช่วยเหลือ สมาชิกอาเซียนก็จะให้ความร่วมมือ

“มันไม่ฉลาดนักที่จะไปแทรกแซงปัญหาภายในของประเทศเพื่อนบ้านโดยพลการ และจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา สมาชิกของอาเซียนที่มีปัญหา เคยทำทั้งเชิญสมาชิกอาเซียนด้วยกันไปช่วยคลี่คลาย อำนวยความสะดวก หรืออื่นๆ และบางครั้งก็เชิญนอกกรอบของอาเซียน แต่ในฐานะของเพื่อนบ้านที่มีมิตรไมตรีต่อกัน” ดร.มหาธีร์กล่าวย้ำ

www.manager.

มาเลเซียยันไม่หนุนกลุ่มก่อเหตุรุนแรงภาคใต้ของไทยพร้อมร่วมมือแก้ปัญหา

3 กันยายน 2555 20:59 น.

ยะลา - รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย - ผบ.กองพลน้อยที่ 6 รัฐเปรัค ยันไม่สนับสนุนกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในภาคใต้ของไทย ระบุพร้อมให้ความร่วมมือสนับสนุนการแก้ปัญหาเต็มที่

วันนี้(3 ก.ย.) ที่จุดตรวจร่วมไทย - มาเลเซีย หลักเขตแดนที่ 45 บ้านดีดะ ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พ.อ.รุ่งโรจน์ ถุงเป้า รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พร้อม พ.ท.วิริยะ รุจิวณิชย์กุล หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ สำนักงานประสานชายแดนไทย - มาเลเซีย และคณะได้เดินทางไปพบปะและพูดคุยกับ นายอูโกซาลิม บิน โอมาร์ (Mr. Ogosalim bin omar) รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย พลจัตวา ดาโต๊ะซูลกาฟี บินลาฮาหมัด (Zulkapri bin rahamat) ผู้บังคับกองพลน้อยที่ 6 รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย และคณะนายทหารมาเลเซีย

พ.อ.รุ่งโรจน์ ถุงเป้า รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา เปิดเผยว่า ในการเดินทางมายังจุดตรวจร่วมไทยมาเลเซียในครั้งนี้ เพื่อที่จะมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยป้องกันชายแดน ที่ปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์อธิปไตยของประเทศ นอกจากนั้นพบปะและพูดคุยกับผู้นำทหารของประเทศมาเลเซีย เพื่อที่จะสอบถามและพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการปักธงชาติมาเลเซีย ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันว่าทางมาเลเซีย ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด

โดยในที่ประชุม นายอูโกซาลิม บิน โอมาร์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย ได้กล่าวในระหว่างประชุมร่วมว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยและประเทศมาเลเซียมีความสัมพันธ์อันดีมาโดยตลอด มีการประชุมพูดคุยกันในหลายๆ ครั้ง และในครั้งนี้ก็ได้เดินทางเพื่อมาตรวจเยี่ยม และรับทราบการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันของทหารทั้งสองประเทศ ที่จุดตรวจร่วมแห่งนี้ นอกจากนั้น พลจัตวา ดาโต๊ะซูลกาฟี บินลาฮาหมัด ผู้บังคับกองพลน้อยที่ 6 รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย ได้กล่าวในที่ประชุมเช่นกันว่า ในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศที่จุดตรวจร่วมแห่งนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่ได้อยู่ร่วมกัน ตนเองอยากให้ความสัมพันธ์เช่นนี้ คงอยู่ตลอดไป และในอนาคตก็จะร่วมกันพัฒนา และปรับปรุงจุดตรวจร่วมแห่งนี้เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างคล่องตัว

ทั้งนี้ในที่ประชุมยังได้ร่วมกันแสดงความเป็นถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ที่กลุ่มก่อเหตุรุนแรงออกปฏิบัติการนำธงชาติมาเลเซีย มาปักในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายร้อยจุด โดยพลจัตวา ดาโต๊ะซูลกาฟี บินลาฮาหมัด ผู้บังคับกองพลน้อยที่ 6 รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย ได้กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว ก็ได้รับจดหมายจากท่าน พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4

ที่ชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งทางพลโท ดาโต๊ะซูลกิฟฟี บิน ฮัจยีกาซิม ผู้บัญชาการกองกำลังกองทัพบกสนาม ก็ได้ทำหนังสือตอบกลับไปว่า ทางกองทัพมาเลเซียขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยทางกองทัพได้สั่งการให้เพิ่มระดับในการดูแลรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน และขอยืนยันว่าชาวมาเลเซียไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งให้ความมั่นใจกับท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ว่า จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยอย่างเต็มที่

www.manager.

ใต้วุ่นไม่หยุด บึ้มสวนยางโผล่อีก ระเบิดเพลิงเผาห้างดังนราฯวอด

วันเสาร์ที่ 01 กันยายน 2012 เวลา 10:30 น.

ใต้ยังป่วนต่อเนื่อง "กับระเบิด"ในสวนยางโผล่อีก ตูมสนั่น 2 ลูกที่นราธิวาส ชาวบ้านสาหัส 2 ราย ลอบวางระเบิดเพลิงในโกดังเก็บสินค้าห้างซุปเปอร์ดีพาร์ทเมนท์สโตร์กลางเมืองนราฯ ไฟโหมกลางดึกวอดทั้งหลัง กอ.รมน.สรุปเหตุป่วนวันสถาปนาเบอร์ซาตูพุ่ง 296 จุด

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงวิกฤติต่อเนื่อง โดยเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 1 ก.ย.2555 คนร้ายเปิดปฏิบัติการวางระเบิดในสวนยางพารา ล่าสุด ณ เวลา 09.00 น.มีชาวบ้านเคราะห์ร้ายเหยียบกับระเบิดแล้ว 2 จุดใน จ.นราธิวาส

ระเบิดในสวนยางพาราจุดแรกเกิดขึ้นที่บ้านตอหลัง หมู่ 3 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ เมื่อเวลา 05.45 น.ทำให้ นายเจริญ แดงแต้ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 บ้านทุ่งขมิ้น หมู่ 2 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขา เหตุเกิดขณะกำลังเดินกรีดยางอยู่ในสวน โดยระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง จุดชนวนแบบเหยียบ ลอบวางไว้ที่โคนต้นยาง

จุดที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.15 น. ในสวนยางพาราบ้านแคนา หมู่ 7 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้ นางแมะนะ ลาเต๊ะ อายุ 45 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะที่นางแมะนะกำลังกรีดยางอยู่ในสวนเช่นกัน

อนึ่ง การลอบวางระเบิดในสวนยางพารา โดยเฉพาะสวนยางของพี่น้องไทยพุทธ เคยเกิดขึ้นถี่ยิบในช่วงปี 2553 โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2553 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 6 ปีเหตุการณ์ตากใบ พบ "กับระเบิดแบบเหยียบ" ในสวนยางพาราทั่วทั้งสามจังหวัดมากถึง 26 ลูก มีผู้เคราะห์ร้ายหลายรายต้องสังเวยชีวิต และอีกหลายรายต้องเสียขา กลายเป็นคนพิการ

ไฟเผาห้างฯดังนราธิวาส – สงสัยคนร้ายใช้ระเบิดเพลิง

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. คืนวันศุกร์ที่ 31 ส.ค.ได้เกิดระเบิดและเพลิงไหม้ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ซุปเปอร์ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และได้รับความนิยมใน อ.เมือง จ.นราธิวาส ตั้งอยู่เลขที่ 24/2 ถนนจำรูญนรา ในเขตเทศบาลเมือง

ทั้งนี้ เพลิงได้ลุกไหม้นานหลายชั่วโมงกว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ การระดมรถดับเพลิงเข้าที่เกิดเหตุเป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องใช้เจ้าหน้าที่ทหารคุ้มกัน เนื่องจากเกรงจะถูกคนร้ายลอบโจมตีซ้ำ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะลอบวางระเบิดเพลิงไว้ในห้างฯ เพราะมีชาวบ้านหลายรายให้ข้อมูลตรงกันว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดภายในห้างฯก่อน ต่อมาจึงเกิดเพลิงไหม้ขึ้น โดยจุดที่คนร้ายนำระเบิดไปซุกซ่อนน่าจะเป็นภายในโกดังเก็บสินค้าด้านหลังของห้างฯ และเกิดระเบิดขึ้นหลังห้างฯปิดให้บริการแล้ว รวมทั้งเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงจนอาคารและสินค้าภายในห้างฯเสียหายทั้งหมด

สรุปยอดป่วนวันสถาปนาเบอร์ซาตู 296 จุด

ด้านความคืบหน้าการก่อเหตุวางวัตถุต้องสงสัยพร้อมธงชาติมาเลเซีย และป้ายข้อความท้าทายยั่วยุเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งคนร้ายปูพรมก่อเหตุแทบทุกพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 31 ส.ค.2555 ซึ่งตรงกับวันชาติมาเลเซีย และวันคล้ายวันสถาปนาขบวนการเบอร์ซาตู โดยเบื้องต้นกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้สรุปจำนวนจุดเกิดเหตุทั้งหมด 102 จุด แยกเป็น จ.ยะลา 34 จุด นราธิวาส 44 จุด ปัตตานี 12 จุด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา 12 จุด นั้น

ล่าสุดจากการตรวจสอบรายงานสรุปสถานการณ์ของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน (ศจฉ.) กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่จัดทำรายละเอียดเสนอผู้บังคับบัญชานั้น พบว่ามีจำนวนจุดเกิดเหตุเพิ่มมากกว่า 102 จุด ดังนี้

จ.นราธิวาส 96 จุด แยกเป็น

อ.เมือง 13 จุด พบวัตถุต้องสงสัยกับธงชาติมาเลเซีย มีระเบิดจริง 1 จุด กำลังพลบาดเจ็บ 2 นาย

อ.ระแงะ 6 จุด เป็นระเบิด 2 จุด กำลังพลบาดเจ็บ 2 นาย ที่เหลือเป็นการปักธงชาติมาเลเซีย

อ.สุไหงปาดี 2 จุด เป็นระเบิด 1 จุด ที่เหลือเป็นวัตถุต้องสงสัยกับธงชาติมาเลเซีย

อ.บาเจาะ 9 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย มีระเบิดจริง 1 จุด กำลังพลบาดเจ็บเล็กน้อย 6 นาย

อ.ยี่งอ 9 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย

อ.ตากใบ 7 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย

อ.สุไหงโก-ลก 2 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย

อ.ศรีสาคร 13 จุด พบวัตถุต้องสงสัย ธงชาติมาเลเซีย และบางจุดมีเผายางรถยนต์ ช่วงเย็นมีระเบิดจริง 1 จุด เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดบาดเจ็บ 1 นาย

อ.จะแนะ 3 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย มีระเบิดจริง 1 จุด กำลังพลบาดเจ็บ 1 นาย

อ.เจาะไอร้อง 8 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย

อ.รือเสาะ 19 จุด พบวัตถุต้องสงสัย ธงชาติมาเลเซีย ป้ายผ้าเขียนข้อความท้าทายเจ้าหน้าที่ พบระเบิดจริง 1 จุดเป็นกับระเบิดแบบเหยียบ เจ้าหน้าที่เก็บกู้ได้ และขว้างประทัดยักษ์ 1 จุด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นยังมีเผาธงชาติไทยและเผายางรถยนต์บางจุดด้วย

อ.แว้ง 3 จุด เป็นการปักธงชาติมาเลเซียทั้งหมด

อ.สุคิริน 2 จุด เป็นการปักธงชาติมาเลเซียเช่นกัน

จ.ยะลา 40 จุด แยกเป็น

อ.เมือง 4 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย

อ.รามัน 14 จุด พบวัตถุต้องสงสัย ธงชาติมาเลเซีย การทำลายธงชาติไทย และติดป้ายเขียนข้อความท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐ

อ.ธารโต 4 จุด พบวัตถุต้องสงสัย ธงชาติมาเลเซีย และแผ่นป้ายเขียนข้อความท้าทายยั่วยุเจ้าหน้าที่รัฐ

อ.กรงปินัง 2 จุด พบวัตถุต้องสงสัย แผ่นป้ายเขียนข้อความยั่วยุเจ้าหน้าที่ ธงชาติมาเลเซีย โดยหนึ่งใน 2 จุดมีเผายางรถยนต์

อ.ยะหา 6 จุด พบธงชาติมาเลเซีย วัตถุต้องสงสัย และป้ายข้อความยั่วยุเจ้าหน้าที่รัฐ

อ.กาบัง 1 จุด พบทั้งธงชาติมาเลเซีย วัตถุต้องสงสัย และป้ายเขียนข้อความ

อ.บันนังสตา 9 จุด พบป้ายเขียนข้อความเชื้อเชิญเจ้าหน้าที่อีโอดี (ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด) และปักธงชาติมาเลเซีย โดยบางจุดมีโปรยตะปูเรือใบ และตัดต้นไม้ขวางถนน

จ.ปัตตานี 142 จุด แยกเป็น

อ.ยะหริ่ง 15 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย

อ.ปะนาเระ 23 จุด พบธงชาติมาเลเซีย บางจุดมีการเผาธงชาติไทย และมีการชักธงชาติมาเลเซียขึ้นเสาธง

อ.เมือง 13 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย

อ.ยะรัง 25 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย

อ.แม่ลาน 2 จุด พบธงชาติมาเลเซีย และวัตถุต้องสงสัย

อ.มายอ 16 จุด พบธงชาติมาเลเซียผูกติดตามที่ต่างๆ

อ.กะพ้อ 15 จุด พบวัตถุต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย บางจุดมีการชักธงชาติมาเลเซียขึ้นเสาธงแทนธงชาติไทย

อ.ทุ่งยางแดง 8 จุด ส่วนใหญ่เป็นการปักธงชาติมาเลเซีย มีอยู่ 1 จุดพบวัตถุต้องสงสัย และมีระเบิดจริง 1 จุด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

อ.หนองจิก 3 จุด พบธงชาติมาเลเซีย

อ.โคกโพธิ์ 3 จุด พบธงชาติมาเลเซียและวัตถุต้องสงสัย

อ.สายบุรี 15 จุด พบธงชาติมาเลเซียและกล่องวัตถุต้องสงสัย

อ.ไม้แก่น 4 จุด พบกล่องต้องสงสัยและธงชาติมาเลเซีย

จ.สงขลา 18 จุด แยกเป็น

อ.เทพา 13 จุด พบธงชาติมาเลเซียและกล่องวัตถุต้องสงสัย

อ.สะบ้าย้อย 5 จุด พบธงชาติมาเลเซีย วัตถุต้องสงสัย ประทัดยักษ์ และบางจุดมีการทำลายธงชาติไทย

รวมเกิดเหตุทั้งสิ้น 296 จุด

www.isranews.

สมาพันธ์ครูใต้ ให้ครูในพื้นที่พิจารณาปิดเรียน หากไม่ปลอดภัย

31 สิงหาคม 2555 14:34 น.

นราธิวาส - จากเหตุป่วนนับ 100 จุด “วันเบอร์ซาตู” สมาพันธ์ครูใต้ ให้ครูในพื้นที่พิจารณาปิดโรงเรียนตามสถานการณ์ หากหวั่นความไม่ปลอดภัย

นายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า จากเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มจำนวน ได้ก่อเหตุ ปักธงชาติประเทศเพื่อนบ้าน และวางระเบิดปลอมและของจริงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นับ 100 จุด ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเชื่อว่า กลุ่มคนร้าย หรือฝ่ายตรงข้าม พยายามแสดงศักยภาพต่อำนาจรัฐว่า มีขีดความสามารถในการเคลื่อนไหว แม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตครู

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดบนถนน และบริเวณสำคัญที่เป็นเชิงสัญลักษณ์หลายแห่ง และไม่อาจปฎิเสธได้ว่า จะไม่ส่งผลกระทบทางตรงหรือทางอ้อม กับประชาชน โดยเฉพาะครูในพื้นที่ ซึ่งจากการติดตามและสอบถาม ครูในพื้นที่ จ.นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ต่างบอกเสียงเดียวกันว่า น่ากลัว แม้จะไม่มีใครเสียชีวิต แต่คนร้ายสามารถป่วนได้หลายจุด ซึ่งหากถามขวัญกำลังใจครูในขณะนี้ ที่ต้องเดินทางไปมาในพื้นที่ และจะต้องไปโรงเรียนเพื่อสอนเด็กนักเรียน จริงๆ แล้วสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ในห้วงที่ผ่านมา ครูก็เสียขวัญ และไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน

เมื่อมีเหตุการณ์ในลักษณะป่วนความรุนแรงอีก เป็นปรกติที่ครูต้องรู้สึกกลัว โดยขณะนี้ได้แจ้งประสานไปยังผู้อำนายการครูโรงเรียนทุกแห่งพิจารณาตามสถานการณ์ หากพิจารณาว่า อาจเกิดความไม่ปลอดภัยกับครู นักเรียน หรือโรงเรียน หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรปิดโรงเรียน เพราะจะส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็กนักเรียนที่ผลสัมฤทธิ์ไม่ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าพิจารณาแล้วว่า ครูอาจไม่ปลอดภัยให้ ผู้รับผิดชอบสถานศึกษานั้นๆ ใช้ดุลพินิจปิดการเรียนการสอนได้ทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียและเหตุไม่คาดฝันได้

www.manager.

นราฯ ป่วนไม่เลิกบึ้มอีก 2 จุด ทหารเจ็บ 2 นาย

31 สิงหาคม 2555 15:02 น.

นราธิวาส - เกิดเหตุคนร้ายลอบขว้างระเบิดใส่เพิงขายข้าวเหนียวไก่ทอด ในพื้นที่ อ.รือเสาะ โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบเหตุนร้ายได้ปักธงชาติรัฐมาเลเซีย ที่บริเวณทางโค้งถนนบ้านจาเราะสะโตร์ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

เมื่อเวลา 12.30 น. วันนี้ (31 ส.ค.) ร.ต.ท.วันชัย รักบุญเมือง ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่เพิงขายข้าวเหนียว และไก่ทอด ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนรือเสาะวิทยา ม.3 ต.รือเสาะออก จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบที่บริเวณริมขอบฟุตปาธมีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายเล็ก และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้างที่ผลิตเอง ใส่ไว้ในกระป๋องของปลากระป๋องยี่ห้อหนึ่ง หนัก 0.5 กก. ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเจ้าของเพิงขายข้าวเหนียวไก่ทอด หลังเกิดเหตุเกิดความกลัวได้ขี่รถจักรยานยนต์หายไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อ

จากการสอบสวนทราบว่า ในระหว่างที่ผู้เสียหายกำลังยืนทอดไก่อยู่ที่เพิงนั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถยนต์กระบะ สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบยี่ห้อ และแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ เมื่อแล่นผ่านคนร้ายที่นั่งกระบะหลังได้ใช้ระเบิดแสวงเครื่องชนิดขว้างที่ผลิตเอง ขว้างใส่เพิงขายข้าวเหนียวและไก่ทอด แต่ระเบิดได้ตกบริเวณริมฟุตปาธ จึงทำให้ผู้เสียหายรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า มีส่วนพัวพันและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนที่ลอบก่อเหตุร้ายในพื้นที่ทั้ง 12 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส ในช่วงหัวรุ่งที่ผ่านมา เพื่อเป็นการตอกย้ำความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ก่อนหน้านี้ เมือเวลา 11.30 น. คนร้ายได้ปักธงชาติรัฐมาเลเซีย ที่บริเวณทางโค้งถนนบ้านจาเราะสะโตร์ ม.5 ต.กะลุวอ อ.เมือง เจ้าหน้าที่ชุด EOD นาวิกโยธิน และเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก. 33 ได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบ และได้เหยียบกับระเบิด ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 นาย คือ จ.อ.รณรงค์ ชัยด้วยกิจ ไม่ทราบอายุ และพลทหารศุภชัย พูขมา อายุ 22 ปี สังกัด ฉก.33 ถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาส และเจ้าหน้าที่พบระเบิดที่อยู่ในกล่องกระดาษอีกจำนวน จึงได้ทำการเก็บกู้และยิงทำลาย

ล่าสุด พล.ต.ต.ชติ ชวาลวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ได้สั่งการไปยัง ผู้กำกับ สารวัตรใหญ่ในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ จำนวน 19 สถานี ทำการตรวจสอบภาพวงจรปิดที่ติดไว้บริเวณหน้าจุดตรวจในแต่ละพื้นที่ เพื่อตรวจสอบหาข้อพิรุธของยานพาหนะที่แล่นผ่านในช่วงเวลาใกล้เคียงกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น ซึ่งใช้เป็นข้อมูลในการติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมาลงโทษต่อไป

รายงานจากแหล่งข่าวทางราชการรายหนึ่งแจ้งว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นราธิวาส เนื่องจากการทำงานด้านมวลชนยังไม่เข้าถึงประชาชนมากนัก โดยเฉพาะภาวะผู้นำของนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ที่เคยพูดว่า หญิงอิสลามแต่งกาย หรือสวมฮิญาบเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน ทำให้ชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ไม่พอใจ และมองว่า ภาวะผู้นำของผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นตัวปัญหา และอาจสร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้นกับพื้นที่ แม้นายอภินันท์ จะพยายามอธิบายว่า ไม่ได้พูดที่สาธารณะแต่ได้ถ่ายคลิปตนเองว่า ได้พูดจริง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า อาจเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น

www.manager.

ล้างแค้น! โจรใต้ยิงถล่มรถไฟที่เจาะไอร้อง อส.ดับ 1 สาหัส 1

28 สิงหาคม 2555 21:03 น.

นราธิวาส - ขบวนรถไฟสายใต้ยังเดือด! คนร้ายกราดยิงอาวุธปืนสงครามใส่ขบวนรถไฟท้องถิ่นห่างจากสถานีบูกิต อ.เจาะไอร้อง ประมาณ 500 เมตร พร้อมยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองเส้นทางรถไฟสกัดไม่ให้นำกำลังเข้าช่วยเหลือจุดแรก อส.ประจำรถไฟสิ้นใจ 1 สาหัสอีก 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันนี้ (28 ส.ค.) พ.ต.อ.ประยงค์ โคตรสาขา ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจำนวนกว่า 10 คน ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ขบวนรถไฟที่ 447 ซึ่งวิ่งจากต้นทางสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี จดปลายทางที่สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก โดยเหตุเกิดที่บริเวณระหว่างสถานีรถไฟบูกิต กับสถานีรถไฟไอสะเตียร์ บ้านบือราแง ม.9 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง

และคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการย่อยของชุดคุ้มครองเส้นทางรถไฟ ที่ตั้งอยู่ริมถนนเลียบเส้นทางรถไฟบ้านบูกิต ม.3 ต.บูกิต ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 4 กม.ด้วย เป็นเหตุให้ อส.ประจำขบวนรถไฟ สังกัดกองร้อยบังคับการและบริการส่วนหน้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย จึงได้สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส

โดยจุดเกิดเหตุแรกห่างจากสถานีรถไฟบูกิต ประมาณ 500 เมตร ซึ่งสองข้างทางเป็นป่ารกทึบ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้า จำนวนหนึ่งตกอยู่ที่บริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ทั้ง 2 ฟาก จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ส่วนขบวนรถไฟดังกล่าวพนักงานขับรถได้นำขบวนรถไฟไปจอดเทียบชานชาลาที่สถานีรถไฟสุไหงปาดี ซึ่งมีสภาพหัวรถจักร และโบกี้ทั้ง 6 โบกี้ ทั้งด้านซ้ายและขวามีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกลุ่มคนร้ายพรุนทั้ง 2 ด้าน

ส่วนผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็น อส.จำนวน 2 นาย พลเมืองได้นำส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดีอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อคือ อส.โท.สุทธิพงศ์ หิรัญพันธุ์ ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายท้ายทอย 1 นัด อาการสาหัสและเสียชีวิตขณะเจ้าหน้าที่นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล และ อส.โท.อัสสุวรรณ เจ๊ะลาเต๊ะ ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณขาขวาอาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบจุดที่ 2 ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการย่อยของชุดคุ้มครองเส้นทางรถไฟที่มี ชรบ.และ อส.ประจำที่ว่าการ อ.เจาะไอร้อง ปฏิบัติหน้าที่อยู่ พบว่าที่บริเวณบังเกอร์หน้าฐานมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นปลอกกระสุนปืนของคนร้ายตกอยู่ที่บริเวณพงหญ้ารกทึบ 2 ข้างทางรถไฟจำนวนมาก

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวนกว่า 10 คน มีอาวุธปืนครบมือ แยกกำลังออกเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกดักซุ่มยิงถล่มใส่ขบวนรถไฟที่บริเวณห่างจากสถานีรถไฟบูกิต ประมาณ 500เมตร ทำให้ อส.ประจำขบวนรถไฟเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว แต่พนักงานขับรถได้เร่งหัวรถจักรไปเทียบชานชาลาที่สถานีรถไฟสุไหงปาดี

ส่วนคนร้ายชุดที่ 2 ได้แฝงตัวเข้าไปในป่าสวนยางพารารกทึบริมทาง ก่อนใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการย่อยของชุดคุ้มครองเส้นทางรถไฟเพื่อสกัดกั้นการเข้าสนับสนุนจุดเกิดเหตุ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นเวลานาน 5 นาที แล้วคนร้ายได้นำกำลังล่าถอยไป

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่โกธรแค้น อส.ประจำขบวนรถไฟสายดังกล่าว ที่ได้วิสามัญสมาชิกแนวร่วมของกองกำลังติดอาวุธ RKK เสียชีวิต 1 ราย ขณะบุกยิงนายมามะ บือราเฮง ซึ่งเป็นสายข่าวของเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟเจาะไอร้องเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา

www.manager.

ตร.รามันปิดล้อมขนำกลางสวนยางปะทะเด็ดหัวโจร 1 เจ็บ 1 ยึดปืน 3 กระบอก

24 สิงหาคม 2555 11:10 น.

ยะลา - ตำรวจ อ.รามัน เข้าปิดล้อมขนำกลางสวนยางพื้นที่ ต.กาลอ ยิงปะทะกลุ่มคนร้าย ส่งผลให้คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ส่วนคนร้ายที่เหลืออีกประมาณ 2-3 คน หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ปลอดภัยพร้อมยึดอาวุธปืน 3 กระบอก และพบหม้อที่กำลังต้มใบกระท่อมอีก 2 ใบ

เวลา 06.25 น.วันนี้ (24 ส.ค.) ในขณะที่ พ.ต.ท.พรมพัฒน์ สนิทศรี สารวัตรงานสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และ พ.ต.ต.ธนพล เยาวพักตร์ สารวัตรงานสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา นำกำลังชุดสืบสวนสอบสวน ภ.จว.ยะลา ตร.สภ.โกตาบารู ตร.สภ.รามัน และทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 12 จำนวน 30 นาย เดินทางเข้าปิดล้อมขนำไม่มีเลขที่กลางสวนยางที่หมู่ 2 บ.กาลอ ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา หลังจากมีชาวบ้านในพื้นที่แจ้งว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์ 4-5 คน พร้อมอาวุธปืนยาว 2-3 กระบอก กบดานอยู่ในขนำดังกล่าว

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อมบ้านดังกล่าว พร้อมแจ้งให้กลุ่มคนที่อยู่ภายในบ้านแสดงตัวเพื่อจะขอตรวจค้น คนร้ายที่อยู่ในบ้านได้กระโดดออกจากบ้านแล้ววิ่งหนีเข้าไปในสวนยาง พร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันนานกว่า 10 นาที หลังจากสิ้นเสียงปืน ตรวจสอบพบคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายอับดุลเลาะ ลาซี หรือเป๊าะเลาะเก๊ะ อายุ 30 ปี ราษฎรหมู่ 3 บ้านทำนบ ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา นอนเสียชีวิตอยู่ห่างจากขนำประมาณ 100 เมตร โดยที่มือขวามีอาวุธปืนเอ็ม 16 อยู่ 1 กระบอก นอกจากนั้น ยังมีคนร้ายได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นายนูโรดิง ลีเจียก เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลรามัน ส่วนคนร้ายที่เหลือประมาณ 2-3 คน ใช้ความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบในบริเวณขนำดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนอีก 2 กระบอก คือ ปืนคาร์บิน 1 กระบอก และปืนยาวขนาด.22 ติดลำกล้อง 1 กระบอก ส่วนภายในขนำ เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังพบหม้อต้มน้ำใบกระท่อมอยู่บนเตาจำนวน 2 ใบ ซึ่งกำลังต้มน้ำใบกระท่อม

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้กำกับสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เข้าตรวจสอบพร้อมเปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีกลุ่มชายต้องสงสัยจำนวนหลายคนพร้อมอาวุธปืน เข้ามากบดานอยู่ในบริเวณดังกล่าว และเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มของนายอุสมาน มอลอ แกนนำก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ที่มีข่าวว่าจะเข้ามาก่อเหตุ จึงได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบ แล้วเกิดการยิงปะทะกันเป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต และบาดเจ็บดังกล่าว

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะนำอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ทั้ง 3 กระบอก ส่งตรวจสอบว่าเคยใช้ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ใดบ้าง ส่วนคนร้ายที่สามารถหลบหนีไปได้พอที่จะทราบตัวแล้ว จะดำเนินการติดตามจับกุมต่อไป โดยกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มยาเสพติดในพื้นที่ และเชื่อว่าเป็นกลุ่มแนวร่วมปฏิบัติการก่อเหตุในพื้นที่เช่นกัน

www.manager.

ยิงทหารพรานดับ 1 ชาวบ้านเจ็บ 2 กดบึ้ม 3 ลูกซ้อนหวังสังหารปลัด อ.ระแงะ แถมยิง อส.ดับ 1 เจ็บ 1

21 สิงหาคม 2555 15:29 น.

นราธิวาส - โจรใต้ดักยิงทหารพราน เสียชีวิต 1 นาย อบต.เจ็บ 1 ชาวบ้านเจ็บอีก 1 และกดระเบิด 3 ลูกซ้อน หวังสังหารหมู่เจ้าหน้าที่ และปลัด อ.ระแงะ ขณะเข้าตรวจสอบ แถมโจรไม่หนำใจ ยิง อส.ตาย 1 สาหัส 1

วันนี้ (21 ส.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. ร.ต.ต.รัชตะ นวลหอม ร้อยเวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน และชาวบ้านเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ รวม 3 ราย เหตุเกิดขึ้นบริเวณข้างกำแพงรั้วของโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ ม.4 ต.เฉลิม และคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดดักสังหาร นายสุริยา อาแวกือจิ ปลัดอำเภอระแงะ จำนวน 3 ลูกซ้อน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กม.

จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษฏา แก้วจันทร์ดี รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 นายอรุณ ศรีใส ปลัดอาวุโส อ.ระแงะ ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ซึ่ง 2 ข้างถนนเป็นทุ่งนา มีหลุมระเบิด จำนวน 3 จุด ซึ่งห่างกันจุดละ 10-15 เมตร และลึกขนาดใกล้เคียงกันประมาณ 2.50 เมตร กว้าง 3 เมตร และทั้ง 3 จุด มีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนักลูกละ 50 กก. ตกกระจายเกลื่อนบนถนนและทุ่งนา

โดยเฉพาะที่บริเวณปากหลุมทั้ง 3 จุด เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจสอบพบสายไฟฟ้าจำนวนหนึ่งที่ลากเข้าไปในพุ่มไม้ที่รกทึบกลางทุ่งนา และเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทำให้ถนนสายลูโบ๊ะกาเยาะ-กูจิงลือปะ ไม่สามารถใช้การได้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังจุดที่คนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บง 7193 นราธิวาส ซึ่งเสียหลักพุ่งชนรั้วกำแพงของโรงเรียนกูจิงลือปะได้รับความเสียหาย โดยภายในรถยนต์กระบะ พบศพ จ.ส.อ.บังเอิญ พันธุ์อยู่ อายุ 39 ปี สังกัด กองร้อยทหารพรานที่ 4515 กรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งอยู่ในสภาพนอนจมกองอยู่อยู่ที่บริเวณเบาะหน้า และมีร่องรอยถูกกระสุนปืนเอ็ม16 ของคนร้ายที่บริเวณศีรษะ และลำตัวจนพรุนไปทั้งร่าง

ส่วนรถยนต์กระบะมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณกระจกหลัง กระบะหลัง และกระจกด้านคนขับแตกได้รับความเสียหาย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 2 ราย พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว คือ 1.นายนิโซ๊ะ อีดือเระ อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นสมาชิก อบต.เฉลิม อ.ระแงะ ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณกลางหลัง และลำตัว 2.นายสมจิตร ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นชาวบ้านกูจิงลือปะ ซึ่งถูกกระสุนปืนของคนร้าย ชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณสีข้าง ทั้งคู่อาการสาหัสแพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 ได้สั่งการให้ จ.ส.อ.บังเอิญ เดินทางเข้าไปสำรวจเพื่อมอบรถเข็นให้แก่ผู้พิการในหมู่บ้านกูจิงลือปะ โดย จ.ส.อ.บังเอิญ ได้มีการนัดแนะกับนายนิโซ๊ะ และชาวบ้าน เพื่อร่วมเดินทางไปสำรวจร่วมกัน เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบข้างกำแพงรั้วของโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ และคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม16 ยิงใส่รถยนต์กระบะที่ จ.ส.อ.บังเอิญ ขับผ่านมา เมื่อ จ.ส.อ.บังเอิญ นายนิโซ๊ะ และนายสมจิตร ถูกกระสุนปืน รถยนต์กระบะได้เสียหลักไปชนกำแพงรั้วของโรงเรียน แล้วคนร้ายได้พากันหลบหนีไป

ต่อมา นายสุริยา ปลัดอำเภอระแงะ ได้รับแจ้งเหตุ จึงได้นำกำลัง อส.ที่ว่าการอำเภอระแงะ รวม 6 นาย เพื่อเดินทางเข้าไปพิสูจน์ และช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อถึงบริเวณทุ่งนาได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในปารกทึบกลางทุ่งนา ได้ใช้แบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปฝังไว้กลางถนนทีละ 1 ลูก รวม 3 ลูก ซึ่งห่างกันลูกละประมาณ 10-15 วินาที ในขณะที่รถยนต์กระบะที่นายสุริยาจอดอยู่ระหว่างกลางของระเบิดทั้ง 3 จุด จนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป

และเมื่อเวลา 13.30 น. ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่นั้น ได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืน อาก้ายิงใส่ อส. จำนวน 2 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่บริเวณจุดตรวจบ้านลูโบ๊ะกาเยาะ ม. 5 ต.เฉลิม ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กม. ที่กำลังอำนวยความสะดวกคณะของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจสอบเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต และจุดชนวนระเบิดดักสังหาร นายสุริยา ปลัดอำเภอระแงะ

ส่งผลทำให้ อส.อาดือนัน สาและ อายุ 34 ปี เสียชีวิต และนายมาหามะ เจ๊ะวา อายุ 41 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านลูโบีกาเยาะ ต.เฉลิม ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยพลเมืองดีที่อยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุได้นำตัวผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลระแงะเป็นการเร่งด่วนแล้ว

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 3 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ที่ได้มีการวางแผนไว้เป็นการอย่างดี เพื่อก่อเหตุส่งท้ายวันฮารีรายอ ที่ต้องการให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความวุ่นวายตามคำประกาศที่ได้มีการข่มขู่ไว้

www.manager.

ยิงเอ็ม 79 ใส่ฐานทหารปัตตานี พลทหารเจ็บ 5 นาย

17 สิงหาคม 2555 22:04 น.

ปัตตานี - ยิงเอ็ม 79 ใส่ฐานปฏิบัติการ ร้อย ร.1333 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 อ.ยะรัง พลทหารถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ 5 นาย ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

เมื่อเวลา 20.00 น. วันนี้ (17 ส.ค.) พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี นำกำลังเข้าไปตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการ ร้อย ร.1333 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี - ยะลา ม.3 บ้านบือแนกือบง ต.ประจัน ไปถึงพบว่าเจ้าหน้าที่ทหารกำลังนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลยะรัง จำนวน 5 นาย

ทราบชื่อคือ พลทหารอภิชาต โพธิ์จันทรา, พลทหารจักรพงษ์ การนิตย์, พลทหารอภิรักษ์ ศรีสุทัศน์, พลทหารสุทธิพงษ์ สาริโส และ พลทหารคงเดช แสนศรีดำม้วน โดยทั้ง 5 คนถูกสะเก็ดเข้าบริเวณขา แพทย์ได้ทำการรักษาจนอาการปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดกว้าง 30 ซม. อยู่ด้านข้างภายในฐาน สะเก็ดระเบิดกระจายไปถูกตัวอาคารปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติภารกิจตามปกติอยู่ภายในฐาน และกำลังอีกส่วนหนึ่งดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนบนถนน ปรากฏว่ามีคนร้ายซุ่มซึ่งดักซุ่มอยู่ในที่มืดใช้อาวุธปืนเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่ตกภายในฐาน หวังสังหารเจ้าหน้าที่ โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ คาดว่าคนร้ายเป็นแนวร่วมในพื้นที่หวังสร้างสถานการณ์ไม่สงบต่อเนื่อง

www.manager.

สิงหาฯครึ่งเดือนบึ้ม 13 จุด ฆ่ารายวันเพียบ รวบมือยิงชุด รปภ.พระ

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2012 เวลา 22:47 น. เขียนโดย ทีมข่าวอิศรา หมวด ข่าว, ข่าวทั่วไป, เรื่องเด่น-ภาคใต้

ใต้ป่วนหนักตลอดครึ่งเดือนสิงหาคม แค่ 16 วันคนร้ายลอบวางระเบิด 13 จุด ระทึก "คาร์บอมบ์" กลางลานจอดรถศูนย์ราชการ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ตูมสนั่นหน้าธนาคารที่ อ.รามัน จ.ยะลา กำลังพลเจ็บระนาว กลุ่มป่วนกระจายกำลังปฏิบัติการวางเพลิงก่อกวนเกือบ 20 จุดใน 3 อำเภอ ยิงรายวันเพียบ "ครู-ตำรวจ-อส.-ผู้ใหญ่บ้าน" สังเวย ด้านผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ตามรวบ 2 ผู้ต้องหายิงชุด รปภ.พระเมื่อปลายปี 2553 จับตำรวจที่รือเสาะพร้อมของกลางยาไอซ์

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดครึ่งเดือนสิงหาคม ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งการถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม ยังคงร้อนแรงและมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแทบทุกวัน อย่างไรก็ดี เนื่องจากเว็บไซต์ "ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา" ปิดปรับปรุงไปหลายวันในห้วงเวลาดังกล่าว ไม่ได้นำเสนอสถานการณ์ร้ายรายวันในช่วงที่เกิดเหตุ กองบรรณาธิการจึงได้รวบรวมเหตุร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา แยกเป็นเหตุระเบิด เหตุยิงด้วยอาวุธปืน และเหตุลอบวางเพลิงมารายงานอย่างละเอียดดังนี้

ระเบิด 13 จุด "คาร์บอมบ์ปะนาเระ-บึ้มถล่มธนาคาร"

วันพฤหัสบดีที่ 16 ส.ค. เวลา 13.30 น.ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นบริเวณลานจอดรถรวมของศูนย์ราชการ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ติดกับ สภ.ปะนาเระ ในเขตเทศบาลตำบลปะนาเระ แรงระเบิดทำให้รถยนต์ 7 คันได้รับความเสียหาย และเกิดเพลิงไหม้ โดยทั้งหมดเป็นรถของข้าราชการในอำเภอ นอกจากนั้นอาคารสถานที่ราชการและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่โดยรอบรัศมี 300 เมตรยังโดนสะเก็ดระเบิดจนกระจกแตกหลายบาน โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.ภ.จว.ปัตตานี) นายตำรวจระดับสูง และ พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผู้กำกับการ สภ.ปะนาเระ ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ปัตตานี โดยได้ตัดสัญญาณทั้งโทรศัพท์มือถือและรีโมทคอนโทรลทุกชนิดก่อนเข้าไปยังที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะที่คนร้ายใช้ติดตั้งระเบิดเป็น "คาร์บอมบ์" พังยับเยินจนเหลือแต่โครง โดยเป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ติดป้ายทะเบียนปลอม มีเลขทะเบียนทั้งหน้าและหลัง คือ กข 2585 ปัตตานี กับ บฉ 2585 ยะลา นอกจากนั้นยังพบโทรศัพท์มือถือ สายไฟฟ้า ถ่านไฟฉาย และชิ้นส่วนเหล็กตัดท่อนกระจายเกลื่อน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้ขับรถที่ติดตั้งระเบิดไว้ภายใน น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัมไปจอดไว้โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จากนั้นได้ขึ้นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีฟ้า แบบตอนเดียว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งมีคนขับมารับแล้วหลบหนีไป โดยคนร้ายได้ใช้โทรศัพท์มือถือกดจุดชนวนระเบิด เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

พล.ต.ต.พิเชษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด ส่วนรถคาร์บอมบ์ยังตรวจสอบที่มาไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นรถที่แจ้งหายในพื้นที่ และไม่มีในสารบบรถที่ต้องเฝ้าระวัง ทราบแต่เพียงว่าเป็นรถที่มาจากกรุงเทพมหานคร

ต่อมามีการรายงานผลการตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์ของรถกระบะที่คนร้ายใช้ทำคาร์บอมบ์ ทราบว่าเจ้าของรถเดิมเป็นประชาชนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ และได้ขายรถพร้อมโอนลอยให้ นายสุชาติ สุวรรณฉลวย อายุ 51 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง ต่อมานายสุชาติถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตและชิงรถไปเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2555 ส่วนป้ายทะเบียนจริงของรถคันดังกล่าว คือ สย 6602 กรุงเทพมหานคร คนร้ายได้นำไปติดที่รถซึ่งนำไปก่อเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2555

วันเดียวกัน ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส คนร้ายไม่ทราบจำนวนยังได้จุดชนวนระเบิดดักสังหารทหารชุดรักษาความปลอดภัยครู (รปภ.ครู) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ขณะออกลาดตระเวนตรวจความเรียบร้อยเส้นทางสายยี่งอ-จะกว๊ะ ท้องที่บ้านตะโหนด หมู่ 2 ต.สุวารี ให้กับคณะครู 4 โรงเรียนใน ต.สุวารี โดยคนร้ายซุกระเบิดแบบเครโมไว้ริมถนนข้างเสาป้ายชื่อหมู่บ้าน แล้วใช้โทรศัพท์มือถือกดจุดชนวน โชคดีที่ทิศทางระเบิดหันเหเข้าไปในป่า ทำให้กำลังพลทั้งหมดปลอดภัย

เวลา 15.50 น.ที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา คนร้ายนำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิดไปจอดที่หน้าร้านจิ๋มกาแฟสด ถนนราษฎร์บำรุง ในเขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อย จากนั้นได้เดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งที่เพื่อนติดเครื่องรถอยู่แล้วขับออกไป ชาวบ้านเห็นผิดสังเกตจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ถังน้ำยาดับเพลิงขนาด 5 กิโลกรัม ซุกอยู่ใต้เบาะรถที่ดัดแปลงไว้ให้ใส่ถังดับเพลิงได้ เจ้าหน้าที่จึงเก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัย

ช่วงค่ำวันเดียวกัน เวลาประมาณ 18.30 น.เกิดระเบิดขึ้นในท้องที่บ้านคลอง หมู่ 2 ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี โดยในที่เกิดเหตุพบศพชายไม่ทราบชื่อร่างกายแหลกเหลว คาดว่าเป็นผู้นำระเบิดไปวาง แต่ระเบิดทำงานผิดพลาดจึงโดนตัวเองเสียชีวิต

วันพุธที่ 15 ส.ค. เวลา 14.50 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดทหารชุดลาดตระเวนเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยครู (รปภ.ครู) สังกัดหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 37 ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บนถนนสายชนบท บ้านลูโบ๊ะบาตู หมู่ 4 ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

วันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. เวลา 15.50 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4312 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ขณะเดินทางโดยรถกระบะหุ้มเกราะอยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 418 ท้องที่บ้านแม่โอน หมู่ 7 ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ประกอบด้วย ร.อ.อำนวย เพียรดี อายุ 47 อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ชัยชนะ เนียมแทน อายุ 22 ปี อส.ทพ.นราธิป โยอินทร์ อายุ 31 ปี อส.ทพ.สหชาติ หอแป้น อายุ 25 ปี อส.ทพ.ตรีเนตร หาญแกล้ว อายุ 27 ปี

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบและสอบสวนจนทราบว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดแสวงเครื่อง จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร โดยคนร้ายนำระเบิดไปซุกไว้ในรถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์บอมบ์) ซึ่งแจ้งหายไว้ที่ สภ.เมืองปัตตานี ตั้งแต่ปี 2550 แล้วนำไปจอดดักไว้ริมถนน เมื่อรถของทหารพรานแล่นผ่านมาจึงกดจุดชนวน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

วันเสาร์ที่ 11 ส.ค. เวลา 08.55 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) สังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (บก.ภ.จว.ปัตตานี) หลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายประกบยิง นายสือดี สาแม เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนเลียบคลองชลประทาน ท้องที่บ้านคลองช้าง ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โดยจุดที่คนร้ายดักระเบิดชุดอีโอดีด้วยมอเตอร์ไซค์บอมบ์ อยู่บนถนนสายชนบทบ้านนาเกตุ-คลองช้าง หมู่ 4 ต.นาเกตุ แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ประกอบด้วย ส.ต.อ.ศักรินทร์ แสงเงิน อายุ 33 ปี อาการสาหัส ส.ต.อ.นคร คนงาน อายุ 32 ปี ส.ต.ท.ชูศักดิ์ ประสงค์กิจ อายุ 30 ปี และ ส.ต.อ.นิตย์ธินนท์ สมาธิ อายุ 33 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

วันศุกร์ที่ 10 ส.ค. เวลา 17.25 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนปาระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูกเข้าใส่ฐานปฏิบัติการบ้านบาโงมูลง (รบพิเศษส่วนแยก) หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 26 ตั้งอยู่ที่บ้านบาโงมูลง หมู่ 6 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ทราบชื่อคือ พลทหารเดะแม อิแต อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/2 ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พลทหารวันเฉลิม อ่อนสง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 217 หมู่ 6 ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง และ พลทหารบรรจง รักษาแก้ว อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ 9 ต.นาละมัย อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี

วันพฤหัสบดีที่ 9 ส.ค. เวลา 09.00 น.เจ้าหน้าที่ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 รับแจ้งจากทางโรงเรียนบ้านกาวะ หมู่ 2 ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ว่าพบวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายกระป๋องนม ด้านบนมีโทรศัพท์มือถือรัดด้วยยางในรถจักรยานยนต์สีดำ วางอยู่ใต้โต๊ะหินอ่อนบริเวณด้านหน้าโรงอาหารของโรงเรียน จึงรีบประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไปตรวจสอบ ระหว่างนั้นวัตถุต้องสงสัยได้เกิดระเบิดขึ้น โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ jakwa

วันอังคารที่ 7 ส.ค. ช่วงค่ำ นายมะตอเฮ มะซีละ อายุ 40 ปี อดีตอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำ อ.รามัน จ.ยะลา ถูกคนร้ายดักยิงได้รับบาดเจ็บขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในหมู่บ้านบ้านลีเซ็ง หมู่ 4 ต.จะกว๊ะ อ.รามัน หลังเกิดเหตุ นายอับดุลรอนิง มะซีละ สารวัตรกำนัน ต.จะกว๊ะ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายมะตอเฮ ได้พาลูกชายกับพวกซึ่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เข้าไปยังจุดเกิดเหตุ แต่ระหว่างทางบริเวณบ้านลีเซ็งใน หมู่ 5 ต.จะกว๊ะ ถูกคนร้ายจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊ส น้ำหนัก 10 กิโลกรัมซึ่งฝังไว้ใต้ผิวถนน แรงระเบิดทำให้นายอับดุลรอนิง และ นายมะรูโซ๊ะ มะซีละ อายุ 30 ปี ลูกชายเสียชีวิต ส่วนที่เหลือซึ่งเป็น ชรบ.ได้รับบาดเจ็บ

วันจันทร์ที่ 6 ส.ค. เวลา 16.35 น.คนร้ายจุดชนวนระเบิดมอเตอร์ไซค์บอมบ์บริเวณหน้าธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขารามัน ถนนเมืองรามันห์ เขตเทศบาลเมืองรามันห์ อ.รามัน จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้ประตูธนาคารและตู้เอทีเอ็ม รวมทั้งรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ด้านหน้า 6 คันได้รับความเสียหาย และมีทหารสังกัดกองร้อยทหารราบที่ 15211 (ร้อย ร.15211) หน่วยเฉพาะกิจยะลา 12 ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย ทราบชื่อคือ ส.อ.พยัคฆ์ สุขประเสริฐ อายุ 28 ปี พลทหารเอกวัฒน์ องอาจ อายุ 22 ปี พลทหารศุภชัย จันทร์แก้ว อายุ 22 ปี พลทหารกิตติพงษ์ ดำเอียด อายุ 22 ปี พลทหารวัชรินทร์ หน่อแก้ว อายุ 22 ปี และพลทหารจักรกฤษณ์ จานสอน อายุ 22 ปี ในจำนวนนี้ พลทหารจักรกฤษณ์ อาการสาหัส ส่วนที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อย โดยคนร้ายจุดชนวนระเบิดช่วงที่ทหารชุดดังกล่าวกำลังนั่งรถยีเอ็มซีเดินทางกลับฐานปฏิบัติการในเขตเทศบาลเมืองรามันห์

ช่วงเช้าวันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเส้นทางและ รปภ.ครู ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บนทางหลวงหมายเลข 4115 บ้านลูโบ๊ะลาเซาะ หมู่ 1 ต.ร่มไทร อ.สุคิริน จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้ นายอับดุลตอเละ ซูเดาะ อายุ 22 ปี ชรบ.บ้านลูโบ๊ะลาเซาะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

วันอาทิตย์ที่ 5 ส.ค. เวลา 11.50 น. เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 ได้ออกลาดตระเวนตามแผนยุทธการ ทั้งเดินเท้าและใช้รถฮัมวี่ บนถนนในท้องที่บ้านปะดาดอ หมู่ 3 ต.นานาค อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อเดินถึงสะพานแห่งหนึ่งได้สังเกตเห็นร่องรอยการขุดเจาะสะพาน จึงหยุดตรวจสอบ และกำลังประสานให้เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีเข้าพิสูจน์ทราบ ระหว่างนั้นคนร้ายได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ระวังตัวอยู่แล้ว จึงไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

วางเพลิงเผาดะกว่า 10 จุดใน 3 อำเภอ

วันพฤหัสบดีที่ 16 ส.ค. ช่วงเช้า มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนนำระเบิดเพลิง (ต้องการให้เกิดเพลิงไหม้) บรรจุในกระป๋องนม 2 กระป๋อง ไปวางไว้ในปั๊มน้ำมันสหกรณ์การเกษตรโคกโพธิ์ บ้านชะเมา หมู่ 2 ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย (ฉก.อโณทัย) เข้าตรวจสอบ พบภายในกระป๋องมีผ้าชุบน้ามัน และตัวจุดชนวนเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขวดพลาสติกขนาด 1.25 ลิตร ภายในบรรจุน้ำมัน 3 ขวด เป็นระเบิดเพลิงแบบประกอบเอง เจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัย

เวลา 07.30 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามยิงใส่รถพ่วง 2 ชั้นบรรทุกรถยนต์ใหม่ของบริษัทโตโยต้า ต้นทางกรุงเทพฯ เพื่อนำรถไปส่งที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่รถยนต์ใหม่ถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหาย 3 คัน ขณะที่รถพ่วงก็ได้รับความเสียหายด้วย เหตุเกิดบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 ท้องที่บ้านปรัง หมู่ 2 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

กลางดึกวันที่ 15 ส.ค.ต่อเนื่องวันที่ 16 ส.ค. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงและระเบิดเพลิงอีกหลายจุดในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ กับ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ประกอบด้วย - อ.หนองจิก เวลา 20.15 น.วางเพลิง 3 จุด เผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ที่หมู่ 1 ต.บางเขา เผาเสาทวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือหลังปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านดอนยาง หมู่ 4 ต.บางเขา และเผาทวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่บ้านโคกม่วง หมู่ 7 ต.ตุยง ทั้ง 3 จุดเสียหายเล็กน้อย

เวลา 20.25 น. วางเพลิง 2 จุด คือ ที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น บ้านตุยง หมู่ 1 ต.ตุยง และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น บ้านบ่อทอง หมู่ 7 ต.บ่อทอง ทั้ง 2 จุดเสียหายเล็กน้อย เวลา 21.30 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง ท้องที่บ้านโคกจันทร์ หมู่ 2 ต.ตุยง ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน - อ.โคกโพธิ์ เวลา 00.20 น. คนร้าย 3 คนมีปืนพกสั้นเป็นอาวุธ นำยางรถยนต์ไปวางไว้ที่หัวจ่ายน้ำมัน ในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ เลขที่ 67 หมู่ 6 ต.มะกรูด แล้วใช้น้ำมันเบนซินราดก่อนจุดไฟเผา ทำให้ตู้จ่ายน้ำมันใช้การไม่ได้ 1 ตู้ จุดนี้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน ช่วงเวลาใกล้เคียงกันคนร้ายยังลอบวางระเบิดเพลิงในร้านขายปุ๋ยและร้านขายหนังสือ ตรงข้าม สภ.โคกโพธิ์ เสียหายเล็กน้อย

นอกจากนั้นยังมีการเผายางรถยนต์ และเผากล้องโทรทัศน์วงจรปิดอีก 6 จุด ได้แก่ 1.เผายางรถยนต์บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ท้องที่บ้านชะเมา หมู่ 2 ต.นาเกตุ 2.เผากล้องโทรทัศน์วงจรปิดริมถนนบ้านคลองช้าง หมู่ 4 ต.นาเกตุ กล้องเสียหาย 2 ตัว 3.เผากล้องโทรทัศน์วงจรปิดย่านตลาดนัดวันเสาร์ หลังสถานีรถไฟปัตตานี ต.โคกโพธิ์ ทำให้กล้องเสียหาย 10 ตัว 4.เผายางรถยนต์บริเวณทางแยกโรงเรียนคลองหัน หมู่ 6 ต.ปากล่อ 5.เผายางรถยนต์บนถนนช่วงก่อนถึงวัดอรัญวาสิการาม บ้านห้วยเงาะ หมู่ 4 ต.ทุ่งพลา และ 6.คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง ท้องที่หมู่ 1 ต.โคกโพธิ์ ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งตำบล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบเพื่อก่อกวนสร้างสถานการณ์และดิสเครดิตเจ้าหน้าที่

วันพุธที่ 15 ส.ค. เวลาประมาณ 08.10 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนก่อเหตุเผายางรถยนต์ โปรยตะปูเรือใบ และตัดต้นไม้ขวางถนน ในท้องที่บ้านสายบน หมู่ 3 ต.กาหลง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

ช่วงค่ำวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านเครื่องเขียน “บันเทิง” เลขที่ 42 หมู่ 7 ในเขตเทศบาลตำบลโคกโพธิ์ และเจ้าของร้านแสงเจริญค้าปุ๋ย ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างกัน ว่าพบวัตถุต้องสงสัยภายในร้าน จึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ สรุปว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่อง จุดชนวนด้วยระบบตั้งเวลาด้วยนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล ตั้งเวลาไว้ที่ 01.00 น.วันพฤหัสบดีที่ 16 ส.ค.ทั้ง 2 จุด เจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้สำเร็จ ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายต้องการให้เกิดเหตุป่วนพร้อมกันในท้องที่ อ.โคกโพธิ์ และอำเภออื่นๆ ที่กระจายกำลังกันออกวางเพลิง

ยิงรายวันเพียบ "ครู-ตำรวจ-อส.-ผู้นำท้องถิ่น" สังเวย

วันพฤหัสบดีที่ 16 ส.ค. เวลา 21.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลูกซองยิง นายอาซูวี ซายอ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 1 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในหมู่บ้าน หมู่ 7 ต.ตันหยงลิมอ เพื่อเดินทางกลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่เรื่องส่วนตัว

วันพุธที่ 15 ส.ค. ช่วงค่ำ คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง นายรอยาลี อาแวกาจิ อายุ 51 ปี ครูฝ่ายปกครอง โรงเรียนมูลนิธิสายบุรีอิสลามปัตตานี อยู่บ้านเลขที่ 146 ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะ นายรอยาลี กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนในท้องที่หมู่ 3 บ้านปะเสยาวอ ต.ปะเสยาวอ อ.สายบุรี มุ่งหน้ากลับบ้าน โดยหลังก่อเหตุคนร้ายยังได้ชิงอาวุธปืนพกของนายรอยาลีหลบหนีไปด้วย เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

เวลา 06.30 น.วันเดียวกัน พบศพประชาชนในสวนยางพารา ท้องที่บ้านกะดุโด๊ะ หมู่ 3 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา สภาพศพถูกยิงด้วยปืนเอ็ม 16 และเอชเค 33 ประกอบด้วย นายมะลาเย็ง ปูเตะ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 166 บ้านตะโล๊ะสโตร์ หมู่ 6 ต.สะเอะ และ ด.ช.อับดุลเลาะ ปูเตะ อายุ 12 ปี ลูกชายของนายมะลาเย็ง โดยก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ออกจากบ้านเพื่อไปช่วยกันกรีดยางพารา เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ต่อมาทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลา 13 ได้จัดกำลังออกลาดตระเวนเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย และพบกลุ่มติดอาวุธชุดดำ 4 รายอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ แต่กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส 2 ถัง น้ำหนักบรรจุถังละ 5 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยการช็อตไฟฟ้า จึงประสานชุดอีโอดีเข้าเก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัย

เวลา 16.30 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกประกบยิง นายการิม ศรีไชย อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/1 บ้านสะโต หมู่ 5 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะนายการิมกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงหมายเลข 4092 ท้องที่บ้านสะโต หลังจากซื้อของ มุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

วันอังคารที่ 14 ส.ค. เวลา 20.50 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพกยิง นายอับดุลนาเซอร์ หามะ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 209 บ้านลิเง๊ะ หมู่ 3 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบนถนนบ้านละเง๊ะ หมู่ 3 ขณะที่นายอับดุลนาเซอร์ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากร้านน้ำชากำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน โดยหลังก่อเหตุคนร้ายได้ชิงเงินสดและอาวุธปืนพกของผู้ตายไปด้วย นอกจากนั้นกระสุนยังพลาดไปโดน นางปาติเมาะ เจะยอ อายุ 37 ปี ชาวบ้านละเง๊ะ ได้รับบาดเจ็บไปอีกคน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ให้น้ำหนักไปที่เหตุขัดแย้งส่วนตัว

ช่วงค่ำวันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิง นายมามะตะบีซี มะเย็ง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 บ้านลาโละ หมู่ 5 ต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านตะมุง-พงจือติ หมู่ 2 บ้านตะมุง ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ขณะนายมามะตะบีซีกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจากละหมาดที่มัสยิดบ้านพงจือติมุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารเช่นกัน

วันจันทร์ที่ 13 ส.ค. เวลา 19.25 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง นายมะตอเฮ อีแต อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 282/5 บ้านโต๊ะเด็ง หมู่ 1 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และ นายอดินันต์ ยูไฮ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/1หมู่ 5 ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดขณะทั้งสองกำลังขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันออกจากสวนยางพาราในหมู่บ้านโต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการลอบยิง

เวลา 21.20 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาดยิง นายลุฎฟี มะสะ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/2 บ้านลาไม หมู่ 5 ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จนเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านลาไม ขณะนายลุฎฟีกำลังเดินกลับบ้านหลังออกไปทานอาหารกับเพื่อน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหารเช่นกัน

วันเสาร์ที่ 11 ส.ค. เวลา 18.00 น.คนร้าย 4 คนมีรถจักรยานยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด .38 ยิง นายอับดุลการิม สะน๊ะ อายุ 48 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา อยู่บ้านเลขที่ 24/1หมู่ 3 ต.เนินงาม อ.รามัน เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายพงยือไร-หัวควน ท้องที่หมู่ 3 ต.เนินงาม ขณะที่นายอับดุลการิมกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับจากซื้อของที่ร้านค้าในหมู่บ้าน กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน โดยหลังก่อเหตุคนร้ายได้ขโมยอาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ของผู้ตายหลบหนีไปด้วย

ช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนมีรถกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธสงครามยิง นายสือดี สาแม อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 บ้านคลองช้างออก หมู่ 7 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ ขณะนายสือดีขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนเลียบคลองชลประทาน ท้องที่บ้านคลองช้าง หมู่ 4 ต.นาเกตุ มุ่งหน้าไปกรีดยางพารา

วันศุกร์ที่ 10 ส.ค. เวลา 16.15 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.ยิง นายมือลี เปาะจิ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/4 บ้านทุ่งน้อย หมู่ 1 ต.ละหาร อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ขณะนายมือลีนั่งอยู่ในรถกระบะที่จอดรอภรรยาซื้อของอยู่ในตลาดนัดบ้านจลาโก หมู่ 6 ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

เวลา 19.25 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดซุ่มยิง นายต่วนมุ ต่วนสุหลง อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิดขณะที่นายต่วนมุกำลังขับรถกระบะอยู่บนถนนสายบ้านกายิ หมู่ 4 ต.ตลิ่งชัน มุ่งหน้ากลับบ้าน

วันพฤหัสบดีที่ 9 ส.ค. เวลา 23.45 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามไม่ทราบชนิดยิง นายบุญชู สุนิ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 บ้านกระจูด หมู่ 4 ต.ไม้แก่น อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เสียชีวิต ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนสายชนบท ท้องที่บ้านจลาโก หมู่ 6 ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี มุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

วันจันทร์ที่ 6 ส.ค. คนร้าย 1 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนจ่อยิง นายอะซัน อารง อายุ 51 ปี อส.ประจำที่ว่าการอำเภอเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ขณะยืนอยู่หน้าร้านเจนเกศนรินทร์คาราโอเกะ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส โดยคนร้ายรัวกระสุนใส่ถึง 6 นัดทำให้นายอะซันเสียชีวิตคาที่ เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นเหตุขัดแย้งส่วนตัวหรือสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ

วันอาทิตย์ที่ 5 ส.ค. เวลา 07.05 น.คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนอาก้ายิง ด.ต.อับดุลรอสะ ยูโซ๊ะ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/1 บ้านโสร่ง หมู่ 3 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เสียชีวิต เหตุเกิดขณะ ด.ต.อับดุลรอสะ กำลังเดินออกจากบ้านเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพัก โดยคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์โฉบผ่านบริเวณหน้าบ้านแล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่จนเสียชีวิต เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เวลา 20.40 น.วันเดียวกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายอายือนัน สนิ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143/10 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ทำให้นายอายือนันเสียชีวิต เหตุเกิดขณะนายอายือนันกำลังเดินออกจากมัสยิดอัลอิกรอม บ้านซรายอออก หมู่ 6 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก มุ่งหน้ากลับบ้าน เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

วันเสาร์ที่ 4 ส.ค. เวลา 12.15 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ข้างทาง ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ ร.ต.ต.เกษม ชูเรืองสุข อายุ 53 ปี รองสารวัตร สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดขณะ ร.ต.ต.เกษม ขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนทางหลวงสาย 4157 ท้องที่บ้านบน หมู่ 2 ต.ปะเสยาวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อกลับบ้านภรรยาที่บ้านบน เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ

เวลา 18.20 น.วันเดียวกัน คนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) มุกตาร์ ยาเซ็ง อายุ 28 ปี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4407 (ร้อย.ทพ.4407) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 อยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 6 ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ทำให้ อส.ทพ.มุกตาร์ เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ท้องที่บ้านกลาพอตะวันตก หมู่ 8 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี ขณะ อส.รายนี้กำลังขี่รถจักรยานยนต์พาภรรยากลับจากซื้อของที่ตลาดนัด โดยภรรยาไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่กระสุนที่ยิง อส.มุกตาร์ พลาดไปถูก นายมูฮามะ มะกีเยาะ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 8 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบเช่นกัน เนื่องจาก อส.มุกตาร์ มีความชำนาญภูมิประเทศ และกำลังสืบหาเบาะแสคนร้ายที่ยิงทหารเสียชีวิต 4 นายที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.ค.2555

วันศุกร์ที่ 3 ส.ค. เวลา 11.40 น. คนร้าย 2 คนมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายมะยูโซะ ดอเลาะ อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านดาโต ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เสียชีวิตขณะเดินไปละหมาดที่มัสยิดบอโต๊ะแป๊ะ บ้านปะนาเระ หมู่ 3 ต.ปะนาเระ

วันพฤหัสบดีที่ 2 ส.ค. เวลา 02.30 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง นายฮามะ ดอมิ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 151 บ้านมาหยอ หมู่ 2 ต.มายอ อ.มายอ จ.ปัตตานี เสียชีวิตคาที่ ขณะกำลังเดินจากมัสยิดบ้านมาหยอกลับบ้าน

ช่วงเช้าวันเดียวกัน มีผู้พบศพ นายซาการียา สามะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 บ้านบาลูกาตือเงาะ หมู่ 1 ต.ลุโบะยิไร อ.มายอ บริเวณสวนยางพาราหลังโรงเรียนตาดีกา ท้องที่บ้านบาลูกาตือเงาะ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองบริเวณหน้าอก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

ส่วนที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 กำลังออกลาดตระเวนจรยุทธ์ พบศพ นายอาริฟ เล๊ะ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 2 ต.ตันหยงจึงงา อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ถูกยัดใส่กระสอบป่านทิ้งในคลองชลประทานบ้านหัวเขาแก้ว หมู่ 3 ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี สภาพศพถูกมัดมือ ไม่มีบาดแผล คาดว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ โดยจากการสอบถาม นางมาลิเยาะ มะแซร์ ภรรยาของผู้ตาย ทราบว่ามีชาย 4 คนเรียกตัวนายอาริฟออกจากบ้านในท้องที่ ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ ไปตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.2555 โดยบอกว่าจะพาตัวไปสอบสวน แต่หลังจากนั้นสามีก็หายไปเลย กระทั่งพบเป็นศพถูกทิ้งในคลอง เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร

รวบ 2 ผู้ต้องหายิงชุด รปภ.พระ - จับตำรวจพร้อมยาไอซ์

วันพฤหัสบดีที่ 16 ส.ค. เวลา 15.30 น. พ.ท.ชลัช ศรีวิเชียร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา 11 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัธยาท ผู้กำกับการ สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นภายในโรงเรียนพัฒนาอิสลามลำใหม่ (ปอเนาะลำใหม่) บ้านป่าพ้อ หมู่ 3 ต.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา และสามารถจับกุม นายเปาซี หรือเพาซี เจ๊ะและ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/2 หมู่ 2 ต.ลำใหม่ และ นายการียา อีตำ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/3 หมู่ 2 ต.ลำใหม่ ซึ่งทั้งสองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา) ในคดีความมั่นคง

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังยึดอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนพกสั้น .38 อีก 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่งด้วย ก่อนส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าเคยใช้ก่อคดีที่ใดมาบ้าง

พ.ท.ชลัช กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสองมีประวัติก่อเหตุรุนแรงมาอย่างโชกโชน และมีหมายจับในคดีความมั่นคงหลายคดี เช่น คดียิงทหารชุด รปภ.พระ เสียชีวิต 2 นาย ที่ถนนอุตสาหกรรม ในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2553 คดียิง ร.ต.ท.ญาติ รักศิริ ตำรวจ สภ.ลำใหม่ ขณะขับรถกระบะอยู่กับภรรยาและบุตรชาย ทำให้ภรรยาและบุตรเสียชีวิต ร.ต.ท.ญาติ บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2554 เป็นต้น

ส่วนที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ทหารพราน ทหารหลัก และตำรวจ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 1/1 บ้านกาปงลูวา หมู่ 7 ต.ป่าไร่ ซึ่งมี นางลีเมาะ หะยีเจะโซะ แสดงตนเป็นผู้ครอบครองสถานที่ ผลการตรวจค้นสามารยึดบุหรี่หนีภาษีได้กว่า 300 แถว จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีที่ สภ.แม่ลาน

ที่ ต.ดาโต๊ะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจ สนธิกำลังเข้าตรวจบ้านเลขที่ 9 บ้านออเลาะปิแน หมู่ 3 ต.ดาโต๊ะ ควบคุมตัว นายมะตาเฮ สาและ อายุ 28 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 37 เม็ด อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง

วันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. เวลา 14.00 น. นายนูรอาบีดีน จารง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/1 หมู่ 1 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา) และตกเป็นผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีกำลังพลของหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 ที่ ต.ดูวา อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2555 (เหตุยิงทหาร 4 ศพ) ได้เข้าแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่

วันศุกร์ที่ 10 ส.ค. เวลา 20.00 น.หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 130/43 หมู่ 1 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือ พ.ต.ต.ประพันธ์ อินทรไชย อายุ 45 ปี สารวัตรบริการการศึกษา สังกัดศูนย์ฝึกอบรม ศชต. เจ้าของบ้าน น.ส.มัลลิกา เนตรแดง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130/29 หมู่ 1 ต.รือเสาะออก และ น.ส.ชนัฐตนันต์ อินทา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130/12 หมู่ 1 ต.รือเสาะออก พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 1 กิโลกรัม เงินสด 405,619 บาท สมุดบัญชีธนาคาร 18 เล่ม และอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง จึงส่งตัวไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

วันพฤหัสบดีที่ 9 ส.ค. เวลา 15.00 น. หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 สนธิกำลังกับทหารพรานและตำรวจ สภ.กะพ้อ เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 100/3 บ้านคอกวัว หมู่ 5 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี สามารถยึดเครื่องกระสุนและยาเสพติดได้หลายรายการ แต่บุคคลเป้าหมายซึ่งต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ลอบยิง นายฮายี แวบือซา ในพื้นที่หมู่ 1 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2555 ได้หลบหนีไปก่อนแล้ว

วันเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 สนธิกำลังร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 และ 49 รวมทั้งตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่บ้านปากู หมู่ 5 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง พร้อมจับกุมบุคคลเป้าหมาย 5 รายซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุยิงทหารเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.ค.2555 โดยทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ปากู แต่หลังจากนำตัวเข้ากระบวนการซักถามแล้วพบว่า 4 คนจาก 5 คนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จึงเชิญบิดามารดามารับตัวกลับไป ส่วนอีกคนหนึ่งถูกควบคุมตัวต่อ เนื่องจากมีหลักฐานการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวในพื้นที่

วันอาทิตย์ที่ 5 ส.ค. เวลา 21.15 น. ขณะที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 23 กำลังตั้งด่านตรวจบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการบ้านกะมิยอ หมู่ 2 ต.กะมิยอ อ.เมือง จ.ปัตตานี พบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน วภ 2584 กรุงเทพมหานคร จึงขอทำการตรวจค้น พบใบกระท่อมน้ำหนัก 125 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวคนขับและเพื่อนที่นั่งมาในรถ คือ นายยูโซะ สะแม อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183 หมู่ 5 ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา กับ นายซอฟีรุดีน รือซะ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 6 ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ส่ง สภ.เมืองปัตตานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

www.isranews.

จยย.บอมบ์ ทหารพรานปัตตานีเจ็บ 5

12 สิงหาคม 2555 18:48 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด จยย.บอมบ์ เจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดร้อยทหารพรานที่ 4312 กรมทหารพรานที่ 43 ขณะเดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจ ที่ค่ายอิงคยุทธบริหารปัตตานี เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (12 ส.ค.) พ.ต.อ.อาคม บัวทอง ผกก.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบนถนนสายปัตตานี-ยะลา ม.7 บ้านแม่โอน ต.คอลอตันหยง จึงนำกำลังพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ไม่ติดป้ายทะเบียนจอดอยู่ข้างทาง สภาพถูกสะเก็ด และแรงระเบิดบริเวณด้านซ้ายจนเป็นรูพรุนเสียหาย โดยภายในรถมีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 นาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี

ทราบชื่อ 1.ร.อ.อำนวย เพียรดี อายุ 44 ปี ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 4312 2.อส.ทพ.ตรีเนตร หาญแคล้ว ทั้งสองถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใบหน้ าและลำตัวหลายแห่ง 3.อส.ทพ.สหชาต หอแป้น 4.อส.ทพ.ชัยชนะ เนียมแทน และ 5.อส.ทพ.นราธิป โยธิน มีบาดแผลที่ขา และแน่นหน้าอก

ตรวจสอบในที่เกิดเหตุห่างกันประมาณ 500 เมตร พบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ซึ่งคนร้ายนำระเบิดมาซุกไว้ สภาพถูกแรงระเบิดจนเป็นเศษเหล็ก และยังพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ สอบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานดังกล่าว สังกัดร้อยทหารพรานที่ 4312 กรมทหารพรานที่ 43 ก่อนเกิดเหตุหลังจากได้เข้าปฏิบัติภารกิจที่กรมทหารพรานที่ 43 ซึ่งตั้งอยู่ภายในค่ายอิงคยุทธบริหารปัตตานี และระหว่างที่กำลังเดินทางกลับฐานปฏิบัติการที่ อ.ยะรัง

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้นำรถจักรยานยนต์ซุกระเบิด น้ำหนักประมาณ 5 กก.มาจอดไว้ข้างทาง เมื่อมาถึงคนร้ายได้กดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสารทำให้ระเบิดเสียงดังสนั่น หลังเกิดเหตุ พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี สั่งระดมกำลังเข้าไล่ล่าคนร้ายพร้อมปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันที่ เชื่อคนร้ายน่าจะเป็นแนวร่วมในพื้นที่ที่รู้ความเคลื่อนไหวก่อนฉวยโอกาสก่อเหตุสร้างสถานการณ์ดังกล่าว

www.manager.

โจรใต้ใช้ระเบิดโจมตีฐานทหาร ฉก.26 ที่ปัตตานี จนท.เจ็บ 3

10 สิงหาคม 2555 21:21 น.

ปัตตานี - โจรใต้ใช้ระเบิดขว้างใส่ฐานปฏิบัติการทหารหน่วยเฉพาะกิจ 26 สังกัดร้อย ร.2 นย ฉก. นยทร ในพื้นที่สายบุรี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

วันนี้ (10 ส.ค.) เวลา 17.50 น. พ.ต.อ.อาซิส อุมายี ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการทหารหน่วยเฉพาะกิจ 26 สังกัดร้อย ร.2 นย ฉก. นยทร ที่บ้านบาโงมูลง ต.ละหาร อ.สายบุรี เบื้องต้น มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด 2 นาย และบาดเจ็บจากแรงอัดของระเบิด 1 นาย ทั้งหมดถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี

จาการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่า คนร้ายน่าจะมาจากด้านมัสยิดบ้านบาโงมูลง ซึ่งฐานตั้งอยู่ติดกับกำแพงรั่วของมัสยิด คนร้ายได้โอกาสในเวลาช่วงเวลาดังกล่าวกำลังพลอยู่ระหว่างพักผ่อนจากการปฏิบัติหน้าที่ออกลาดตระเวน และบางนายกำลังนั่งรับประทานอาหารภายในฐานดังกล่าว จนกระทั่งได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น จำนวน 3 ลูกซ้อน

สำหรับทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย

1.พลทหารวันเฉลิม อ่อนสงฆ์ อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่มือซ้าย

2.พลทหารบรรจง รักษาแก้ว อายุ 23 ปี ถูกแรงอัดระเบิด

3.พลทหารเดะแม อีแต อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ใต้รักแร้ฝังใน อาการสาหัส

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนของท่อน้ำ PVC แตกกระจุยเป็นเศษเล็กๆ และพบลูกพรายเหล็กขนาด 3 หุน ที่ใช้เป็นสะเก็ดระเบิดกระจายทั่วบริเวณรัศมีของแรงอัดของระเบิด

www.manager.

ระเบิดทหารม้าปัตตานี รปภ.ครูเจ็บ 9 นาย ก่อนปะทะเดือดหวังชิงปื

7 สิงหาคม 2555 11:12 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดกองร้อยทหารม้า ที่ 6144 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 ขณะเดินทางไปดูแลความปลอดภัยครู และเกิดการปะทะเกิดขึ้น เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 9 นาย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (7 ส.ค.) พ.ต.อ.ศักดิ์ดา เจริญกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านโสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิด และปะทะขึ้นบนถนนสายชนบท บ้านลูโบะบาลา หมู่ 3 ต.เขาตูม จึงรีบนำกำลังเข้าไปที่เกิดเหตุ ไปถึงพบว่า เหตุการณ์สงบแล้ว จุดเกิดเหตุเป็นถนนลูกรังกลางทุ่งนา พบเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บนอนหมอบอยู่ข้างทาง จึงได้รีบลำเลียงส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

ทราบว่า ทั้งหมด 9 นาย คือ 1.จ.ส.อ.อดิศักดิ์ พิมพากุล มีบาดแผลที่ขาทั้ง 2 ข้าง และลำตัว 2.จ.ส.อ.เติ้ง ไชยสัจ แขนหัก ลำตัวถูกสะเก็ดระเบิดศีรษะแตก และ 3.ส.อ.ทิวากร ปรัชญา ศีรษะแตกถูกสะเก็ดที่ดวงตา ทั้ง 3 นายอาการสาหัส ส่วน พลฯ ยอดชาย ขามเฒ่านอก พลฯ กรสกุล กายแก้ว พลฯ วรัณญู ชิมโคคัง พลฯ วีรยุทธ น้อยนิล พลฯ กฤษฎา ภูจันทึก พลฯ วาริน มะหาโครต ทั้ง 6 นายบาดเจ็บเล็กน้อยตามลำตัว และจากแรงอัดของระเบิด

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์บรรทุกขนาด 1 ¼ ตัน แบบยูนิม็อก ตรากงจักร หมายเลข 86030 สภาพตกข้างทาง ถูกแรงระเบิดจนด้านหน้าเครื่องยนต์ และด้านหลังถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหาย และพบหลุมระเบิดกว้าง 3 เมตร ลึก 1 เมตร และมีชิ้นส่วนถังดับเพลิง และวงจรระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ พบสายไฟลากยาว 200 เมตร เข้าไปในป่าจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนทราบว่า ทหารชุดดังกล่าว สังกัดกองร้อยทหารม้า ที่ 6144 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 21 จำนวน 9 นาย โดยมี ส.อ.ทิวากร ปรัชญา เป็นพลขับ เพื่อเดินทางไปดูแลความปลอดภัยครู ปรากฏว่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนลูกรังคนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 15 กก.ซุกใต้ถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น เป็นเหตุให้รถเสียหลักตกข้าง

และคนร้ายพยายามยิงซ้ำหมายที่จะเข้ามาสังหารหมู่เจ้าหน้าที่เพื่อขโมยอาวุธปืน แต่เจ้าหน้าที่ได้ยิงตอบโต้จนเกิดการยิงปะทะขึ้นประมาณ 5 นาที ก่อนที่คนร้ายจะล่าถอยหนีเข้าไปในป่า หลังเกิดเหตุ พล.ตชวลิต ชุนประสาน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี สั่งระดมกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันที เชื่อเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่สร้างสถานการณ์

www.manager.

คาร์บอมบ์ ซี.เอส.ปัตตานี เสียหายหนัก-ไฟฟ้าดับทั้งเมือง บาดเจ็บ 5

31 กรกฎาคม 2555 21:50 น.

ปัตตานี - เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณด้านหลังโรงแรมซีเอส ปัตตานี แรงระเบิดส่งผลให้หม้อแปลงไฟฟ้าและสายไฟขาด ทำให้ไฟฟ้าดับกระจายเป็นวงกว้างเกือบทั้งเมือง และเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง เบื้องต้นมีแขกที่เข้ามาพักในโรงแรมได้รับบาดเจ็บ 5 ราย โรงแรมได้รับความเสียหายหนัก

เมื่อเวลา 19.30 น. วันนี้ (31 ก.ค.) พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นและมีเพลิงไหม้อย่างรุนแรง บริเวณถนนด้านหลังโรงแรม ซีเอส ปัตตานี ม.4 ต.รูสะมิแล รีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติวงศ์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศบาลเมืองปัตตานี พร้อมประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองปัตตานี

เมื่อไปถึงพบว่าทั้งพนักงานโรงแรม และลูกค้าที่เข้าพักหลายร้อยคนต่างวิ่งหนีตายลงมาด้านล่างอย่างโกลาหล ปรากฏว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหลังของโรงแรมได้เกิดเพลิงไหม้รถยนต์และตัวตึกของโรงแรม เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังฉีดน้ำ แต่เนื่องจากเพลิงได้กระจายลุกไหม้หลายจุดทั้งห้องน้ำพราว ซึ่งเป็นห้องจัดเลี้ยง รวมไปถึงเพลิงยังได้ลามไปตามท่อลมลุกไหม้ห้องประชุมเล็กซึ่งอยู่ชั้น 8 ของโรงแรม เจ้าหน้าที่ต่างช่วยกันระดมฉีดน้ำอย่างเร่งด่วนเนื่องจากเกรงว่าเพลิงจะลุกลามไปมากกว่านี้ ต้องใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบซากรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน ถล 8099 กทม.สภาพถูกแรงระเบิดเหลือแต่ซาก แรงระเบิดยังทำให้เพลิงไหม้ตัวอาคารของโรงแรมเสียหายหลายจุดโดยเฉพาะกระจกแตกละเอียดทั้งตึก โครงสร้างตัวอาคารบริเวณด้านหลังแตกราว เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณแก๊ชหุงต้ม นอกจากนี้ยังมีพนักงานและลูกค้าที่พักได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 รายเนื่องจากถูกเศษกระจกบาดตามลำตัว

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุบริเวณถนนดังกล่าวเป็นที่เปลี่ยวและมืดไม่ค่อยจะมีผู้คนสัญจรไปมา คนร้ายฉวยโอกาสนำรถยนต์กระบะซุกระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15 กก. มาจอดไว้บริเวณเสาหม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งอยู่บริเวณติดด้านหลังโรงแรม จากนั้นได้กดชนวนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้สายไฟขาดส่งผลให้ไฟฟ้าดับทั้งเมือง

อย่างไรก็ตาม โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี เคยถูกลอบวางระเบิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกคนร้ายยังเคยนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังดับเพลิงมาวางไว้ที่เสาไฟฟ้าแล้วเมื่อปี 2550 แต่ระเบิดไม่รุนแรง และเมื่อปี 2553 คนร้ายเคยนำรถยนต์ซุกระเบิดคาร์บอมบ์มาจอดไว้หน้าโรงแรม จนเกิดระเบิดได้รับความเสียหาย

สำหรับรถยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์ที่คนร้ายปล้นและฆ่า 3 ศพ ซึ่งเป็นลูกจ้างของบริษัทค้าไก่ เกิดเหตุในพื้นที่ อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา

www.manager.

“ร.ต.อ.เฉลิม” ยอมรับหนักใจ แต่เต็มใจรับผิดชอบแก้ปัญหาใต้

วันอังคาร ที่ 31 ก.ค. 2555

ทำเนียบฯ 31 ก.ค. –ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการเข้าประชุมกับนายกรัฐมนตรี ว่า นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมเพื่อมอบหมายงานด้านการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดน วันนี้ (31 ก.ค.) ในฐานะที่เป็นตำรวจมาก่อน ยอมรับว่ามีความหนักใจแต่ก็เต็มใจทำหน้าที่ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์และนโยบาย กองทัพเป็นฝ่ายปฏิบัติ แต่ต้องหารือกันอย่างใกล้ชิด

หากนายกรัฐมนตรีมอบหมายอย่างเป็นทางการจะเชิญ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่เคยทำงานที่ภาคใต้มาร่วมกันหารือ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และในเวลา 14.30 น. จะประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

“ผมมั่นใจการสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้หลายภาคส่วนดูแล จะไม่ทำให้ขาดเอกภาพในการทำงาน ทั้งนี้ ไม่เชื่อว่าการมอบหมายให้มาแก้ไขปัญหาภาคใต้จะเป็นการวัดความสามารถเพื่อนำไปสู่การพิจารณาปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้ระดับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นภาระให้เจ้าหน้าที่ 2,000 คน ต้องมารักษาความปลอดภัย ดูอย่าง นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่สามารถสังหาร นายบิน ลาดิน ได้

โดยการนั่งบัญชาการอยู่ที่เพนตากอน ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีให้รับผิดชอบจริง จะตั้งเพนตากอน 2 เพื่อควบคุมและสั่งการแก้ปัญหาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะเดียวกันขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่ เนื่องจาก ส.ส.ส่วนใหญ่เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ควรไปดูแลขวัญกำลังใจประชาชน” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว.- สำนักข่าว

www.mcot.

โจรใต้จ่อยิงศีรษะทหารพรานดับอีก 2 ผช.ผญบ.เจ็บ ที่เจาะไอร้อง

30 กรกฎาคม 2555 19:32 น.

นราธิวาส - คนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงทหารพรานเสียชีวิต 2 นาย ขณะกลับจากละหมาดและออกซื้อเสบียง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บอีก 1 ราย ขณะซื้อเสบียงที่ อ.เจาะไอร้อง

เมื่อเวลา 16.50 น. วันนี้(30 ก.ค.) พ.ต.อ.ประยงค์ โคตรสาขา ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.4807 กรมทหารพรานที่ 48 ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย และมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดหน้ามัสยิดบ้านบูเก๊ะตาโมง บนถนนจารุเสถียร สายสุไหงปาดี-เจาะไอร้อง หมู่ 7 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จึงพร้อมด้วย พ.อ.ภูมินทร์ ชุมช่วย ผบ.กรมทหารพรานที่ 48 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบเพียงกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ โดยมี รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มตะแคงอยู่ริมถนน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษา โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ 1.ส.ท.อับดุลรอนิง สาวา อายุ 30 ปี มีร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ของคนร้ายที่บริเวณศีรษะ 1 นัด 2.อส.ทพ.ซารีนี มะ อายุ 29 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.ที่บริเวณศีรษะเช่นกัน 1 นัด ทั้งคู่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และ 3.นายอับดุลมูตอเละ สามะ อายุ 32 ปี เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบูเก๊ะกือจิ หมู่ 12 ต.บูกิต มีบาดแผลถูกกระสุนปืนพกสั้นขนาดเดียวกันที่แขนซ้าย 1 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารพรานทั้ง 2 นาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากฐานเพื่อเดินทางไปประกอบพิธีละหมาดที่มัสยิดบ้านบูเก๊ะตาโมง ร่วมกับชาวบ้าน เมื่อแล้วเสร็จผู้ตายทั้ง 2 นาย ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากมัสยิดเพื่อหาซื้อเสบียงอาหารที่ขายอยู่หน้ามัสยิดให้กับเพื่อนทหารที่เป็นชาวมุสลิมเพื่อรับประทานในช่วงออกบวช และขณะที่ทั้ง 2 นาย ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อเลือกซื้ออาหารอยู่นั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้น ออกมาจ่อยิงใส่ทหารทั้ง 2 นายที่บริเวณศีรษะคนละ 1 นัด จนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มคว่ำ ต่อหน้าชาวบ้านที่กำลังจับจ่ายซื้อของกันอยู่

และนอกจากนี้กระสุนปืนของคนร้ายยังไปถูกชาวบ้านซึ่งเดินเลือกซื้ออาหารอยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ก่อนที่คนร้ายจะอาศัยความชุนละมุน ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

www.manager.

บึ้ม! หน้าบ้านพ่อตา รอง สวป.บาเจาะ พลทหารเจ็บ 1

30 กรกฎาคม 2555 18:31 น.

นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิด หน้าบ้านพ่อตา รอง สวป.สภ.บาเจาะ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองบาเจาะ ทหาร ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ บาดเจ็บ 1นาย ชาวไทยมุสลิมที่หาซื้ออาหารในตลาดเพื่อไปละศีลอดช่วงเดือนรอมฎอน วิ่งหนีกันชุลมุน

เวลา 14.55 น. วันนี้(30 ก.ค.) คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องชนิดแอมโมเนียในเตรท บรรจุในกล่องเหล็ก น้ำหนัก 5 กิโลกรัม มาซุกไว้ที่คูระบายน้ำหน้าบ้านเลขที่ 135/1 ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาล ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่ในกลางตลาดเมืองบาเจาะ และห่างจาก สภ.บาเจาะ 200 เมตร จากนั้นได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชน จนเกิดเหตุระเบิดดังสนั่นขึ้นทำให้ชาวไทยมุสลิมประมาณ 300 คน

ที่กำลังเดินหาซื้ออาหารคาวหวานเพื่อนำไปรับทานในพิธีละศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน วิ่งหาที่หลบกันชุลมุนส่วนแรงระเบิดทำให้ พลฯ วิกิต กรมธน อายุ 22 ปี ทหาร ร้อยปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ ชุดดูแลความปลอดภัยตลาดบ้านบาเจาะได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบาเจาะ 1 นาย

หลังเกิดเหตุ นายอนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอบาเจาะ, นาวาโท บัญญัติ วงศ์จำปา ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 กองทัพเรือ, พ. ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส, พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.บาเจาะ และ ร.ต.ต.แชนวรงคไพสิษฐ์ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ตำรวจภูธรจ.นราธิวาส

รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง มาตรวจจุดเกิดเหตุ พบว่า บ้านเลขที่ 135/1 เป็นบ้านสภาพเก่าของ นายอัมพันธ์ วีระญาณพันธ์ อายุ 68 ปี พ่อตาของ ร.ต.ท.ปรีชา มีฤทธิ์ รอง สวป.สภ.บาเจาะ ถูกสะเก็ดระเบิดที่กระจายขึ้นสูงไปบนหลังคาบ้าน ทำให้หลังคาสังกะสีและบานประตูบ้านที่ทำด้วยไม้กระดาน ได้รับความเสียหาย ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นฝีมือคนร้ายกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบ

www.manager.

ปิดล้อมที่เกิดเหตุใน อ.มายอ หลังทหารปัตตานีถูกกล่มยิงสังเวยไฟใต้อีก 4 ศพเช้านี้

28 กรกฎาคม 2555 10:50 น.

ปัตตานี - ระดมกำลังปิดล้อมที่เกิดเหตุพร้อมตรวจค้นเป้าหมายใน อ.มายอ หลัง 16 คนร้ายก่อเหตุยิงถล่มทหารกว่า 100 นัด ทหารหนุ่มสิ้นใจคาที่ 4 นาย อาการสาหัสอีก 2 ก่อนหลบหนีคนร้ายยังได้ฉกปืนไป 4 กระบอก คาดยังคงหลบซ่อนในพื้นที่-ชิงปืนเตรียมก่อเหตุครั้งใหญ่

เมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ (28 ก.ค.) พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.มายอ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุปะทะกันบนถนนสายปาลัส-มายอ ม.1 บ้านดูวา ต.ถนน จึงรีบนำกำลังร่วม 3 ฝ่ายไปยังที่เกิดเหตุ ไปถึงพบว่าสถานการณ์สงบแล้ว ตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และเสียชีวิต 4 นาย จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลมายอ

ทหารที่เสียชีวิตทราบชื่อคือ สิบเอกลือชัย จุลทอง อายุ 26 ปี, พลทหารเบญจรงค์ สีแก้ว อายุ 22 ปี, พลทหารเอกลักษณ์ สีดอกไม้ อายุ 22 ปี และพลทหารภาคิน หงส์มาก อายุ 22 ปี ทั้ง 4 นายถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าศีรษะและลำตัวหลายนัด

ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ สิบเอกปรีดา นพคุณ อายุ 30 ปี และพลทหารอาคม ชูกล่อม อายุ 22 ปี ทั้งสองอาการสาหัส แพทย์ได้ส่งต่อไปโรงพยาบาลปัตตานี

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ของทหารจำนวน 3 คันล้มอยู่ข้างทาง และพบปลอกกระสุนปืนสงครามทั้งเอ็ม 16, อาก้า และลูกซองยาว กว่า 100 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่า ทหารดังกล่าวสังกัด ร้อย ร.15321 หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 25 ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังทหารทั้ง 6 นาย ใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คันเป็นพาหนะ เดินทางกลับจากตรวจความเรียบร้อยบริเวณตลาดนัดเขตอำเภอมายอก่อนจะส่งมอบให้ตำรวจดูแลต่อ

จากนั้นจึงเดินทางกลับฐาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 16 คนพร้อมอาวุธครบมือ ใช้รถยนต์กระบะ จำนวน 3 คัน ได้แก่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 1 คัน และยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ 2 คัน ขับประกบและเทียบข้างเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันคนร้ายที่นั่งหลังกระบะก็ลุกขึ้นมาถล่มยิงทันทีทำให้ทหารทั้ง 4 นายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ระหว่างนั้นสิบเอกปรีดา และพลทหารอาคม ซึ่งได้รับบาดเจ็บ ได้ใช้อาวุธยิงยิงตอบโต้จนเกิดการปะทะกันขึ้น เสียงดังสนั่นทำให้ชาวบ้านละแวกดังกล่าวต่างวิ่งหนีหลบกระสุน นอกจากนี้คนร้ายยังได้ขโมยอาวุธปืนเอ็ม 16 ของทหารจำนวน 4 กระบอก และได้โปรยตะปูเรือใบบนถนนเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามด้วย

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 500 เมตรทันที พร้อมทั้งบุกเข้าตรวจค้นเป้าหมายที่อยู่ในเครือข่ายแฟ้มประวัติกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะใช้บ้านของแนวร่วมหลบซ่อนตัว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีการวางแผนมาก่อนโดยรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ เมื่อสบโอกาสจึงก่อเหตุหวังที่จะขโมยอาวุธปืนเพื่อก่อเหตุครั้งใหญ่อีกครั้ง

www.manager.

คาดฝีมือกลุ่ม "กามัน ไชยชนะ" คาร์บอมบ์ดับ 5 ตร.ยะลา-ฉกปืนอีก 6 กระบอก

25 กรกฎาคม 2555 17:39 น.

ยะลา - โจรใต้กดระเบิด “คาร์บอมบ์” ดักสังหารตำรวจชุด รปภ.ครู สภ.ท่าธง ทำให้ตำรวจเสียชีวิตทันที 5 นาย บาดเจ็บ 1 นาย คนร้ายยังได้นำอาวุธปืนยาวไปด้วยอีก 6 กระบอก คาดเป็นกลุ่มนายกามัน ไชยชนะ

วันนี้ (25 ก.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 15.10 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บนถนนสายบ้านอูเป๊าะ-บ้านปากาซาแม หมู่ 7ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต จึงได้แจ้ง พ.ต.ท.จีระศักดิ์ วิกรัยเจริญยิ่ง สารวัตรหัวหน้า สภ.ท่าธง พร้อมประสาน เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

ในระหว่างทางเข้าจุดเกิดเหตุบนเส้นทางดังกล่าว พบคนร้ายได้โปรยตะปูเรือใบเพื่อสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงต้องทำการเก็บกวาดก่อนที่จะสามารถเดินทางเข้าที่เกิดเหตุได้

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณหัวสะพานข้ามคลองปากาสะแม เจ้าหน้าที่พบซากรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนในสภาพพังยับเยิน ห่างจากรถอีกฝั่งพบรถยนต์กระบะมาสด้า สีน้ำเงิน ในสภาพหัวทิ่มลงไปข้างทาง นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบศพผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าธง จำนวน 5 นาย ประกอบด้วย

1. ร.ต.ท.สุธรรม อ้นทอง

2. ด.ต.แวอูเซ็ง แวเด็ง

3. ส.ต.อ.ณัฐพงษ์ บุญโกมล

4. ส.ต.อ.ประเสริฐ รอดกุล และ

5. ส.ต.อ.วิชานนท์ นามภักดี

นอกจากนั้นยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1ราย คือ ส.ต.ท.จักรกฤช ไชยสาลี จึงได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลยะลา

จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าธงชุดดังกล่าว นำโดย ร.ต.ท.สุธรรม อ้นทอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 6 นายออกปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านอูเป๊าะ เมื่อขับรถยนต์กระ